ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,751 รายการ

ชื่อเรื่อง : ตำนานพระธาตุดอยคำ และประวัติดอยคำ ผู้แต่ง : สุทธวารี สุวรรณภาชน์ ปีที่พิมพ์ : 2533 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : บุญไชยการพิมพ์


ครูโป๊ะ ชยาภา อานามวัฒน์.มีความสุข ดี และเก่ง.จันท์ยิ้ม.(3):1;ตุลาคม-พฤศจิกายน 2560             เราคงเคยได้ยินคําว่า อีคิว (EQ) และไอคิว (IQ) ไอคิวนั้น คือความฉลาดทางสติปัญญา การเรียน การทําคะแนนวิชาการต่างๆ ความเป็นเลิศด้านสมอง พูดง่ายๆคือ เด็กเรียนเก่ง สอบได้คะแนนดี ถ้าได้รับการเสริมด้านวิชาการมากๆก็จะยิ่งเก่งยิ่งๆ ขึ้นไป แต่สําหรับ อีคิวนั้น เป็นเรื่องของความฉลาดเช่นกัน แต่เป็นความฉลาดทางอารมณ์ อารมณ์จะถูกพัฒนาให้เจริญเติบโต และได้รับการส่งเสริมผ่านกิจกรรม ที่เด็กจะต้องใช้จินตนาการ การถูกฝึกให้เป็นคนที่รู้จักควบคุมอารมณ์ และปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี เป็นเด็กที่รู้จักว่าอะไรดีไม่ดี มีความพึงพอใจ ในตัวเองมากกว่าจะต้องเป็นเด็กที่สอบผ่านในคะแนนสูงๆ หรือเรียนเก่ง เป็นตัวแทนแข่งขันวิชาการของโรงเรียน สอบติดคณะที่ยาก คะแนนสูงๆ จบมาทํางานมีรายได้สูงๆ แต่ไม่มีความสุขทั้งนี้ เมื่อเราเข้าใจถึงความสําคัญ ของอีศิว ก็จะส่งเสริมให้เด็กๆ เป็นไปในลักษณะนั้น แต่จะสอนกันอย่างไร ?           การสอนให้เด็กมีอีคิวอาจจะไม่มีรูปธรรม แต่แฝงอยู่ในทุกๆ ศาสตร์และศิลป์ การเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ความสามารถด้านอื่นๆ อาทิ ดนตรี กีฬา ศิลปะ ที่สําคัญ ต้องเป็นสิ่งที่เด็กทําและมีความสุข ไม่กดดัน เป็นสภาวะที่พร้อมต่อการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เป็นจุดที่เด็กจะได้ใช้จินตนาการ อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้าใจแก่เด็กๆด้วยว่า เวลาที่เรา จะต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อนๆ ครู และคนที่อาจไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ เด็กสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ได้ไหม เราอาจจะพบว่า เด็กบางคน เรียนเก่ง แต่เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ ทํางานเป็นทีมไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน เด็กที่รองลงมาอาจจะเป็นที่รักของเพื่อนฝูง มีน้ําใจและประนีประนอม การจะทําอย่างไรให้เด็กๆ มีอีคิวที่ดี ก็คงจะต้องเริ่มต้นที่ครอบครัว ที่ต้องเข้าใจก่อนว่า เรียนเก่งก็ดีนะ แต่มีความสุข ดีกว่า สังเกตว่าเด็ก ขอบอะไร เข้าใจ และสนับสนุนพวกเค้า พยายามอย่างสบายใจ ไม่เคร่งเครียด บังคับ กติต้น หรือตามกระแสสังคมมากเกินไป พยายามทํากิจกรรมร่วมกันในเชิงสร้างสรรค์อยู่เสมอ เด็กๆ ก็จะมี ความสุข เป็นคนดี และเก่งแน่นอน


1. เวทย์มนต์คาถา เช่น เสกน้ำลูบหน้า, เสกน้ำมันเดือด, เสกสารพัดคงทน, เสกขี้ผึ้งทาปาก ฯลฯ 2. ยันต์และคาถาอาคม เช่น ยันต์เขียนสไบ, ยันต์เขียนใส่ใบตาล, ยันต์หัวกะได ฯลฯ 3. ว่าด้วยดำเนินพระราม 4. ตำรายาเกร็ด เช่น ยาปลูกเลือด, ปลูกธาตุทั้งสี่, ยา กวาด, ยาแก้ไข้ป่า, ยาดับพยาธิ, ยาแก้ราก, ยาสะอึก ฯลฯ 5. บทไหว้ครู อักษรขอม – ไทย ภาษาบาลี


ประวัติวัดอรุณราชวราราม. พระนคร : โรงพิมพ์ภักดีประดิษฐ์, 2497.               เนื้อหากล่าวถึงเรื่องรายงานการสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม รายงานการสร้างท่าเรือวัดอรุณฯ และการสร้างวัดอรุณราชวราราม




