ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,431 รายการ

วิหารโพธิ์ลังกา หรือเรียกอีกชื่อว่า โพธิ์ลังกา หรือ โพธิ์มณเฑียร เป็นวิหารโพธิ์ (โพธิฆระ) ที่มี  การปลูกต้นโพธิ์บนเนินดินที่สร้างขึ้นกลางแจ้งโดยเป็นอาคารที่มีหลังคลุมรอบ ๆ เพื่อให้สามารถทำพิธีเวียนเทียนรอบต้นโพธิ์ได้ วิหารโพธิ์รูปร่างสี่เหลี่ยมนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือและอยู่ในแนวเดียวกันกับ พระบรมธาตุเจดีย์ในแนวทิศเหนือ - ใต้ แสดงให้เห็นว่าวิหารและพระบรมธาตุเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบดั้งเดิมของวัด การขุดค้นทางโบราณคดีที่ฐานรากชั้นล่างของวิหารแห่งนี้ทำให้สามารถกำหนดอายุโดยวิธี TL อยู่ในช่วง พ.ศ. 1262 - 1380, 1332 - 1442, 1343 - 1453, 1355 - 1463,   1353 - 1461 และ 1398 - 1502 ตรงกับช่วงที่มีการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์และวิหารโพธิ์อีกที่หนึ่งใน  วัดพระมหาธาตุ (วิหารโพธิ์พระเดิม) ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป อย่างไรก็ตาม วิหารโพธิ์ไม่ใช่สถาปัตยกรรมที่แพร่หลายในนาลันทาหรือชวาภาคกลางซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของสถาปัตยกรรมของพระบรมธาตุเจดีย์  องค์นี้ แต่มักพบได้ในศรีลังกา เช่น ในเมืองอนุราธปุระ           วิหารโพธิ์ในศรีลังกามักจะเป็นสถาปัตยกรรมที่มีขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่รั้วหรือคันรอบต้นโพธิ์ธรรมดา แต่มีระเบียงคดสำหรับเดินเวียนประทักษิณที่มีหลังคาคลุมอยู่รอบต้นโพธิ์ ลักษณะเช่นเดียวกับที่วัดพระมหาธาตุ นอกจากนี้ พุทธศาสนามหายานยังรุ่งเรืองในเมืองและอาณาจักรอนุราธปุระคัมภีร์มัญชุศรีภาษิตวาสตุวิทยาศาสตรา ซึ่งเป็นตำราสันสกฤตในพุทธศาสนามหายานที่สำคัญ กล่าวถึงสถาปัตยกรรมและการสร้างพระพุทธรูปในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 และได้อธิบายถึงการสร้าง และตำแหน่งที่เหมาะสมของวิหารโพธิ์ในวัด ซึ่งปรากฏในสถาปัตยกรรมของวัดวิชยารามในอนุราธปุระ ราวพุทธตวรรษที่ 14 เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงว่าวิหารโพธิ์ลังกาทั้ง 2 แห่ง และพระบรมธาตุเจดียในวัดพระมหาธาตุสร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันตามคติของพุทธศาสนามหายาน ซึ่งหมายความว่า วัดพระมหาธาตุเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าระดับสากล ซึ่งได้หลอมรวมแนวคิดสถาปัตยกรรมมหายานที่สำคัญจากอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ ชวาภาคกลาง และศรีลังกา เข้าด้วยกันเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่สามารถพบได้ที่อื่นในเอเชียภาคพื้นสมุทร           ดังนั้น โพธิฆระทั้ง 2 แห่งในวัดพระมหาธาตุจึงถือเป็นตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดและคงอยู่ยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับสถาปัตยกรรมลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาต่อมา เช่นเดียวกับวัดเจ็ดแถวและวัดตายายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ที่เมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกเช่นกัน และในยุครัตนโกสินทร์ เช่น วัดปทุมวนาราม และวัดบวรนิเวศวิหารในกรุงเทพฯ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ซึ่งสันนิษฐานว่าได้รับแบบอย่างมาจากวัดพระมหาธาตุแห่งนี้ วิหารโพธิ์ลังกาอาจได้รับการบูรณะในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 20   ตามค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ของอิฐชั้นบนราว พ.