สรุปผลการดำเนินงานการสำรวจทางโบราณคดีบริเวณอ่าวพนังตักและอ่าวชุมพร ประจำปีงบประมาณ 2568
สรุปผลการดำเนินงานการสำรวจทางโบราณคดีบริเวณอ่าวพนังตักและอ่าวชุมพร ประจำปีงบประมาณ 2568
กองโบราณคดีใต้น้ำได้ดำเนินการสำรวจเชิงรุกในพื้นที่อ่าวพนังตักและอ่าวชุมพร ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์การค้าทางทะเลของไทยมาแต่โบราณ โดยสามารถสืบย้อนไปได้ถึงราวพุทธศตวรรษที่ 5 ทั้งนี้ แหล่งโบราณคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวคือเมืองท่าโบราณเขาสามแก้ว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลำน้ำที่เชื่อมต่อกับปากอ่าวทั้งสอง
การสำรวจในครั้งนี้ใช้เทคนิคผสมระหว่างเครื่องมือโซนาร์สแกนด้านข้าง (Side-Scan Sonar) และการดำน้ำตรวจสอบ ครอบคลุมพื้นที่รวมเกือบ 5 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทางการสำรวจทั้งสิ้นเกือบ 100 กิโลเมตร
บริเวณปากอ่าวพนังตัก ผลการสำรวจไม่พบโบราณวัตถุหรือร่องรอยทางโบราณคดี เครื่องมือโซนาร์สามารถระบุวัตถุขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เสาคอนกรีต ลูกกรงโลหะ ยางรถยนต์ และบานประตู อย่างไรก็ตาม วัตถุขนาดเล็กหรือโบราณวัตถุต้องอาศัยนักดำน้ำตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากทัศนวิสัยใต้น้ำในพื้นที่มีข้อจำกัด ไม่เกิน 1 เมตร ทำให้การค้นหาวัตถุขนาดเล็กดำเนินไปด้วยความยากลำบาก ทีมสำรวจจึงสรุปว่า ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีในบริเวณดังกล่าว
ในทางตรงกันข้าม บริเวณตอนเหนือของอ่าวชุมพร ผลการสำรวจพบหลักฐานสำคัญคือ สมอเรือเหล็ก ปรากฏอยู่บริเวณกองหินชุมพร ที่ระดับความลึกประมาณ 7 เมตร สมอดังกล่าวไม่ใช่แบบที่นิยมใช้ในปัจจุบัน แต่ตรงกับรูปแบบที่นิยมในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Admiralty Pattern Anchor” เป็นสมอที่ราชนาวีอังกฤษนำมาใช้เป็นมาตรฐานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1852
สมอชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ ก้านสมอ (shank) หล่อด้วยเหล็กตัน ปลายด้านหนึ่งเชื่อมกับแขนสมอ (arm) ด้วยวิธีตีขึ้นรูป ปลายอีกด้านเจาะรูสำหรับใส่กะสมอ (stock) และมีห่วง (ring) สำหรับร้อยโซ่ ทั้งหมดนี้ยังคงปรากฏให้เห็นในสภาพดี ยกเว้นเพียงกะสมอที่สูญหายไป
แม้จะยังไม่สามารถระบุอายุของสมอได้อย่างแน่ชัด แต่สามารถสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าสมอเรือนี้มีอายุไม่เก่ากว่าปี ค.ศ. 1852 หรือตรงกับช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) การค้นพบนี้จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า บริเวณดังกล่าวของอ่าวชุมพรเคยใช้เป็นจุดทอดสมอของเรือเดินทะเลในอดีต ซึ่งแสดงถึงบทบาทของพื้นที่ในฐานะจุดพักเรือหรือจุดจอดเรือที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการค้า การขนส่ง หรือการเดินทางระหว่างประเทศ
แม้การสำรวจครั้งนี้จะยังไม่พบโบราณวัตถุร่วมสมัยกับแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วโดยตรง แต่การค้นพบสมอเรือในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของกิจกรรมทางทะเลในอ่าวชุมพร และเป็นหลักฐานสนับสนุนว่า พื้นที่นี้เคยมีความคึกคักด้านการคมนาคมทางน้ำในอดีต ถือเป็นความสำเร็จของการสำรวจเชิงรุก ที่แม้บางครั้งอาจเปรียบได้กับการงมเข็มในมหาสมุทร แต่ก็สามารถค้นพบข้อมูลสำคัญที่ต่อยอดความเข้าใจในประวัติศาสตร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
เอกสารอ้างอิง
Curryer, Betty Nelson (1999). Anchors: An Illustrated History. Chatham. pp. 114–115. ISBN 978-1-86176-080-7.
(จำนวนผู้เข้าชม 7 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร