จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ กฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครอง ลัวะทำเหล็ก ไพร่ส่วยผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของรัฐจารีตโบราณ
องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”
EP. 3 จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ : กฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครอง “ลัวะทำเหล็ก” ไพร่ส่วยผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของรัฐจารีตโบราณ
.
..เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ
.
.. “หลาบ” คือแผ่นโลหะที่ทำเป็นแผ่นลักษณะคล้ายใบลาน นิยมทำจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ และ เงิน รัฐจารีตฝ่ายบ้านเมืองสมัยโบราณ นิยมใช้จารึกพระราชอาชญาหรือพระราชโองการของกษัตริย์เฉพาะกรณี ถือเป็นกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจ (อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว, 2560, น.1)
.
..จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ ต้นฉบับเดิมเก็บรักษาไว้ที่หมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะบ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้อาวุโสตระกูลขุนแก้วทำหน้าที่ดูแลรักษา ทั้งนี้มีการเปิดหลาบเงินครั้งล่าสุด เมื่อราว 15 – 20 ปีที่ผ่านมา ในครั้งนั้น พระครูอดุลสีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ ได้รับการนิมนต์ให้ไปอ่านเนื้อความจารึกแผ่นหลาบเงิน และได้มีการคัดลอกทำสำเนาไว้เป็นอักษรธรรมตามต้นฉบับ ซึ่งต่อมาได้อ่านโดย นายนับเก้า เกียรติฉวีพรรณ มีรายละเอียดใจความสำคัญ ดังนี้
.
..ในปี พ.ศ. 2372 ตรงกับช่วงพระยาพุทธวงษ์ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ (ลำดับที่ 4) กลุ่มเจ้านายและขุนนางในราชสำนักเชียงใหม่ร่วมกันออกกฎหมายเฉพาะกิจ จารึกลงบนแผ่นเงิน มอบให้แก่ชาวลัวะและมูลนาย
..ประกาศให้ชาวลัวะ ส่งส่วย (ค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน)...เงินเจียง เงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน 150 เงิน ค่าตอบแทนพิเศษเป็นน้ำใจ ค่าสมุด ค่าดินสอ รวมทั้งหมด 400 เงิน เก็บรวบรวมส่วยช่วงเดือนมกราคมถึง กุมภาพันธ์ นำมาถวายราชธานีเชียงใหม่ทุกปีไม่ให้ขาด
..ประกาศให้การคุ้มครองดูแลลัวะตอบ่อซ้าย ลัวะตอบ่อขวา กลุ่มนี้ทั้งหมด ไม่ให้ขุนนางฝ่ายบ้านเมืองมาขูดรีดทรัพย์สินและเกณฑ์แรงงานไปใช้ในราชการ และห้ามไม่ให้เกณฑ์แรงงานไปใช้ในกิจกรรมของฝ่ายศาสนา ให้พวกเขาได้ตีเหล็กมาจ่ายส่วยภาษีแก่พระคลังของเจ้าหลวงอย่างสม่ำเสมอมิให้ขาด
..ขอให้มูลนายผู้ดูแลและไพร่ต่างมีความรักสามัคคี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ถ้าหากมูลนายจะละทิ้งหรือสละสิทธิ์การดูแลไพร่ส่วยกลุ่มนี้ ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินเจียง 200 เงิน ควาย 1 ตัว และถ้าหากไพร่ส่วยกลุ่มนี้ประสงค์จะเปลี่ยนมูลนายผู้ดูแล ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินเจียง 150 เงิน ควาย 1 ตัว ซึ่งเป็นไปตามจารีตประเพณีโบราณ กฎหมายฉบับนี้หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามทั้งชาวลัวะและชาวไท ต้องถูกลงโทษถึงจนแก่ชีวิต
..ถ้าหากขุนนางและประชาชนประสงค์จะซื้อมีด พร้า เสียม ขวาน จะบังคับซื้อบังคับขายเองไม่ได้ ถ้าไม่มีหนังสืออนุญาตประทับตราช้างจากคณะที่ปรึกษาราชการบริหารบ้านเมืองเชียงใหม่ ห้ามขายให้โดยเด็ดขาด ถ้าหากผู้ใดไม่ทำตาม ทำการซื้อขายโดยไม่เป็นไปตามราคาที่รัฐบ้านเมืองกำหนด หากฝ่ายบ้านเมืองทราบจะต้องได้รับโทษ
.
