ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 4,052 รายการ
เหตุที่เขียนเรื่องนี้ เนื่องจากผู้เขียนได้เคยไปร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เมืองแกลง มีผู้เฒ่าผู้แก่มาคุยว่า...เมื่อก่อนอำเภอแกลงเค้าขึ้นกับเมืองจันท์นะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงกลายมาขึ้นกับเมืองระยองได้... ผู้เขียนก็ใคร่อยากรู้เหตุผลของเรื่องนี้เช่นกัน จนเมื่อไม่กี่วันนี้ได้พบเอกสารจดหมายเหตุของส่วนกลางเป็นบันทึกการประชุม"เรื่องที่จะใช้พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ.124 ในมณฑลจันทบุรี" การประชุมในครั้งนั้น(วันที่ 17 ธันวาคม ร.ศ.125 บ่าย 3 โมง 10 นาที) เป็นการประชุม ณ ค่ายทหารเมืองจันทบุรี ประธานในการประชุมคือ นายพลเอก พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งแต่เดิมการทหารของแรกตั้งมณฑลจันทบุรี เป็นทหารเรือสังกัดกรมทหารเรือ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสายสนิทวงษ์ เป็นผู้จัดการคนในมณฑลนี้ ดังนั้นกรมทหารเรือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาเห็นว่าควรใช้พระราชบัญญัติลักษณเกณฑ์ทหาร คือจะจัดตั้งโรงเรียนพลทหารเรือขึ้นที่เมืองจันทบุรีแห่งหนึ่ง และเมืองระยองแห่งหนึ่ง รับคนในเมืองหนึ่งคราวละ 200 คน ปีละ 2 คราว จึงเป็นที่มาการประชุมครั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้มีหลายเรื่อง แต่ที่น่าสนใจคือ...ผู้เขียนได้พบว่า...สาเหตุที่ต้องให้อำเภอแกลงไปขึ้นกับเมืองระยองเพราะ...จำนวนพลเมืองของ 2 เมือง ไม่เท่ากัน ในเวลาเกณฑ์ทหาร -พลเมืองจันทบุรี มีประมาณ 40,000 คน แกลงมีประมาณ 20,000 คน ขลุงมีประมาณ 10,000 คน -พลเมืองระยองมีประมาณ 20,000 คน ประธานในการประชุมจึงรับสั่งว่า ..."คนเมืองระยองมีน้อย ถ้ายกอำเภอแกลงไปขึ้นเมืองระยอง จะมีการดีการเสียประการใดบ้าง" พระยาวิชยาธิบดี สมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี บอกว่า"การเสียยังไม่เห็น แต่ส่วนดีนั้น พลเมืองจะได้เท่ากันเป็นการสะดวกอย่างหนึ่ง ผลประโยชน์ของเมืองระยองมีน้อยจะได้เพิ่มผลประโยชน์ขึ้นเป็นการสะดวกในการที่จะต้องจ่ายอย่างหนึ่ง ทางเดินจากอำเภอแกลงไปเมืองระยองสะดวกกว่าไปเมืองจันทบุรีอย่างหนึ่ง แต่จะได้ตรึกตรองทำความเห็นชี้การได้เสียยื่นภายหลังให้ละเอียดต่อไป..." ซึ่งเหตุผลดังกล่าวจากส่วนหนึ่งของการประชุมในคราวนั้น คงมีผลให้เกิดการยกอำเภอแกลงของเมืองจันทบุรี ไปขึ้นกับเมืองระยองในเวลาต่อมา ถ้ามีโอกาสไปอำเภอแกลงคราวหน้า ผู้เขียนคงมีข้อมูลไปเล่าให้ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ฟังให้หายข้องใจกันละคราวนี้--------------------------------------------------------------------ผู้เขียน สุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี นักจดหมายเหตุชำนาญการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี--------------------------------------------------------------------อ้างอิง สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.5 ก13.3/10 เอกสารรัชกาลที่ 5. เรื่องเกณฑ์ทหารมณฑลจันทบุรี แลมณฑลปราจิณบุรี (26 กันยายน ร.ศ.125 – 27 มกราคม ร.ศ.126--------------------------------------------------------------------
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรขอเชิญร่วมกิจกรรม รถพิพิธภัณฑ์สัญจร (Mobile Museum)งานมหกรรมในหลวงรักเรา “ภูมิพลังแผ่นดิน"3 - 6 ธันวาคม 2564 เวลา 08.00 - 17.00 น.ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี
The library is open Tuesday to Saturday from 9:00 a.m. to 5:00 p.m. Closed on Sunday, Monday and public holidays
วันจันทร์ที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการถาวรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ผู้แทนหน่วยงานและประชาชนในจังหวัด กาญจนบุรี เข้าร่วมงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การที่กรมศิลปากรได้ปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า โดยก่อสร้างอาคารจัดแสดงหลังใหม่ บริเวณอาคารหลังแรก เพื่อจัดแสดงนิทรรศการถาวรขึ้นใหม่ เน้นเรื่องราวโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคตะวันตก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของกรมศิลปากร ในการพัฒนางานด้านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ให้มีความเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ องค์กรภาครัฐ และเอกชนต่าง ๆ นับเป็นนิมิตหมายอันดีในการสร้างคุณูปการด้านวิชาการ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีศักยภาพสูง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อประเทศชาติ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ดำเนินโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า ตามแผนพัฒนาระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ภายใต้แนวคิด “โบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์แห่งภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย” ก่อสร้างอาคารจัดแสดงหลังใหม่ เป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยม สีดินเทศ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดี ออกแบบจัดแสดงนิทรรศการถาวรใหม่ ทั้งส่วนเนื้อหาการจัดแสดง และการนำเสนอเรื่องราวให้เข้าใจง่าย น่าสนใจ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น ๓ ชั้น นำเสนอเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญ การค้นพบเครื่องมือหิน ๘ ชิ้น นำไปสู่การขุดค้นทางโบราณคดีอย่างเป็นทางการที่แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี ข้อมูลหลักฐานและองค์ความรู้เกี่ยวกับคนบ้านเก่าในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ตลอดจนพัฒนาการของผู้คนในลุ่มน้ำแควน้อย - แควใหญ่ ที่สืบเนื่องมาจากสมัยหินเก่า สู่สมัยหินใหม่ และบ้านเก่าในปัจจุบัน จัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ เครื่องมือหิน ๘ ชิ้น (จำลอง) เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา “หม้อสามขา” เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมบ้านเก่า โครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โลงศพไม้ นอกจากนี้ ยังสามารถชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่โรงเรียนวัดท่าโป๊ะ บริเวณใกล้เคียงกับพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีการขุดพบโครงกระดูกจำนวนมาก และกรมศิลปากรยังมีการขุดค้นและดำเนินงานทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมถึงอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ที่อยู่ใกล้กัน จะเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้แห่งสำคัญของจังหวัดต่อไป
วันเสาร์ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ วัดราชาธิวาสวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดราชาธิวาสวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีพระพรหมวชิรมงคล เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จาก กรมศิลปากร ผู้แทนเขตดุสิต รวมถึงประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๐๐ คน. อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การทำความสะอาดวัดราชาธิวาสวิหารในวันนี้ เป็นกิจกรรมทำความ สะอาดโบราณสถาน อาคาร สิ่งสำคัญภายในวัด โดยทำความสะอาดในเชิงการอนุรักษ์เป็นสำคัญ ถึงแม้จะมีการปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ โรคโควิด๑๙ แต่ยังคงยึดถือตามวัตถุประสงค์เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงในงานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชนต่อการอนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย กรมศิลปากรจึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยร่วมกับอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในท้องถิ่น จัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ สำหรับกรุงเทพมหานคร กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ได้จัดกิจกรรม ณ วัดราชาธิวาสวิหาร ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทำความสะอาดลานหน้าพระอุโบสถ วิหาร หอไตร และภายในบริเวณวัด นับเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมไดมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนา โบราณสถานหรือแหลงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป นอกจากนี้ กรมศิลปากร ได้จัดงานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ ให้ประชาชน ร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย การเสวนาวิชาการ การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๕ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
แถลงข่าวผลการแข่งขันรางวัล Cultural Heritage Game Siamese ของกรมศิลปากร และแถลงข่าวการจัดการแข่งขันสร้างสรรค์เกมส์ FIT Game Jam (Fine Arts Game Jam) วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลา 13.00 - 16.30 น.