ศ. 1901 - 1957, 1902 - 1958 และ 1904 - 1960 แสดงให้เห็นว่าวิหารแห่งนี้ได้รับการเคารพอย่างสูงและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี เชื่อกันว่าต้นโพธิ์ ต้นแรกของวิหารโพธิ์ลังกามาจากหน่อของต้นพระศรีมหาโพธิ์จากศรีลังกา ซึ่งเป็นหน่อของต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ณ โพธิคยาในอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ การปลูกต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ซ้ำใหม่เมื่อต้นเก่าตายไปเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในอินเดีย ศรีลังกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นต้นโพธิ์ที่วิหารโพธิ์ลังกาจึงแสดงถึงความต่อเนื่องอันยาวนานของประเพณีศักดิ์สิทธิ์นี้ที่มีมาเป็นเวลาราว 1,300 ปี           วิหารโพธิ์ลังกาเป็นอาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดแต่ละด้านยาว 25 เมตร และสูง 5.81 เมตร อาคารวิหารมีหลังคากระเบื้องดินเผาลาดลงทั้งสี่ด้านเพื่อช่วยให้ฝนไหลลงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีช่องเปิดตรงกลางเพื่อให้ต้นโพธิ์สามารถเติบโตได้ ด้านตะวันตกของวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ซึ่งหายากและเป็นสิ่งล้ำค่า วิหารโพธิ์ลังกาแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในแนวเดียวกันกับพระบรมธาตุเจดีย์ และวิหารพระทรงม้าและวิหารเขียนตามแนวทิศเหนือ - ใต้ แสดงถึงความสมบูรณ์  และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของกลุ่มสถาปัตยกรรมเหล่านี้           ปัจจุบันวิหารโพธิ์ลังกาทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของที่พระสงฆ์และฆราวาสได้ถวายแด่วัดพระมหาธาตุเพื่อเป็นการทำบุญ และเพื่อเก็บรักษาวัตถุโบราณที่สำคัญ สิ่งของเหล่านี้รวมถึงศิลปวัตถุขนาดใหญ่และขนาดเล็กจากหลายยุคสมัย เช่น ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง พระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ จารึกโบราณ เทวรูปพระวิษณุ และโยนิ โดยส่วนใหญ่ศิลปวัตถุเหล่านี้มาจากพื้นที่คาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไไทย ชิ้นที่สำคัญมากในวิหารแห่งนี้คือเทวรูปพระวิษณุศิลา ซึ่งพบที่บ้านใกล้เคียง (นาสาร)    และเป็นหนึ่งในกลุ่ม เทวรูปพระวิษณุที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า แบบถือสังข์บนสะโพก ซึ่งมีอายุราว  พุทธศตวรรษที่ 10 ตอนกลางฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะเมืองนครศรีธรรมราชที่เป็นศูนย์กลางของศิลปะรูปแบบนี้ ซึ่งได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากรัฐอานธรประเทศในอินเดียใต้เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะถ่ายทอดไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในเวียดนาม  และกัมพูชา           พระพุทธรูปอันโดดเด่นที่สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงธนบุรี พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเข้ามาปราบนครศรีธรรมราชใน พ.ศ. 2312 หลังจากการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมอาณาจักรใหม่ของพระองค์ ต้นไม้เงิน ต้นไม้ทองที่ถวายแก่วัดพระมหาธาตุนั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากธรรมเนียมไทยมักจะถวายต้นไม้เหล่านี้แด่กษัตริย์ผู้ปกครองในฐานะเครื่องบรรณาการจากเมืองประเทศราช มีไม่ค่อยบ่อยครั้งนักที่ต้นไม้จำลองเหล่านี้ได้ถูกถวายให้แก่วัด  การที่ต้นไม้เงินต้นไม้ทองปรากฏอยู่ในวัดพระมหาธาตุบ่งบอกว่าวัดนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรที่มีอำนาจและทรงอิทธิพลในภูมิภาค นอกจากนี้ต้นไม้บางต้นทำขึ้นให้มีลักษณะคล้ายต้นโพธิ์ ซึ่งยืนยันถึง การเคารพบูชาต้นโพธิ์ทั้งต้นจริงและต้นจำลองที่มีความสำคัญและมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาในอารามแห่งนี้


