ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,326 รายการ

ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 11 ฉบับที่ 650 (10 มิ.ย. 2512) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2512ลักษณะวัสดุ               12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.ภาษา                       ไทย


สารคดีเชิงข่าว “วังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ตอนที่ ๓ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ออกอากาศช่วงข่าวภาคค่ำ ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘   รายงานพิเศษ พาไปชมความสวยงามของพระที่นั่งอิศเรศราชาน­ุสรณ์ ที่เพิ่งบูรณะเสร็จสิ้น ภายใต้โครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบว­รสถานมงคล







เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปกรที่ 7 เชียงใหม่ และนายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจงานงวดที่ 4-9 งานบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กำแพงเมือง-คูมืองฝาง ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่


ถ้ำวัว-ถ้ำคน              เป็นแหล่งภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีลักษณะเป็นเพิงหินขนาดใหญ่ เพิงหินมีผนังสองด้าน พบภาพเขียนสีรูปสัตว์ และ รูปคน เขียนด้วยสีแดง     ถ้ำวัว-ถ้ำคน               เป็นแหล่งภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีลักษณะเป็นเพิงหินขนาดใหญ่ มีชะง่อนหินที่สามารถใช้หลบแดด หลบฝน อยู่ด้านล่างของเพิงหินได้ เพิงหินมีผนังสองด้าน ทางด้านทิศตะวันออกของเพิงหิน เรียกว่า " ถ้ำวัว " พบภาพเขียนสีรูปสัตว์ เขียนด้วยสีแดง แถวบนซ้ายสุดของผนังเป็นภาพสัตว์ ๒ ตัว หันหน้าไปทางทิศใต้ ต่อด้วภาพลูกวัว ๑ ตัว ที่เดินหันหน้าไปทางทิศเหนือ ถัดไปเป็นภาพวัวมีโหนก ๓ ตัวเดินตามกัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ ที่ด้านล่างเป็นภาพลายเส้นคล้ายกิ่งไม้ปนอยู่กับภาพลูกวัวและแม่วัวพร้อมกับสัตว์ไม่ทราบชนิดอีก ๒ ตัว ถ้ำวัว               ทางด้านทิศตะวันตกของเพิงหิน เรียกว่า " ถ้ำคน " พบภาพเขียนสีรูปคน เขียนด้วยสีแดงเป็นรูปคน ๗ คน เดินเป็นแถวมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทางด้านทิศตะวันออก ที่เพดานของผนังด้านบนพบภาพเขียนลายตารางสีขาว โดยมีภาพคนเขียนด้วยสีแดงแบบเงาทึบระบายทับอยู่   ถ้ำคน




ชื่อวัตถุ ครกสีข้าว ทะเบียน ๒๗/๓๙๔/๒๕๓๒ อายุสมัย รัตนโกสินทร์ วัสดุ(ชนิด) ไม้ไผ่ ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๔๗เซนติเมตร สูง ๙๙เซนติเมตร ประวัติ เป็นมรดกตกทอด อายุกว่า ๑๐๐ ปuพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางรับมอบจาdนายประสิทธิ์ ถิ่นกลาง บ้านเลขที่ ๑๑๑ ม.๓ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ตรับมอบเมื่อวันที่๓มีนาคม๒๕๓๒ เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง “ครกสีข้าว” ข้าว ถือเป็นอาหารหลักของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตคนแต่ละท้องที่จะนิยมทำนาข้าวเอง ข้าวที่ได้จากท้องนาเรียกว่า “ข้าวเปลือก” ซึ่งยังนำมาหุ้งกินไม่ได้ต้องนำข้าวเปลือกไปผ่านขั้นตอนที่เรียกว่า “สีข้าว” เสียก่อน เครื่องมือที่ใช้สีข้าวในอดีตเรียกว่า “ครกสีข้าว” ครกสีข้าว ประกอบด้วยส่วนบนหรือปากครกมีรูปทรงกระบอกทำด้วยไม้ไผ่สานและส่วนฐานทำเป็นขอบขึ้นมาใช้รองรับข้าวที่สีแล้ว ตรงกลางของครกจะมีฟันครกทำจากไม้เนื้อแข็งมีหน้าที่ในการกะเทาะเปลือกเมล็ดข้าว และมีไม้เป็นแกนกลางเรียกว่า “โดครก” โดยจะยึดกับไม้ที่เป็น มือครก หรือ แขนครก ซึ่งเชื่อมกับคันโยกของครกอีกทีนึง กรรมวิธีในการสีข้าวนั้นทำโดยการนำข้าวเปลือกมาใส่ลงในปากครก คนสีข้าวจะต้องหมุนคันโยก ข้าวเปลือกจึงจะไหลลงสู่ฟันครกซึ่งเป็นตัวที่กะเทาะเปลือกข้าวให้หลุดออกจากเมล็ดข้าว ข้าวจะไหลออกจากฟันครกลงสู่ขอบที่ใช้รองรับข้าว ซึ่งมีทั้งแกลบข้าวเปลือกและเมล็ดข้าวสารปะปนกัน จากนั้นจะต้องนำข้าวไป “ฝัด” เพื่อแยกข้าวสารออกจากแกลบข้าว ข้าวที่ได้จากการสีนั้นเรียกว่า “ข้าวกล้อง” ซึ่งเป็นข้าวที่มีสารอาหารสูงสามารถนำไปหุงกินได้ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าครกสีข้าวเป็นเครื่องมือที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และใช้แรงงานคนในการสีข้าว ในสมัยก่อนชาวนามักจะมีครกสีไว้ใช้เองที่บ้าน ต่อมาเมื่อมีโรงสีข้าวเกิดขึ้นชาวนาจึงนิยมนำข้าวไปสีที่โรงสีแทน จึงทำให้การใช้ครกสีข้าวเริ่มหายไปจากวิถีชีวิตของชาวนาไทย “ครกสีข้าว” เป็นเครื่องใช้ที่นิยมใช้กันในทุกภูมิภาคของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ เป็นเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านและวิถี-ชีวิตของชาวนาไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี เอกสารอ้างอิง - มโน พิสุทธิรัตนานนท์. “ครกสี.” สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ.๒๕๔๒ เล่ม ๒.กรุงเทพ : บริษัท สยามเพรส แมเนจเมนท์ จำกัด,๒๕๔๒.