ชมการสาธิต วิธีเล่นเกม และทดลองเล่นเกม Cultural Heritage Game Siamese และการ Presentation การแข่งขันเกม และเชิญชวนเล่มเกม
อธิบดีกรมศิลปากรแถลงข่าว ผลการแข่งขันรางวัล Cultural Heritage Game Siamese ของกรมศิลปากรอธิบดีกรมศิลปากร รับช่อดอกไม้ แสดงความยินดี ผลรางวัล Cultural Heritage Game Siamese
เอกมุขลึงค์พบจากการขุดศึกษาทางโบราณคดีที่โบราณสถานคอกช้างดินหมายเลข ๕ เมืองโบราณ อู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ จัดแสดงห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
เอกมุขลึงค์พร้อมฐานโยนี ขนาดกว้าง ๗๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๐๐ เซนติเมตร สูง ๓๖ เซนติเมตร เดิมแตกเป็นชิ้นส่วน ปัจจุบันต่อไว้โดยเสริมส่วนที่ชำรุดหายไปด้วย ลักษณะเป็นศิวลึงค์ทรงกระบอกกลมปลายมน มีพระพักตร์ของพระศิวะสลักติดอยู่บริเวณส่วนล่างเกือบติดกับฐานโยนี โดยพระพักตร์มีความสูงประมาณ ๖ เซนติเมตร ทรงชฎามกุฎคือมีเส้นผมที่มุ่นมวยขึ้นไปด้านบนแบบนักบวช ทัดจันทร์เสี้ยวบนมวยผม มีพระเนตรที่สามอยู่กลางพระนลาฏ พระขนงต่อกันเป็นปีกกา พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระพักตร์ส่วนล่างกะเทาะหักหายไป ส่วนฐานโยนีสลักติดกับศิวลึงค์ ลักษณะเป็นแท่นทรงสี่เหลี่ยมยกขอบข้างสูง กึ่งกลางด้านหนึ่งทำเป็นรางยื่นออกมา รูปแบบของเอกมุขลึงค์องค์นี้แสดงถึงอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบคุปตะ กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ หรือประมาณ ๑,๓๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว
เอกมุขลึงค์เป็นรูปเคารพแทนองค์พระศิวะ หมายถึง ศิวลึงค์ที่มีพระพักตร์ของพระศิวะปรากฏอยู่ ๑ พระพักตร์ โดยปกติจะประดิษฐานบนฐานโยนี ซึ่งเป็นรูปเคารพแทนองค์พระอุมา ชายาของพระองค์ มักประดิษฐานไว้ในเทวาลัยสำหรับทำพิธีกรรมโดยจะมีการบูชาและสรงน้ำลงบนศิวลึงค์ น้ำจะไหลลงมาบนฐานโยนีและไหล่ผ่านรางที่ยื่นออกมาเพื่อเป็นน้ำมนตร์หรือน้ำศักดิ์สิทธิ์ต่อไป พบมาแล้วในประเทศอินเดียและส่งอิทธิพลให้ดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยนอกจากเมืองโบราณอู่ทองแล้ว ยังพบที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย
เอกมุขลึงค์องค์นี้ พบที่โบราณสถานคอกช้างดินหมายเลข ๕ โดยขุดพบบริเวณฐานศิลาแลงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงสันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้อาจเป็นเทวาลัยสำหรับประกอบพิธีกรรม ทั้งยังเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการรับคติความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู เข้ามาจากประเทศอินเดียของผู้คนท้องถิ่นบริเวณเมืองโบราณอู่ทองในสมัยนั้นด้วย
---------------------------------------------------
เอกสารอ้างอิง :
กรมศิลปากร. โบราณคดีคอกช้างดิน. กรุงเทพฯ : ฟันนี่พับบลิชชิ่ง, ๒๕๔๕.
กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. สหมิตรพริ้นติ้ง : นนทบุรี, ๒๕๔๕.
เชษฐ์ ติงสัญชลี. ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๘.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. กรุงเทพฯ : เมือง โบราณ , ๒๕๖๒.
สมศักด์ นิลพงษ์. ศิวลึงค์ศิลาที่ค้นพบในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา โบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๖.
สมศักดิ์ รัตนกุล “การขุดแต่งโบราณสถานด้านทิศเหนือของคอกช้างดิน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี” ศิลปากร ๑๑, ๒ (กรกฎาคม ๒๕๑๐) : ๗๘ – ๘๔.
-------------------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
https://www.facebook.com/prfinearts/posts/pfbid0vex7qgLerLqYdX8HMMmDDbTKuysQTPJWTHRqQuv8T1qAwtZQQMXKNDvduPvTH3Djl
เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ไปทรงเยี่ยมราษฎรอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง(รหัสเอกสาร ฉ/ร/๒๑๐)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จัดการบรรยายทางวิชาการออนไลน์สาธารณะ ประจำปี พ.ศ.2566 "คนพิพิธภัณฑ์อยากจะเล่า" ครั้งที่ 4 ขอเชิญร่วมฟังเรื่องเล่า ในหัวข้อ "อาคารเครื่องทอง นิทรรศการใหม่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา" เล่าเรื่องโดย นางสาวศศิธร โตวินัส ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
ผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง facebook live : Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จัดการบรรยายทางวิชาการออนไลน์สาธารณะ ประจำปี พ.ศ.2566 "คนพิพิธภัณฑ์อยากจะเล่า" ครั้งที่ 5 ขอเชิญร่วมฟังเรื่องเล่า ในหัวข้อ “คฤหาสน์กูเด็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล” เล่าเรื่องโดย นางสาวณัฐกานต์ พิภูษณกาญจน์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล ในวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
ผู้สนใจสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง facebook live : Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
วันเข้าพรรษา หมายถึง วันที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาอธิษฐานอยู่ประจำในวัดหรือเสนาสนะที่คุ้ฒแดดคุ้มฝนได้แห่งหนึ่ง ไม่ไปค้างแรมในที่อื่นตลอด 3 เดือนในฤดูฝน ปกติวันเข้าพรรษาจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม
ในปี พ.ศ. 2566 เป็นปีอธิกมาส มีเดือนที่เพิ่มขึ้นในปีจันทรคติ คือมี 13 เดือน มีเดือน 8 สองหน จึงเรียกว่า 8 สอง 8 เมื่อหมดเดือน 8 แล้ว แทนที่จะนับเดือนต่อไปเป็นเดือน 9 ก็ให้นับเดือน 8 ซ้ำอีกครั้ง และเรียกเดือน 8 ทั้งสองนี้ว่าเดือน 8 แรก และเดือน 8 หลัง วันเข้าพรรษาปีนี้ใช้เดือน 8 หลัง จึงเลื่อนไปในเดือนสิงหาคม ตรงกับวันพุธที่ 2 สิงหาคม 2566
พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติพระวินัยสำหรับพระสงฆ์ไว้ว่า ในฤดูฝนให้พระสงฆ์อยู่ประจำที่ 3 เดือน เรียกว่า จำพรรษา ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยพุทธกาลตอนต้น พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดให้พระสาวกจำพรรษา ภิกษุทั้งหลายจึงเดินทางเที่ยวจาริกไปทุกฤดู แม้ในฤดูฝนที่ชาวบ้านทำไร่ทำนากัน จึงเหยียบย่ำข้าวกล้าและสัตว์เล็กๆนานาชนิด เช่น มด ปลวก ชาวบ้านจึงพากันตำหนิติเตียน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงตรัสในที่ประชุมสงฆ์ บัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์จำพรรษาตลอด 3 เดือนในฤดูฝน
การเข้าพรรษา แบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ คือ เข้าพรรษาแรกเรียกว่า “ปุริมพรรษา” เริ่มตั้งแต่ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงกลางเดือน 11 ถ้าเข้าพรรษาแรกไม่ทันก็เข้าพรรษาหลัง เรียกว่า “ปัจฉิมพรรษา” เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 ถึงกลางเดือน 12 แต่เข้าพรรษาหลังจะรับกฐินไม่ทันเพราะหมดเวลาทอดกฐิน ปีใดมีเดือน 8 สองหน ปีนั้นให้ถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง เป็นวันเข้าพรรษาแรก
ช่วงเวลาพรรษา พุทธศาสนิกชนทั่วไปจะบำเพ็ญทาน รักษาศีล ฟังธรรม และเจริญภาวนามากขึ้น ก่อนวันเข้าพรรษาพุทธศาสนิกชนจะนำเทียนเข้าพรรษษและหลอดไฟฟ้าไปถวายพระ เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้แสงสว่างตลอดเข้าพรรษา ในวันเข้าพรรษานิยมไปทำบุญที่วัด ถวายผ้าอาบน้ำฝนและช้าวของเครื่องใช้ตามแต่จะมีจิตศรัทธาถวาย เช่น สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำตาล ไม้ขีด ร่ม พุ่มเทียน ในตอนเช้าของวันเข้าพรรษาก็จะมีการทำบุญตักบาตรทั่วไป
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก “๙๖ พระชันษา สมเด็จพระสังฆราช : มาตุภูมิ และพระกรณียกิจ” ในวันเสาร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๗
ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒. ๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี พบกับการบรรยายที่น่าสนใจ ดังนี้