..จากเนื้อความในจารึกหลาบเงิบบ้านบ่อหลวง ของพระยาพุทธวงษ์ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชั้นต้น ที่ต้นฉบับเดิมถูกเขียนขึ้นปี พ.ศ. 2372 ตรงกับช่วงพระยาพุทธวงษ์ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นการออกกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจ จารึกลงบนวัสดุแผ่นโลหะเงิน เพื่อมอบให้แก่มูลนายและกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสถานะเป็น “ไพร่ส่วย” หน่วยชุมชนลัวะที่เป็นแหล่งผลิตโลหะเหล็กและเครื่องมือเหล็ก สะท้อนให้เห็นภาพระบบส่วย ระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย และระบบผูกขาดการค้าของรัฐ เกิดขึ้นในช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระยาพุทธวงษ์ มีรายละเอียดประเด็นน่าสนใจดังนี้
.
..1) ประเด็นระบบส่วย เมืองเชียงใหม่ช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระยาพุทธวงษ์ น่าจะได้รับผลประโยชน์จาก “ไพร่ส่วย” กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงใน 2 ทาง ประกอบด้วย
..1.1) ทรัพยากรผลผลิตซึ่งเป็นที่ต้องการของรัฐ ในกรณีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องเหล็ก เช่น มีด พร้า เสียม ขวาน
..1.2) ส่วยภาษีเงินตรา กลุ่มลัวะบ้านบ่อหลวงจะต้องจ่ายทั้งค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน เงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน และเงินพิเศษอื่น ๆ ให้กับรัฐบ้านเมืองเชียงใหม่ จำนวนรวม 400 เงิน หรือประมาณ 320,000 – 400,000 เบี้ย ส่วยทั้ง 2 ประเภท น่าจะเป็นทั้งทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อุปโภคภายในราชธานีเชียงใหม่ และสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มชนชั้นปกครองรวมถึงราชธานีเชียงใหม่ด้วย
.
.. 2) ประเด็นระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย จารึกหลาบเงิบบ้านบ่อหลวงของพระยาพุทธวงษ์ บ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เมืองเชียงใหม่มีการออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง โดยจะใช้อำนาจคุ้มครองไม่ให้ฝ่ายรัฐบ้านเมือง และฝ่ายศาสนาเข้ามาเกณฑ์ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ไปใช้แรงงานใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ ได้ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและแรงงานทำการผลิตทรัพยากรเครื่องมืองเหล็กที่รัฐบ้านเมืองต้องการอย่างเต็มที่ โดยรัฐบ้านเมืองจะเรียกร้องผลผลิตเครื่องมือเหล็กและเงินตราเป็นการตอบแทนในรูปแบบของส่วย
..นอกจากนี้หลักฐานดังกล่าวยังระบุแนวทางปฏิบัติในการเปลี่ยนมูลนายของไพร่ส่วย เป็น 2 แนวทาง คือ
..1) ฝ่ายมูลนายสามารถแสดงความประสงค์สละสิทธิ์หรือละทิ้งการดูแลไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวงกลุ่มนี้ และ
..2) ฝ่ายไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวงก็สามารถแสดงความประสงค์จะเปลี่ยนมูลนายผู้ดูแลได้เช่นกัน นัยส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวง มีอำนาจต่อรองเชิงเศรษฐกิจและสังคมพอสมควร ซึ่งมากพอที่จะต่อรองกับราชสำนักเชียงใหม่ เพื่อเลือกขุนนางผู้ที่จะมาเป็นมูลนายดูแลกลุ่มชุมชนของตนเองได้
.
