ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,213 รายการ

          สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงสร้างพระวิหารสมเด็จซึ่งเดิมเรียกว่าหอพุทธสาสนสังคหะ โดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้เป็นหอพระธรรมประจำวัด (วัดอยู่ในเขตพระราชฐานลานพระราชวังดุสิต พื้นที่ชายธงสามเหลี่ยมแหลมยาวติดทุ่งนามีต้นไทรต่อเนื่องกับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แต่เดิมจึงชื่อวัดแหลม หรือวัดไทรทอง) มีหนังสือใบลานเป็นมรดกตกทอดจนถึงปัจจุบันถึง ๓ สมัย ที่สำคัญจัดสรรนำมาแสดง ดังนี้พานที่ ๑ สมัยอยุธยา  เลขที่ ๒๒ เรื่องวิมติวิโนทนี วินยฎีกา อธิบายสิกขาบทของภิกษุว่าด้วยการล่วงอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส และปาจิตตีย์ ฉบับล่องชาด ๑๒ ผูก สร้างโดยอุบาสกขุนยอดโยธา เมื่อ พ.ศ. ๒๑๘๖ สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาทอง อายุ ๓๘๐ ปี  เลขที่ ๗๐ เรื่องมิลินทปัญหาบาลี พระเจ้ามิลินท์ถามปัญหาเชิงพุทธปรัชญากับพระนาคเสน ฉบับทองทึบ ๑๕ ผูก สร้างโดยมหาคงอิน เมื่อ พ.ศ.๒๒๙๑ สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ อายุ ๒๗๕ ปี    พานที่ ๒ สมัยธนบุรี เลขที่ ๓๓๘ เรื่องสารสังคหะ อธิบายพระไตรปิฎก อรรถกถาและฎีกาโดยสังเขป ครอบคลุมสาระธรรมทั้งโลกิยะและโลกุตตระ ฉบับทองทึบ ๖ ผูก สามเณรบัวสร้าง เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๐ สมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี อายุ ๒๔๖ ปี  เลขที่ ๓๒๓ เรื่องสารสังคหะ อธิบายพระไตรปิฎก อรรถกถาและฎีกาโดยสังเขป ครอบคลุมสาระธรรมทั้งโลกิยะและโลกุตตระ ฉบับทองทึบ ๑๓ ผูก ไม่ปรากฏผู้สร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี อายุ ๒๔๕ ปี   พานที่ ๓ สมัยรัตนโกสินทร์ ร.๑ - ร.๒  เลขที่ ๒๗๑ เรื่องธรรมบทอรรถกถา แสดงธรรมโดยการเล่าเรื่องปรารภเหตุการณ์ต่างๆ ฉบับทองทึบ ๖ ผูก ไม่ปรากฏผู้สร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อายุ ๒๓๘ ปี  เลขที่ ๑๗-๑๘ เรื่องขุททกสิกขา วินิจฉัยสิกขาบทเล็กน้อยนอกพระไตรปิฎก ฉบับล่องชาด ๖ ผูก สร้างโดยเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๑ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อายุ ๒๓๕ ปี  เลขที่ ๙๓ เรื่องทศชาติชาดก ชาดกพระเจ้า ๑๐ ชาติ ฉบับทองทึบ ๑๔ ผูก ไม่ปรากฏผู้สร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อายุ ๒๐๖ ปี   พานที่ ๔ สมัยรัตนโกสินทร์ ร.๓ - ร.๕  เลขที่ ๑๒๘ เรื่องปปัญจสูทนี คัมภีร์อรรถกถาอธิบายความในพระสูตร เช่น ธรรมที่ควรต้องละเพื่อไขความเนิ่นช้าแห่งจิต ฉบับล่องชาด ๑๑ ผูก สร้างโดยจันทโชติคุณูปการของคุณยายค้อมมารดาพระศรี เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖  สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว อายุ ๑๙๐ ปี เลขที่ ๓๒๔ เรื่องสารสังคหะ อธิบายพระไตรปิฎก อรรถกถาและฎีกาโดยสังเขป ครอบคลุมสาระธรรมทั้งโลกิยะและโลกุตตระ ฉบับทองทึบ ๑๒ ผูก สร้างโดยพระองค์เจ้าบันเทิง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๗ สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อายุ ๑๕๙ ปี  เลขที่ ๓๔๓ เรื่องสารสังคหะ อธิบายพระไตรปิฎก อรรถกถาและฎีกาโดยสังเขป ครอบคลุมสาระธรรมทั้งโลกิยะและโลกุตตระ ฉบับทองทึบ ๑๕ ผูก สร้างโดยขุนเทพอาญาเอี่ยม-แม่นิ่ม เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๑ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อายุ ๑๓๕ ปี  พานที่ ๕ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (สร้าง) สำรวจพบ ๑๖ รายการ(เลขที่) จำนวน ๒๘๘ ผูก ซึ่งนับว่าพระองค์มีศรัทธาสร้างคัมภีร์ถวายไว้ในพระพุทธศาสนาจำนวนมากถึงประมาณ ๕ % ของคัมภีร์ทั้งหมดที่ลงทะเบียนในพระวิหารสมเด็จ ทั้งนี้พระองค์บันทึกไว้เป็นการเฉพาะว่า “สร้างไว้ในพระพุทธศาสนา สำหรับวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม อุทิศส่วนพระกุศลถวายฉลองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ดังตัวอย่างคัมภีร์ต่อไปนี้ เลขที่ ๕๒๔ เรื่องเวสสันดรชาดกกถา เรื่องราวในพระชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนจะตรัสรู้ที่ทรงบำเพ็ญทานบารมีอย่างยิ่งยวด สละได้ทุกอย่างแม้แต่บุตรและภรรยา ฉบับทองทึบ ๑๖ ผูก สร้างโดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๑ สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว อายุ ๑๐๕ ปี    พานที่ ๖ เจ้าจอมมารดาเปี่ยม (สร้าง) สำรวจพบ ๒๖ รายการ(เลขที่) จำนวน ๒๓๓ ผูก ซึ่งนับว่าสร้างไว้หลากหลายเรื่องมาก ถ้านำจำนวนผูกมาเปรียบเทียบได้ประมาณ ๔ % ของคัมภีร์ทั้งหมดที่ลงทะเบียนในพระวิหารสมเด็จ มีข้อสังเกตส่วนใหญ่ท่านไม่ได้บันทึกปีที่สร้างไว้ จึงไม่ทราบว่าท่านสร้างไว้เมื่อใด เป็นแต่เพียงประมาณว่าท่านมีชีวิตระหว่าง พ.ศ. ๒๓๘๑-๒๔๔๗ ในสมัยรัชกาลที่ ๓-๕ คัมภีร์ที่สร้างจึงมีอายุไม่เกิน ๑๘๕ ปี ดังเช่นคัมภีีร์ต่อไปนี้ เลขที่ ๑๓๔ เรื่องทีฆนิกายมหาวรรค เนื้อความพระสูตรที่มีความยาวมากๆ เช่น มหาปรินิพพานสูตร มหาสติปัฏฐานสูตร เป็นต้น ฉบับทองทึบ ๑๒ ผูก สร้างโดยเจ้าจอมมารดาเปี่ยม(สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา) ไม่ปรากฏปีที่สร้าง------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : เอกสารในพิธีแถลงข่าวส่งมอบผลงานการอนุรักษ์เอกสารโบราณวัดเบญจมบพิตร (ตามโครงการความร่วมมือระหว่างวัดเบญจมบพิตร กับกรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ผลงานการอนุรักษ์เอกสารโบราณวัดเบญจมบพิตร) ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๖


         วันจันทร์ที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดงานเสวนาวิชาการ "ราชประดิษฐฯ พิสิฐศิลป์"  โดยแบ่งการเสวนาออกเป็น ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ ความเป็นมาของโครงการบูรณะซ่อมแซมและอนุรักษ์บานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย วิทยากรโดย พระวชิรธรรมเมธี (อารยพงศ์ อารยธมฺโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม , นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร , นายอำพล สัมมาวุฒธิ อดีตผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านศิลปกรรม (วิจัยและพัฒนาศิลปกรรม) กรมศิลปากร , Ms.Yoko FUTAKAMI Head, Research Information Section National Research Institute for Cultural Properties, Tokyo           ช่วงที่สอง เรื่อง กระบวนการทำงานซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย วิทยากรโดย Mr.Yoshihiko YAMASHITA อดีตนักวิจัย สถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (National Research Institute for Cultural Properties, Tokyo) , นายธนาวัฒน์ ตราชูชาติ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส หัวหน้ากลุ่มช่างหุ่น ปั้นลายและช่างมุก กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร , นายสรรินทร์ จรัลนภา นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยมี นายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้มีผู้บริหาร ข้าราชการ กรมศิลปากร และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมรับฟังการเสวนา ณ ห้องประชุมชั้น ๒ อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม






วันเสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เข้าร่วมโครงการคณิตศาสตร์สัมพันธ์ ครั้งที่ ๑๙ จำนวน ๙๘๐ คน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๓ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมีนางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ นายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ และนางสาวอาภาภรณ์ เปล่งปลั่งศรี นักวิชาการวัฒนธรรม ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


วันที่ 19 มีนาคม 2566 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ให้การต้อนรับคณะครู และน้อง ๆ นักเรียน จากโรงเรียนดารุสสลาม จังหวัดยะลา จำนวน 51 คน


วันเสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๖ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ยินดีต้อนรับ  โรงพยาบาลบุรีรัมย์ นำคณะผู้บริหาร ชมรมประสาทศัลยแพทย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน ๓๐ คน  เวลา ๐๙.๓๐ น. เข้าเยี่ยมชมปราสาทพนมรุ้ง  (นำชม/รายงานโดย นางสาวชยาณิษฐ์ ธนโชคสิริธานนท์)


วันเสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. คณะนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการคณิตศาสตร์สัมพันธ์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวน ๔๘๐ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๓ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมีนางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ นายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ และนางสาวอาภาภรณ์ เปล่งปลั่งศรี นักวิชาการวัฒนธรรม ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


          สำนักช่างสิบหมู่  ร่วมกับกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ดำเนินการอนุรักษ์บานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย  วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วาระที่ ๓  ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๔ –  พ.ศ. ๒๕๖๘   ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการอนุรักษ์ฯ แล้วเสร็จติดประกอบคืนบานไม้ไปแล้วในบางส่วน             ทางวัดราชประดิษฐฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของงานอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น  จึงได้ร่วมมือกับกรมศิลปากรจัดงาน “ราชประดิษฐฯ พิสิฐศิลป์”  ในวันจันทร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๕.๓๐ น.  ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม  เพื่อนำเสนอการดำเนินงานที่ผ่านมาผ่านมุมมองวัด และช่างฝีมือ ทั้งชาวไทย-ญี่ปุ่น มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น.   - การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง ความเป็นมาของโครงการบูรณะซ่อมแซมและ อนุรักษ์บานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย  - การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง กระบวนการทำงานซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย  เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. - นิทรรศการและการสาธิตงานซ่อมแซมบานไม้ประดับมุก จาก สำนักช่างสิบหมู่ และสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ - การออกร้านอาหารญี่ปุ่น - การชงชาแบบญี่ปุ่น จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร  - พิธีการประกอบคืนบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น  - ชมการแสดงชุดระบำมิตรไมตรีญี่ปุ่น – ไทย จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร - พบกับ Thames Malerose   Full-time คอสเพลย์เยอร์ และสตรีมเมอร์  รางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 2  งานประกวด World Cosplay Summit 2022 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น  ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdWEkb27xprvUkX6w4cUn2S7Q4pgalVkzpQU1ydhtzKNsJSPA/viewform?fbclid=IwAR0XPoOZqLQ2VKXI77qgnc5LAVN18SDJbVv6F3-c8Qy-9V-UG747TbPAN7sหรือแสกน Qr Code ที่โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อลงทะเบียน +++รีบลงทะเบียนด่วน! รับจำนวนจำกัด  ภาคเช้า เปิดรับผู้ลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน ๓๐ ท่าน ภาคบ่าย เปิดรับผู้ลงทะเบียนออนไลน์ จำนวน ๑๐๐ ท่าน


วันศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ถึงชั้นประถมศึกษาที่ ๖ โรงเรียนบ้านร่มเย็น ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๗๕ คน คุณครู ๑๒ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๒ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมีนายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ และนางสาวอภิญญา สุขใหญ่ พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


วันศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๑-๖ โรงเรียนบ้านหนองกา ประชารัฐพิทยา ตำบลรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๑๔๐ คน คุณครู ๑๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๔ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมีนางสาวอาภาภรณ์ เปล่งปลั่งศรี นักวิชาการวัฒนธรรม นางถนอม หลวงกลาง นางศรีสุดา ศรีสด และนายแก่นแก้ว หอมนวล พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


วันศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๕.๐๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ - ๓ โรงเรียนพรหมประสาทราษฎร์นุกูล ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๓๓ คน คุณครูและผู้ปกครอง ๒๑ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ อย่างเคร่งครัด โดยมีนายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม


เสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๕.๕๕ น. นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร ๕๕๕ รูป เนื่องในงานสมโภชเมืองนครราชสีมา ครบรอบ ๕๕๕ ปี “ถนนสายวัฒนธรรม รากราสีมา นำสู่ ทาน ศีล ภาวนา” ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา


black ribbon.