- เวลา ๐๙.๐๐ น. สัมโมทนียกถาเปิดงาน โดย พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ และ ๑๕ (ธ) เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร
- เวลา ๐๙.๑๕ น. การสนทนา “ราชบุรีในความทรงจำ” โดย พระพรหมมงคลวัชราจารย์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร และ รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- เวลา ๑๐.๑๕ น. การบรรยายเรื่อง “ร่มอารามในราชบุรี” โดย รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- เวลา ๑๑.๑๕ น. การบรรยายเรื่อง “สมเด็จพระสังฆราชกับการศึกษา” โดย นายปกรัฐ กนกธนาพร รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
ผู้สนใจกรุณาลงทะเบียนสำรองที่นั่ง ผ่าน inbox facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี (ภายในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗) หรือรับชมผ่านช่องทาง online : facebook live ของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางสาวชลลดา สังวร หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน และเจ้าหน้าที่ ได้เข้าสำรวจสภาพโบราณวัตถุ โบราณสถานหลังน้ำท่วม ณ วัดหนองบัว ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา และวัดภูมินทร์ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่อประเมินผลกระทบและหาแนวทางในการป้องกันและอนุรักษ์โบราณวัตถุ โบราณสถานต่อไป พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำและแนวทางในการฟื้นฟูและบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดจากความชื้นต่อโบราณวัตถุและโบราณสถานในเบื้องต้นให้กับทางวัด
ภาพที่ 1-4 : วัดหนองบัว
ภาพที่ 5- 8 : วัดภูมินทร์
กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญร่วมฟังการเสวนาและการบรรยายจากผู้บริหารองค์กรด้านพิพิธภัณฑ์ของไทย รวมถึงผู้ปฏิบัติงานพิพิธภัณฑ์มากกว่า 40 คน ที่จะมาร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ สู่สาธารณชน ในงาน “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์ A Passage to Wisdom” ในวาระครบรอบ 150 ปี แห่งการเริ่มต้นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2567 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
สำหรับการเสวนาและการบรรยาย ประกอบด้วย
วันที่ 19 กันยายน 2567
Session 1 : “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์ A Passage to wisdom” การเสวนาเล่าเรื่องจุดเริ่มต้นของกิจการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย พัฒนาการ และทิศทางสู่อนาคต โดย สมลักษณ์ เจริญพจน์ อุปนายกสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตรองอธิบดีกรมศิลปากร ดร. รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สุขุมาล ผดุงศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) และนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ
Session 2 : “พิพิธพัฒนาการพิพิธภัณฑ์ไทย” การบรรยายเจาะลึกการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ไทยที่น่าสนใจ ประกอบด้วย “พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. นพ. สรรใจ แสงวิเชียร ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล “๒๐ ปี พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย” โดย สุชีรา เทวะ นักจัดกิจกรรมภาพยนตร์ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) “กว่าจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน” โดย ชัยวัฒน์ ไชยประเสริฐ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
Session 3 : “พหุวัฒนธรรมการแต่งกาย” การเสวนาที่จะพาทุกคนไปสัมผัสวัฒนธรรมหลากหลายที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กับประเด็น “พหุพัสตราภรณ์ ความหลากหลายแห่งแพรพรรณ” โดย ชนะภพ วัณณโอฬาร สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา “๑๕๐ ปี วิวัฒนาการผ่านผืนผ้า From westernized สู่ไทยพระราชนิยม” โดย ณชนก วงศ์ข้าหลวง พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “ผ้าราชสำนักในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” โดย ยุทธนาวรากร แสงอร่าม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