.. 3) ระบบผูกขาดการค้าของรัฐ จากหลักฐานข้างต้นบ่งชี้ถึงทรัพยากรผลผลิตที่กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงผลิตได้ คือ เครื่องมือเหล็ก อันประกอบด้วย มีด พร้า เสียม ขวาน รัฐได้ออกกฎหมายผูกขาดผลผลิตดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน 2 แนวทาง ประกอบด้วย
..3.1) ผลผลิตเครื่องมือเหล็กส่วนหลัก จะต้องถูกส่งเข้าสู่พระคลังของเชียงใหม่
..3.2) ผลผลิตเครื่องมือเหล็กส่วนเกินจากความต้องการ ไพร่ส่วยสามารถนำมาขายให้กับขุนนางและประชาชนทั่วไปได้ แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตประทับตราช้างจากคณะที่ปรึกษาราชการบริหารบ้านเมืองเชียงใหม่เท่านั้น นอกจากนี้จะต้องซื้อขายตามราคาที่รัฐบ้านเมืองกำหนดควบคุมอย่างเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้แสดงถึงกลไกผูกขาดผลผลิตประเภทเครื่องมือเหล็กของกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงอย่างเห็นได้ชัด
.
เอกสารอ้างอิง
- พระครูอดุลสีลกิตติ์. (ไม่ระบุปี). สมุดคัดสำเนาจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวง.
- อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. (2560). หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. ใน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, งานเสวนาวิชาการ หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. เชียงใหม่: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
.
รายละเอียดภาพประกอบ
- ชาวลัวะบ้านบ่อหลวงชื่อ "หนานหล้า" กำลังอ่านจารึกหลาบเงินที่บ้านบ่อหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2481
.
ที่มาของภาพ
- หม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต
- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205.
- “Courtesy of the Journal of the Siam Society
.
ขอขอบพระคุณ
- พระครูอดุลสีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ
- The Journal of the Siam Society
- สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์
- คุณนับเก้า เกียรติฉวีพรรณ นักศึกษาระดับมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
.
#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา

EP. 3 จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ : กฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครอง “ลัวะทำเหล็ก” ไพร่ส่วยผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของรัฐจารีตโบราณ
.
..เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ
.
.. “หลาบ” คือแผ่นโลหะที่ทำเป็นแผ่นลักษณะคล้ายใบลาน นิยมทำจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ และ เงิน รัฐจารีตฝ่ายบ้านเมืองสมัยโบราณ นิยมใช้จารึกพระราชอาชญาหรือพระราชโองการของกษัตริย์เฉพาะกรณี ถือเป็นกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจ (อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว, 2560, น.1)
.
..จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ ต้นฉบับเดิมเก็บรักษาไว้ที่หมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะบ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้อาวุโสตระกูลขุนแก้วทำหน้าที่ดูแลรักษา ทั้งนี้มีการเปิดหลาบเงินครั้งล่าสุด เมื่อราว 15 – 20 ปีที่ผ่านมา ในครั้งนั้น พระครูอดุลสีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ ได้รับการนิมนต์ให้ไปอ่านเนื้อความจารึกแผ่นหลาบเงิน และได้มีการคัดลอกทำสำเนาไว้เป็นอักษรธรรมตามต้นฉบับ ซึ่งต่อมาได้อ่านโดย นายนับเก้า เกียรติฉวีพรรณ มีรายละเอียดใจความสำคัญ ดังนี้
.