ไม่มีอะไรจะเข้ากับบรรยายกาศวาเลนไทน์ไปมากกว่านิยายรักอ่านง่าย สบายใจที่เกิดขึ้นระหว่างเทียนหอมและปัทม์ที่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนไปสู่คนรักภายในร้านดอกไม้ For youFOR YOU เมื่อรักผลิบานผู้แต่ง : กรฎาสำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์สีน้ำ โดย น.ส.ธนพร กูนวงค์อ่านนิตยสารฉบับเต็มได้ที่ : https://shorturl.asia/bFcoSอย่าลืมสมัครสมาชิกและล็อกอินก่อนเข้าใช้งานด้วยนะคะ.ติดต่อ #พี่บรรณฯ ได้ที่ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯนครพนม&  : nltnakhonphanom : to_library@hotmail.com : 042 516246.เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันเสาร์ 9.00-17.00 น.ปิดบริการวันอาทิตย์-วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์.จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสาร บรรณารักษ์ปฏิบัติการ


นางเทวธิสังกา ตัวละครเอก ในเรื่องราว"จันทคาธชาดก" หลังจากที่นางเป็นที่หมายปองต้องการของพระเจ้าสุทัสสนจักรไปเป็นชายา นางจึงได้ตัดสินใจออกบวชชี เพื่อป้องกันการคุกคามจากพระเจ้าสุทัสสนจักร พอนางทราบว่าเจ้าจันทคาธพระสามีมาตามหานางแล้ว นางจึงตัดสินใจลาสิกขาบท และเป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากพลัดพรากกันมายาวนาน ...ตามเรื่องราว จิตรกรรมฝาผนังวิหาร วัดหนองบัว ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน


ชื่อ : ดอกกระเจียว (Curcuma spp.) เป็นพืชในวงศ์ขิง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน โดยช่อดอกจะชูขึ้นมาจากกลางลำต้นเทียม ซึ่งประกอบด้วยใบประดับ (bracts) ที่มีสีสันสวยงาม เช่น ชมพู แดง หรือขาว การใช้งาน: นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเพราะมีสีสันสวยงาม และดอกอ่อนยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ เช่น นำไปต้มจิ้มน้ำพริก หรือชุบแป้งทอด ฤดูกาล: ดอกกระเจียวมักจะบานในช่วงฤดูฝน โดยพบมากในพื้นที่ป่าโปร่งชื้น อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ) #อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท #PhuPhrabatWorldHeritageSite #ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบา


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 10  ฉบับที่ 613 (20 พ.ค. 2511) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2511 ลักษณะวัสดุ                8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                            ไทย


ชื่อเรื่อง                     หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 7  ฉบับที่ 444 (10 พ.ย. 2507)ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2507ลักษณะวัสดุ               16 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.ภาษา                       ไทย