ประติมากรรมรูปสิงห์วัสดุ : ปูนปั้น อายุ/สมัย : ทวารวดี (อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗) ขนาด : กว้าง ๙๖ เซนติเมตร สูง ๑๔๖ เซนติเมตร สถานที่พบ : ไปรษณีย์กลางอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ปัจจุบัน : จัดแสดง ณ ห้องศาสนาและความเชื่อทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _           ประติมากรรมรูปสิงห์ เป็นประติมากรรมรูปแบบหนึ่งที่พบมากในวัฒนธรรมทวารวดี นิยมนำมาใช้ประดับส่วนฐานและทางเข้าของสถาปัตยกรรมหรือสิ่งก่อสร้างในพุทธศาสนา รวมทั้งยังนิยมทำเป็นประติมากรรมลอยตัวขนาดเล็ก เช่น ประติมากรรมนูนสูงประดับฐานเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม, ลวดลายสลักบนหินฐานเสาธรรมจักร จังหวัดนครปฐม, ประติมากรรมลอยตัวขนาบเจดีย์ทิศ วัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม ,ประติมากรรมดินเผารูปสิงห์ขนาดเล็ก พบที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น           ประติมากรรมรูปสิงห์ขนาดใหญ่ชิ้นนี้ เป็นประติมากรรมนูนสูงอยู่ในท่านั่ง อ้าปากกว้าง แสดงเขี้ยวขนาดใหญ่ ตากลมโต มีแผงคอเป็นรูปสามเหลี่ยม และมีขนขมวดเป็นลอนเรียงต่อกันเต็มลำตัว ด้านหลังเรียบ คาดว่าได้รับแรงบันดาลใจจากอิทธิพลศิลปะเขมรในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ และน่าจะเคยใช้ประดับอยู่ที่ฐานเจดีย์ หรือ ด้านหน้าศาสนสถานในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งอยู่บริเวณไปรษณีย์กลางอำเภอเมืองลพบุรี แต่ในปัจจุบันไม่ปรากฏร่องรอยโบราณสถานแล้ว มีการศึกษาความหมายของสิงห์ไว้มากมาย เช่น การค้ำจุนศาสนา, การแสดงถึงอำนาจพละกำลัง เป็นตัวแทนของผู้พิทักษ์และความดี เป็นต้น          สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเข้าชมประติมากรรมรูปสิงห์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ได้ทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา ๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. + + + + + + + + + + + + ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์อ้างอิง ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารดี วัฒนธรรมทางศาสนา ยุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. พิมพ์ ครั้งที่ ๒ นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.



          สำนักหอสมุดแห่งชาติ จัดนิทรรศการ เรื่อง “๕ ทศวรรษหนังสือและการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๕๐๐ – ๒๕๔๙” พบกับหนังสือเด่นจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ในช่วง ๕๐ ปีที่ผ่านมา จัดแสดงระหว่างวันที่ ๑๙ สิงหาคม - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ณ ห้องวชิรญาณ ๒ - ๓ ชั้น ๑ อาคาร ๒ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ           นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อจัดแสดงหนังสือในช่วงพุทธศักราช ๒๕๐๐ - ๒๕๔๙ ที่หอสมุดแห่งชาติได้จัดหารวบรวมไว้เพื่อบริการประชาชน เนื้อหานิทรรศการประกอบด้วย หนังสือทรงคุณค่า หนังสือน่าสนใจ หนังสือที่ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือที่ได้รับรางวัลดีเด่น หนังสือชนะการประกวด หนังสือยอดนิยม หนังสือภาษาต่างประเทศที่น่าสนใจจากสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงใน ๕ ทศวรรษดังกล่าว เป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านหนังสือและการพิมพ์ช่วงหนึ่งที่น่าสนใจของการพิมพ์ในประเทศไทย สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าชมเกิดความรู้ ความเข้าใจและเห็นคุณค่าของหนังสือ นักเขียน นักประพันธ์ สำนักพิมพ์และโรงพิมพ์ในช่วง ๕ ทศวรรษที่ผ่านมา            ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ เรื่อง “๕ ทศวรรษหนังสือและการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๕๐๐ – ๒๕๔๙” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สามารถอ่านและดาวน์โหลดสูจิบัตรประกอบนิทรรศการฉบับเต็มได้ที่ http://164.115.27.97/digital/items/show/17727 และชมนิทรรศการออนไลน์เรื่อง “๕ ทศวรรษหนังสือและการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๕๐๐ – ๒๕๔๙” ได้ที่ https://youtu.be/RFxIJpq5qq8 หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สำนักหอสมุดแห่งชาติ www.nlt.go.th และ Facebook: National Library of Thailand


ชื่อเรื่อง : พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชวิจารณ์เทียบลัทธิพระพุทธศาสนาฝ่านหีนยานกับมหายาน และเรื่องสร้างพระบทหลวง ชื่อผู้แต่ง : จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย จำนวนหน้า : 210 หน้า สาระสังเขป : พระราชหัตถเลขา หรือจดหมายที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเขียนขึ้นและลงพระนามด้วยพระองค์เอง มีไปถึงเจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ ทรงปรึกษาหารือและวิจารณ์เทียบลัทธิพระพุทธศาสนาฝ่านหีนยานกับมหายานโดยใช้การสังคายนาทางพุทธศาสนามาเป็นตัววิเคราะห์ และตอนท้ายได้จัดพิมพ์พระราชหัตถเลขา เรื่องสร้างพระบทหลวง อันเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องในมูลเหตุที่ทรงพระราชวิจารณ์เทียบลัทธิพระพุทธศาสนาฝ่ายหีนยานและมหายาน