..ในปี พ.ศ. 2372 ตรงกับช่วงพระยาพุทธวงษ์ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ (ลำดับที่ 4) กลุ่มเจ้านายและขุนนางในราชสำนักเชียงใหม่ร่วมกันออกกฎหมายเฉพาะกิจ จารึกลงบนแผ่นเงิน มอบให้แก่ชาวลัวะและมูลนาย
..ประกาศให้ชาวลัวะ ส่งส่วย (ค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน)...เงินเจียง เงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน 150 เงิน ค่าตอบแทนพิเศษเป็นน้ำใจ ค่าสมุด ค่าดินสอ รวมทั้งหมด 400 เงิน เก็บรวบรวมส่วยช่วงเดือนมกราคมถึง กุมภาพันธ์ นำมาถวายราชธานีเชียงใหม่ทุกปีไม่ให้ขาด
..ประกาศให้การคุ้มครองดูแลลัวะตอบ่อซ้าย ลัวะตอบ่อขวา กลุ่มนี้ทั้งหมด ไม่ให้ขุนนางฝ่ายบ้านเมืองมาขูดรีดทรัพย์สินและเกณฑ์แรงงานไปใช้ในราชการ และห้ามไม่ให้เกณฑ์แรงงานไปใช้ในกิจกรรมของฝ่ายศาสนา ให้พวกเขาได้ตีเหล็กมาจ่ายส่วยภาษีแก่พระคลังของเจ้าหลวงอย่างสม่ำเสมอมิให้ขาด
..ขอให้มูลนายผู้ดูแลและไพร่ต่างมีความรักสามัคคี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ถ้าหากมูลนายจะละทิ้งหรือสละสิทธิ์การดูแลไพร่ส่วยกลุ่มนี้ ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินเจียง 200 เงิน ควาย 1 ตัว และถ้าหากไพร่ส่วยกลุ่มนี้ประสงค์จะเปลี่ยนมูลนายผู้ดูแล ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินเจียง 150 เงิน ควาย 1 ตัว ซึ่งเป็นไปตามจารีตประเพณีโบราณ กฎหมายฉบับนี้หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามทั้งชาวลัวะและชาวไท ต้องถูกลงโทษถึงจนแก่ชีวิต
..ถ้าหากขุนนางและประชาชนประสงค์จะซื้อมีด พร้า เสียม ขวาน จะบังคับซื้อบังคับขายเองไม่ได้ ถ้าไม่มีหนังสืออนุญาตประทับตราช้างจากคณะที่ปรึกษาราชการบริหารบ้านเมืองเชียงใหม่ ห้ามขายให้โดยเด็ดขาด ถ้าหากผู้ใดไม่ทำตาม ทำการซื้อขายโดยไม่เป็นไปตามราคาที่รัฐบ้านเมืองกำหนด หากฝ่ายบ้านเมืองทราบจะต้องได้รับโทษ
.
..จากเนื้อความในจารึกหลาบเงิบบ้านบ่อหลวง ของพระยาพุทธวงษ์ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชั้นต้น ที่ต้นฉบับเดิมถูกเขียนขึ้นปี พ.ศ. 2372 ตรงกับช่วงพระยาพุทธวงษ์ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นการออกกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจ จารึกลงบนวัสดุแผ่นโลหะเงิน เพื่อมอบให้แก่มูลนายและกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสถานะเป็น “ไพร่ส่วย” หน่วยชุมชนลัวะที่เป็นแหล่งผลิตโลหะเหล็กและเครื่องมือเหล็ก สะท้อนให้เห็นภาพระบบส่วย ระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย และระบบผูกขาดการค้าของรัฐ เกิดขึ้นในช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระยาพุทธวงษ์ มีรายละเอียดประเด็นน่าสนใจดังนี้
.
..1) ประเด็นระบบส่วย เมืองเชียงใหม่ช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระยาพุทธวงษ์ น่าจะได้รับผลประโยชน์จาก “ไพร่ส่วย” กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงใน 2 ทาง ประกอบด้วย
..1.1) ทรัพยากรผลผลิตซึ่งเป็นที่ต้องการของรัฐ ในกรณีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องเหล็ก เช่น มีด พร้า เสียม ขวาน
..1.2) ส่วยภาษีเงินตรา กลุ่มลัวะบ้านบ่อหลวงจะต้องจ่ายทั้งค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน เงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน และเงินพิเศษอื่น ๆ ให้กับรัฐบ้านเมืองเชียงใหม่ จำนวนรวม 400 เงิน หรือประมาณ 320,000 – 400,000 เบี้ย ส่วยทั้ง 2 ประเภท น่าจะเป็นทั้งทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อุปโภคภายในราชธานีเชียงใหม่ และสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มชนชั้นปกครองรวมถึงราชธานีเชียงใหม่ด้วย
.