         หลังจากที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ความสำคัญ และเบื้องหลังการทำงานของช่างอย่างใกล้ชิดในช่วงที่มีการซ่อมแซมงานประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก คณะกรรมการจึงได้คัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่นทั้งด้านแนวคิดและความคิดสร้างสรรค์เพื่อรับรางวัล ผลงานแต่ละภาพสะท้อนมุมมองและเรื่องราวที่น่าสนใจ บางภาพนำเสนอการทำงานของช่าง บางภาพเน้นรายละเอียดและเรื่องราวของเรือพระราชพิธี ขณะที่บางภาพเก็บบรรยากาศของการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ หลากหลายมุมมอง หลากหลายเรื่องราว ล้วนเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของผู้เข้าชมที่ได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีด้วยตนเอง           คณะกรรมการตัดสินผลงานการประกวดสื่อสร้างสรรค์ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น หัวข้อ เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์ ได้ดำเนินการตัดสินผลงานตามกติกาและหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนดด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และมีมติเป็นเอกฉันท์ ดังต่อไปนี้ รางวัลประเภทภาพถ่าย - รางวัลประเภทภาพถ่าย รางวัลชนะเลิศ นายพชร ชลกิจ ชื่อผลงาน ใต้เงาแห่งความสง่างาม - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ นายวิษณุ ทังสมบัติ ชื่อผลงาน วิจิตรศิลป์ บนเรือแห่งพระเกียรติยศ - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ นายนรชัย กุลเวศภัทรวงศ์ ชื่อผลงาน ร่วมสืบสานกาลเวลา ร่วมรักษาศิลป์แผ่นดิน - รางวัลชมเชย จำนวน ๓ รางวัล ได้แก่ ๑. นางสาววราภรณ์ ห้วยศรีจันทร์ ชื่อผลงาน เบื้องหลังความงดงามของเรือพระราชพิธี ๒. นางสาวภูษณิศา วิวาห์สุข ชื่อผลงาน สลักลายด้วยหัวใจ ๓. เด็กหญิงดารา สุนทานนท์ ชื่อผลงาน เรือพระราชพิธี จากลายศิลป์ สู่ปลายพู่กัน รางวัลประเภทคลิปวิดีโอสั้น  ๑. นักเรียน นิสิต นักศึกษา  - รางวัลชนะเลิศ ไม่มีผู้ได้รับรางวัล  - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ทีม Phranakhon Visuals ชื่อผลงาน สืบศิลป์ สืบสายธารา https://drive.google.com/file/d/1HnSAG7ZgpeZgHaoowwm_AsHIT0dn0AAT/view?fbclid=IwY2xjawT6VCNwZG9mBWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMVZ2MnJvam5VOTQ4SVVrV0JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEepEcxi1HM504jp9sjsBznjhzazMPMLy6iT8vrZz882nGFAeuzO9kToTUZNCY_aem_eKy7YLOmUtI9bqU7A01pQA  - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เด็กชายดมิศ ขาวเจริญ ชื่อผลงาน เรือพระราชพิธี มรดกที่งดงามอันทรงคุณค่าของแผ่นดินไทย https://drive.google.com/file/d/1hzFQ6sBBAEqA_IWYq6m9mb7kwdFZdDxO/view?fbclid=IwY2xjawT6VAdwZG9mBWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMVZ2MnJvam5VOTQ4SVVrV0JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEetShVk0hMLni8kAg0yYQgySRkcK7Yp0ps3H7BTTvuNFxWAKJKgN0K18xaK1g_aem_aBPXM7QijJ7coByP1S7dIQ    ๒. บุคคลทั่วไป - รางวัลชนะเลิศ นายณัฐวุฒิ แสงตรง ชื่อผลงาน เรือแห่งแผ่นดิน ศิลป์แห่งหัวใจhttps://drive.google.com/file/d/1wXqa2e3G6WiLzDRi7jO9-wcyvUeUfSRF/view?fbclid=IwY2xjawT6U8ZwZG9mBWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMVZ2MnJvam5VOTQ4SVVrV0JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEe-  - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ว่าที่ร้อยตรี อัครพันธ์ ทวีศักดิ์ ชื่อผลงาน สืบสานภูมิปัญญา มรดกล้ำค่าเรือพระราชพิธี https://drive.google.com/file/d/1XUDYsXI9-24CIEjGtmfrbVJaULzslws9/view?fbclid=IwY2xjawT6U7ZwZG9mBWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMVZ2MnJvam5VOTQ4SVVrV0JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEe13wb8qA_PwbEdSjlRFGD_i0mIekRjaUAS60oa2Uw1zo472CN_a2FzF8M3dQ_aem_FVqPdvMLZ31Nqi9rCPPMMw  - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ นายเฉลิมลาภ วินุราช ชื่อผลงาน ความภูมิใจที่ส่งต่อ https://drive.google.com/file/d/1TQsavSuf0SBCJydqfolIBBS4Ym67zsPx/view?fbclid=IwY2xjawT6U5xwZG9mBWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMVZ2MnJvam5VOTQ4SVVrV0JzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEe397X8jtYfQQT7YrbGPIUWbAYMu-qhnat1vPEJXnN8-s4VYEpn4KgEdDef-0_aem_cFVG9HmARD-mC0NlTH3EdQ  กำหนดรับรางวัลวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๔๒๔ ๐๐๐๔  