Session 4 : “รากฐานความรู้ สู่การเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ระดับวิชาการ“ การบรรยายเล่าเรื่องเบื้องหลัง การรวบรวมสิ่งสะสมที่พัฒนาเป็นองค์ความรู้ทางวิชาการ ประกอบด้วย “จากแผ่นสู่ห้องสมุดเสียงร้อยเรียงเป็นแหล่งเรียนรู้” โดย ถนิมรัตน์ แกล้วทนงค์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ กรมประชาสัมพันธ์ “จากการสะสมวัตถุพยาน สู่พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้” โดย ชาตรี ชุ่มจิตร นักสื่อสารมวลชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน “จากสะสมสู่มิวเซียม: จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด” โดย นิภาพร บุญทองใหม่ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด “กองทัพอากาศในกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” โดย นาวาอากาศเอก วีระชน เพ็ญศรี ผู้อำนวยการกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กรมสารบรรณทหารอากาศ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ “สิ่งสะสมส่วนตัวสู่คลังสมบัติชาติ: นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล กับการวางรากฐานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาไทย” โดย ชัยนุพล สุวรรณกุลไพศาล ศูนย์บริหารคลังตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยาและสัตว์สตัฟฟ์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ “พิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง กับการจัดการผลงานโดยครอบครัวศิลปิน” โดย นวภู แซ่ตั้ง นักวิชาการศิลปะ ทายาทรุ่นที่ 3 ของศิลปิน จ่าง แซ่ตั้ง ผู้ร่วมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง
วันที่ 20 กันยายน 2567
Session 5 : “Museum as Soft Power” การบรรยายนำเสนอบทเรียนจากความสำเร็จการเป็นผู้นำด้าน Soft Power โดย ลี ซอนจู ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีแห่งประเทศไทย
Session 6 : “พิพิธภัณฑ์กับการเป็นแหล่งท่องเที่ยว” การเสวนาร้อยเรียงกระบวนการจัดการพิพิธภัณฑ์เพื่อตอบรับการท่องเที่ยวกระแสหลัก โดย ดร. บัลลังก์ เนื่องแสง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ณันท์นภัส โตพัน ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) พนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณทสถานแห่งชาติ พระนคร (ผู้ดำเนินรายการ)
Session 7 : “พิพิธภัณฑ์กับการแปลงทุนทางวัฒนธรรมสู่การเรียนรู้” การบรรยายนำเสนอแนวทางการประยุกต์องค์ความรู้ที่เข้าถึงคนทุกวัย “บอร์ดเกมจากพิพิธภัณทสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์” โดย ชนน วัฒนะกูล ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณทสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์
Session 8 : “พิพิธภัณฑ์กับวัฒนธรรมร่วมสมัย” การบรรยายเกี่ยวกับการตีความวัตถุทางวัฒนธรรมเพื่อสื่อสารในรูปแบบแฟชั่นดีไซน์ ประกอบด้วย “Redefining Ethnological Collections: Integrating Contemporary Indigenous Fashion.” โดย Yulun Huang Curatorial Assistant Researcher, National Museum of Prehistory, Taiwan “จากศิลปะ สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดย ดร. วิจิตร อภิชาตเกรียงไกร (Ph.D in Visual Art) หอศิลป์ศาลเจ้า
Session 9 : “พิพิธภัณฑ์กับการสร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้” การเสวนาว่าด้วยการออกแบบกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ “บทเรียนจากพิพิธภัณฑ์...สู่การสร้างสรรค์เมืองแห่งการเรียนรู้” โดย ทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร มิวเซียมสยาม อัศรินทร์ นนทิหทัย ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการเรียนรู้ สถาบันอุทยานการเรียนรู้ พีรัช ษรานุรักษ์ นักออกแบบการเรียนรู้ Wizards of Learning ชนน์ชนก พลสิงห์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม มิวเซียมสยาม (ผู้ดําเนินรายการ)
วันที่ 21 กันยายน 2567
Session 10 : “เทคโนโลยีกับพิพิธภัณฑ์” การบรรยายนำเสนองานหลังบ้าน การวิเคราะห์โบราณวัตถุ และการจัดการฐานข้อมูล ประกอบด้วย “หน้าบ้านหลังบ้าน การใช้เทคโนโลยีในงานพิพิธภัณฑ์แบบทำได้จริง” โดย อานุภาพ สกุลงาม ผู้อำนวยการกองวิชาการวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ “เทคโนโลยีกับการสร้างฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์โบราณวัตถุ” โดยเบญจวรรณ พลประเสริฐ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย “เทคโนโลยีกับการสร้างภาพจำใหม่ของโบราณวัตถุ” โดย นัยนา มั่นปาน ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
Session 11 : “พิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืน“ การเสวนาเล่าเรื่องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากคุณค่าวัตถุทางวัฒนธรรมของพิพิธภัณฑ์: พิพิธภัณฑ์บันดาลไทย กับวิทยากรกลุ่มเซียมไล้และตัวแทนน้องๆ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม อาจารย์ไพโรจน์ ธีระประภา ศิลปินศิลปาธร 2557 สาขาเรขศิลป์ และผู้ก่อตั้งกลุ่มเซียมไล้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธีรวัฒน์ พจน์วิบูลศิริ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมาชิกกลุ่มเซียมไล้ ทานตะวัน วัฒนะ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพิพิธภัณฑ์บันดาลไทย 2567 ทีมไทยเก๊ก ธนพล โลหชิตพิทักษ์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพิพิธภัณฑ์บันดาลไทย 2567 ทีมประกายมรกต วัชรี ชมภู ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี (ผู้ดำเนินรายการ)
Session 12 : “พิพิธภัณฑ์เพื่อสังคม“ การบรรยายเล่าเรื่องความรู้ ภูมิปัญญา และงานอาสาสมัครเพื่อพัฒนาสังคม ประกอบด้วย “บทบาทพิพิธภัณฑ์ในการจัดการความรู้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน” โดย พระปลัดประพจน์ สุปภาโต พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง “การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุ ผ่านการเป็นอาสาสมัครเล่าเรื่องวัตถุตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์” โดย มณีรัตน์ เปานาเรียง ผู้อำนวยการกองวิชาการประวัติวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาไทย สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
Session 13 : “พลวัต (การศึกษา) สู่อนาคตพิพิธภัณฑ์ไทย”การบรรยายนำเสนอทิศทางของพิพิธภัณฑ์ไทยในนวัตกรรมแห่งความรู้ ในหัวข้อ “พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ของอนาคต” โดย พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ พิพิธภัณฑ์นักเขียนไทย “จากการสั่งสมโบราณวัตถุ สร้างสรรค์บทสนทนาสู่การสร้างนวัตกรรมกรรมทางสังคม A passage of Knowledge, Conversation and Innovation” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พธู คูศรีพิทักษ์ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพิพิธภัณฑศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
Session 14 : “พิพิธภัณฑ์กับชุมชน” การเสวนานำเสนอกระบวนการสร้างสรรค์พื้นที่ของวัฒนธรรมชุมชน “ศิลปะชุมชน พื้นที่ของวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์” โดย อาจารย์ชุมพล อักพันธานนท์ บ้านศิลปินคลองบางหลวง ดร. ไพโรจน์ ทองคำสุก ศูนย์ฝึกโขนวัดสุวรรณาราม ชัยวัฒน์ ไชยประเสริฐ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน (ผู้ดำเนินรายการ).
ทั้งนี้ ในวันที่ 19 กันยายน 2567 สามารถเข้าร่วมรับฟังการเสวนาและการบรรยายได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยมีการปาฐกถาพิเศษ “มองอนาคตของพิพิธภัณฑ์ในทศวรรษหน้า” โดย พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และวันที่ 20 - 21 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษกับวัตถุสะสมชิ้นพิเศษจากพิพิธภัณฑ์เครือข่าย 24 แห่ง การออกร้านกิจกรรมพิเศษและการจำหน่ายของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์เครือข่ายอีก 20 แห่ง ตลาดสินค้าสร้างสรรค์ประเภทอาร์ตทอย นอกจากนี้ในช่วงค่ำยังจัดให้มีกิจกรรม Museum Talk ยามค่ำ และกิจกรรม Night Museum เปิดให้ชมพิพิธภัณฑ์รอบพิเศษให้ทุกท่านเข้าชมนิทรรศการและความสวยงามของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยามค่ำคืน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2567 “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์ A Passage to Wisdom” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ 19 - 21 กันยายน 2567 กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปจนถึง 20.00 น.
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ใน “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์ A Passage to wisdom” ได้ทาง Facebook: Thai Museum Day และ Office of National Museums, Thailand สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โทร. 0 2164 2501-02 ต่อ 8045