วิธีการตรวจสอบรอยแตกร้าวบนพื้นผิวของโบราณสถานและการเคลื่อนตัวของโครงสร้างโบราณสถาน  ที่คาดว่าอาจจะเกิดความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว  ขอให้สังเกตุเบื้องต้นดังนี้ 1.เกิดรอยร้าวบนพื้นผิวขึ้นใหม่  โดยรอยร้าวนั้นจะมีลักษณะเกิดใหม่  ไม่มีรังของสัตว์หรือใยแมงมุม หรือ เชื้อราหรือคราบตะไคร่ หรือ คราบของเหลวซึมออกมาหรือ รอยร้าวที่เกิดจากรากของวัชพืช หรือรอยการซ่อมแต่งผิวที่มีมาก่อน 2.การทรุดตัวจะปรากฏให้เห็นชัดเจน  การเคลื่อนตัวของโบราณสถานในแนวราบ  ตามชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆของอาคารประเภทเครื่องมุง  จะปรากฏให้เห็นชัดเจน 3.ปรากฏลักษณะพังทลายของสิ่งก่อสร้างชัดเจน    โดยการสังเกตุและพิจารณาตามภาพดังนี้ครับ


ชื่อเรื่อง                           สังฮอมธาตุ (สังฮอมธาตุ)สพ.บ.                                  199/1ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           32 หน้า กว้าง 5.2 ซ.ม. ยาว 55.2 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดกกม่วง ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


     พระราชอาสน์อย่างฝรั่งในรัชกาลที่ ๔      สูง ๑๔๐ เซนติเมตร กว้าง ๘๑ เซนติเมตร      รับมาจากกองทัพเรือ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๐๑      ปัจจุบันจัดแสดงในพระที่นั่งวายุสถานอมเรศ ห้องเครื่องสูง พระแท่นราชบัลลังก์ และพระโธรน       พระราชอาสน์อย่างฝรั่ง   ลักษณะเป็นเก้าอี้จำหลักไม้แบบตะวันตก ท้าวแขนเก้าอี้ทั้งสองข้างจำหลักเป็นรูปหัวสิงโต  ขาเก้าอี้ทั้งสี่ขา จำหลักเป็นรูปเท้าสิงห์  เหนือพนักพิงประดับพระบรมราชสัญลักษณ์ รัชกาลที่ ๔  พระมหามงกุฎ ขนาบด้วยฉัตรเครื่องสูง ๕ ชั้น  ล้อมรอบด้วยสายเข็มขัดซึ่งบรรจุพระปรมาภิไธยย่ออักษรโรมัน  S.P.B.P.M.M.  ปิดทองลายบางส่วน      ตามธรรมเนียมไทยพระมหากษัตริย์ประทับพระแท่นราชบัลลังก์ ในการเสด็จออกว่าราชการ โดยเป็นแท่นไม้ยกพื้นสูงจำหลักลวดลายลงรักปิดทองประดับกระจก ต่อมาเมื่อสยามรับอิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตก ในสมัยรัชกาลที่ ๔ จึงพบหลักฐานการทอดพระเก้าอี้ฝรั่ง  ในท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคม และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ พุทธศักราช ๒๔๑๖ โปรดให้ข้าราชการยืนเข้าเฝ้าฯ  จึงโปรดให้สร้างพระโธรน  ลักษณะเป็นเก้าอี้แบบตะวันตกมีพนักสูง มีที่วางแขนสองข้าง เป็นครั้งแรก      รายละเอียดของพระบรมราชสัญลักษณ์ รัชกาลที่ ๔ และพระปรมาภิไธยย่ออักษรโรมัน S.P.B.P.M.M. เหนือพนักพิงพระราชอาสน์      รายละเอียดของท้าวแขนและขาของพระราชอาสน์อย่างฝรั่งในรัชกาลที่ ๔ ซึ่งจำหลักเป็นรูปหัวสิงโต เท้าสิงโต ปัจจุบันจัดแสดงในพระที่นั่งวายุสถานอมเรศ ห้องเครื่องสูง พระแท่นราชบัลลังก์ และพระโธรน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร      ภาพด้านข้างของพระราชอาสน์อย่างฝรั่งในรัชกาลที่ ๔ ปัจจุบันจัดแสดงในพระที่นั่งวายุสถานอมเรศ ห้องเครื่องสูง พระแท่นราชบัลลังก์ และพระโธรน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


เลขทะเบียน : นพ.บ.85/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  42 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 50 (78-93) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : อาการวตฺตสุตฺต (อาการวัตตสูตร) --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



black ribbon.