ชื่อเรื่อง : คำจารึก ที่กู่ของเจ้านายฝ่ายเหนือ วัดสวนดอก ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้แต่ง : ปวงคำ ตุ้ยเขียว ปีที่พิมพ์ : 2527 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่      คำจารึกที่กู่ของเจ้านายฝ่ายเหนือ จะเป็นหนังสือที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับประวัติการย้ายอัฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือ และจะมีประวัติย่อๆของ 11 เจ้า ดังนี้ 1. พระเจ้ากาวิละ 2. เจ้าหลวงธรรมลังกา (ช้างเผือก) 3. เจ้าหลวงคำฝัน (เศรษฐี) 4. เจ้าหลวงพุทธวงษ์ 5. พระเจ้าโหทระประเทศ 6. พระเจ้ากาวิโรรส 7. พระเจ้าอินทริชยานนท์ 8. แม่เจ้าอุสาอัยกี 9. แม่เจ้าทิพเกษรพระชนนี 10. แม่เจ้ารินคำชนนีเจ้าอินทวโรรส 11. แม่เจ้าพิณทองประดิษฐาน




คุณค่าความสำคัญของพระราชวังบวรสถานมงคล             พระราชวังบวรสถานมงคล มีคุณค่าความสำคัญซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ ประการ ดังนี้   ๑) พระราชวังบวรสถานมงคลมีฐานะเป็นองค์ประกอบสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระราชวังที่มีความสำคัญอย่างยิ่งรองจากพระบรมมหาราชวัง โดยเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ซึ่งเป็นตำแหน่งพระมหาอุปราชมาตั้งแต่เมื่อแรกสถาปนา     ราชธานี   ๒) เป็นสถานที่ซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยของโบราณสถานในสมัยแรกสร้างกรุงรัตนโกสินทร์หลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากซึ่งหาได้ยากยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร   ๓) พระราชวังบวรสถานมงคลเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ   ทั้งสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม อันเป็นเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงประโยชน์การใช้สอยพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางการเมือง การปกครอง และสังคม จึงมีคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม ในฐานะที่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ประเทศ และในระดับโลก   ๔) สถาปัตยกรรมในพระราชวังบวรสถานมงคลมีคุณค่าและความหลากหลายทางศิลปะ โดยมีรูปแบบสืบเนื่องมาจากศิลปะอยุธยา(พ.ศ.๒๓๒๕-๒๓๖๗) ต่อมาได้รับอิทธิพลศิลปะจีน(พ.ศ.๒๓๖๗-๒๓๙๔) และได้รับอิทธิพลศิลปะจีนผสมผสานกับศิลปะตะวันตก (พ.ศ.๒๓๙๔ –๒๔๒๘)



วันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อำเภอพิมายจัดพิธีสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลแด่ผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงกลางเมืองโคราช โดยมีพระครูคุณสารสัมปัน เจ้าคณะอำเภอพิมาย (ธรรมยุติ) วัดป่าหนองหิน และพระครูสุตธรรมวิสิฐ รักษาการเจ้าคณะอำเภอพิมาย (มหานิกาย) วัดวิปัสสนารังกาใหญ่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้ นางชุติมา จันทร์เทศ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่อำเภอพิมายเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณลานเมรุพรหมทัต อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในนามของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กรมศิลปากร ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย จากเหตุการในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกท่าน เราจะก้าวผ่านเรื่องร้ายนี้ไปด้วยกัน...






black ribbon.