ประวัติและความเป็นมาของโครงการ   เนื่องในวโรกาสมหามงคล พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าภูมิพลอดุลเดช ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี เมื่อพุทธศักราช 2539 กรมศิลปากรได้ขอพระบรมราชานุญาตนำโครงการจัดสร้าง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาติพันธุ์วิทยา ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมเฉลิมฉลอง และอัญเชิญนามพระราชพิธีมาเป็นชื่อหน่วยงานใหม่นี้ ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก”             โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ด้านชาติพันธุ์วิทยากำเนิดจากนโยบายของกรมศิลปากร ภายใต้แนวคิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พุทธศักราช 2504 มุ่งเน้นการกระจายความเจริญจากกลางใจเมืองออกสู่ชานเมือง และการเติมเต็มความสมบูรณ์ของการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้ครอบคลุมทุกสาขาวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมวิทยา ในปี 2517 กรมศิลปากรจึงวางแผนพัฒนาองค์กรส่วนราชการให้กระจายออกสู่ปริมณฑล ด้วยการขอประโยชน์ที่ดินราชพัสดุ จำนวน 305 ไร่ จากกระทรวงการคลัง เพื่อจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้านชาติพันธุ์วิทยา             ในเวลาต่อมา กรมศิลปากรได้ปรับพื้นที่โครงการโดยผนวกพิพิธภัณฑสถานเฉพาะด้านสาขาอื่นๆ และอาคารปฏิบัติการในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของหน่วยงานที่โยกย้ายออกจากกรุงเทพมหานคร มารวมไว้ด้วยกัน เพื่อเตรียมจัดตั้งพื้นที่ทั้งโครงการให้เป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่๙ แหล่งเรียนรู้สหสาขาวิชาที่ครอบคลุมความรู้เรื่องเกี่ยวกับคนไทยทั้งชาติพันธุ์วิทยา วัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติวิทยา ที่สามารถเอื้อประโยชน์การเรียนรู้แก่สังคมได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นเสมือนประตูเข้าสู่ภูมิภาค ให้ความรู้แก่อาคันตุกะเป็นบทนำก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆของประเทศ             ปัจจุบันภายในพื้นที่โครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จึงมีพิพิธภัณฑสถานสาขาต่างๆ และอาคารปฏิบัติการอนุรักษ์ อยู่ร่วมกันหลายหน่วยงาน ได้แก่           กระทรวงวัฒนธรรม; 1.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้านชาติพันธุ์วิทยา) 2.ศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อาคารปฏิบัติการคลังกลาง (Visible Storage) สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 3.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ อาคารปฏิบัติการซ่อมสงวนโบราณวัตถุ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 4.หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อาคารเก็บรักษาเอกสารและให้บริการความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ  5.หออัครศิลปิน อาคารจัดแสดงนิทรรศการพระจริยาวัตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านศิลปะและการดนตรี รวมถึงรื่องราวของศิลปินแห่งชาติทุกท่าน กรมวัฒนธรรมแห่งชาติ             กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม;           1.  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ อาคารจัดแสดงด้านธรณีวิทยาและบรรพชีวินของไทย (ไดโนเสาร์)             หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจัดสร้างอาคารปฏิบัติการคลังกลางในปี 2548 คณะทำงานของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จึงดำเนินโครงการระยะต่อไป คือ แผนงานจัดสร้างกลุ่มอาคารและพื้นที่จัดแสดงกลางแจ้งด้านชาติพันธุ์วิทยา ซึ่ง ณ ปัจจุบันได้กำหนดให้เริ่มเปิดให้บริการได้ราวปี 2557 เป็นต้นไป


         เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น. นางอัญชิสา เสือเพ็ชร หัวหน้าหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 2561 ณ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี   พิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 2561 มี พลเรือตรี บำรุงรัก สรัคคานนท์ รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ ยังมีส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ เข้าร่วมและแสดงความยินดีเนื่องในวันกองทัพเรือ พิธีประกอบด้วย การบำเพ็ญกุศลเจริญพระพุทธมนต์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ให้กับทหารเรือ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศชาติจากอริราชศัตรู เนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดโรงเรียนนายเรืออย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเดิม ธนบุรี กองทัพเรือ จึงถือเป็นวันกองทัพเรือ มาถึงปัจจุบัน



black ribbon.