.. 2) ประเด็นระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย จารึกหลาบเงิบบ้านบ่อหลวงของพระยาพุทธวงษ์ บ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เมืองเชียงใหม่มีการออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง โดยจะใช้อำนาจคุ้มครองไม่ให้ฝ่ายรัฐบ้านเมือง และฝ่ายศาสนาเข้ามาเกณฑ์ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ไปใช้แรงงานใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ ได้ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและแรงงานทำการผลิตทรัพยากรเครื่องมืองเหล็กที่รัฐบ้านเมืองต้องการอย่างเต็มที่ โดยรัฐบ้านเมืองจะเรียกร้องผลผลิตเครื่องมือเหล็กและเงินตราเป็นการตอบแทนในรูปแบบของส่วย
..นอกจากนี้หลักฐานดังกล่าวยังระบุแนวทางปฏิบัติในการเปลี่ยนมูลนายของไพร่ส่วย เป็น 2 แนวทาง คือ
..1) ฝ่ายมูลนายสามารถแสดงความประสงค์สละสิทธิ์หรือละทิ้งการดูแลไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวงกลุ่มนี้ และ
..2) ฝ่ายไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวงก็สามารถแสดงความประสงค์จะเปลี่ยนมูลนายผู้ดูแลได้เช่นกัน นัยส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวง มีอำนาจต่อรองเชิงเศรษฐกิจและสังคมพอสมควร ซึ่งมากพอที่จะต่อรองกับราชสำนักเชียงใหม่ เพื่อเลือกขุนนางผู้ที่จะมาเป็นมูลนายดูแลกลุ่มชุมชนของตนเองได้
.
.. 3) ระบบผูกขาดการค้าของรัฐ จากหลักฐานข้างต้นบ่งชี้ถึงทรัพยากรผลผลิตที่กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงผลิตได้ คือ เครื่องมือเหล็ก อันประกอบด้วย มีด พร้า เสียม ขวาน รัฐได้ออกกฎหมายผูกขาดผลผลิตดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน 2 แนวทาง ประกอบด้วย
..3.1) ผลผลิตเครื่องมือเหล็กส่วนหลัก จะต้องถูกส่งเข้าสู่พระคลังของเชียงใหม่
..3.2) ผลผลิตเครื่องมือเหล็กส่วนเกินจากความต้องการ ไพร่ส่วยสามารถนำมาขายให้กับขุนนางและประชาชนทั่วไปได้ แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตประทับตราช้างจากคณะที่ปรึกษาราชการบริหารบ้านเมืองเชียงใหม่เท่านั้น นอกจากนี้จะต้องซื้อขายตามราคาที่รัฐบ้านเมืองกำหนดควบคุมอย่างเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้แสดงถึงกลไกผูกขาดผลผลิตประเภทเครื่องมือเหล็กของกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงอย่างเห็นได้ชัด
.
เอกสารอ้างอิง
- พระครูอดุลสีลกิตติ์. (ไม่ระบุปี). สมุดคัดสำเนาจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวง.
- อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. (2560). หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. ใน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, งานเสวนาวิชาการ หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. เชียงใหม่: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
.
รายละเอียดภาพประกอบ
- ชาวลัวะบ้านบ่อหลวงชื่อ "หนานหล้า" กำลังอ่านจารึกหลาบเงินที่บ้านบ่อหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2481
.
ที่มาของภาพ
- หม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต
- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205.
- “Courtesy of the Journal of the Siam Society
.
ขอขอบพระคุณ
- พระครูอดุลสีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ
- The Journal of the Siam Society
- สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์
- คุณนับเก้า เกียรติฉวีพรรณ นักศึกษาระดับมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
.
#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา

(จำนวนผู้เข้าชม 7 ครั้ง)