ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,253 รายการ
อภิธมฺมตฺถสงฺคห (อภิธมฺมตฺถส)
ชบ.บ.59/1-1ก
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง พุทธเสน (พุทธเสน)
สพ.บ. 320/1
ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลาน
หมวดหมู่ พุทธศาสนา
ลักษณะวัสดุ 54 หน้า กว้าง 5.5 ซม. ยาว 59 ซม.
หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.279/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 51 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 118 (240-247) ผูก 5 (2565)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์(8หมื่น)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
"บารายเมืองสุโขทัย" หนึ่งในระบบจัดการน้ำสมัยสุโขทัย •.บารายเมืองสุโขทัย หรือเรียกตามชื่อโบราณสถานของอุทยานว่า ทำนบ 7 อ. หรืออ่างเก็บน้ำหมายเลข 2 เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองสุโขทัยด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นคันดินมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คันดินกว้าง 25-30 เมตร สูง 2-4 เมตร มี 3 ด้าน ด้านทิศเหนือยาว 1,400 เมตร ด้านด้านทิศตะวันออกยาว 750 เมตร ด้านทิศใต้ยาว 1,050 เมตร และด้านทิศตะวันตกไม่พบแนวคันดินเนื่องจากติดคลองแม่ลำพัน.#การใช้ประโยชน์ของบารายเมืองสุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้ทำการศึกษาทางโบราณคดี เมื่อปี พ.ศ.2560-2561 พบหลักฐานทำให้สันนิษฐานได้ว่าบารายหรือทำนบ 7 อ. แห่งนี้ไม่ได้กักเก็บน้ำไว้ตลอดเวลา แต่เป็นการกักเก็บน้ำไว้ในช่วงฤดูน้ำหลากของแต่ละปี โดยใช้กักเก็บน้ำในฤดูน้ำหลาก สำหรับรับน้ำจากคลองแม่ลำพันมาเก็บไว้ เมื่อผ่านพ้นฤดูน้ำหลากในแต่ละปีแล้วจึงปล่อยที่กักเก็บไว้ออกสู่พื้นที่ทางการเกษตรโดยรอบบารายเมืองสุโขทัย.#การกำหนดอายุสมัยของบารายเมืองสุโขทัย ได้ส่งตัวอย่างถ่าน จำนวน 2 ตัวอย่าง ที่พบการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ ปี พ.ศ.2560 เพื่อหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ด้วยวิธี Radiocarbon Dating (AMS) ที่มหาวิทยาลัย Waikato ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ค่าอายุดังนี้- ตัวอย่างถ่านที่ 1 จากหลุมขุดตรวจคันดินบารายด้านทิศตะวันออก T.1 E.1 ได้ค่าอายุ 613 +-15 B.P. หรือ 628 - 598 ปีมาแล้ว ตรงกับ พ.ศ.1865 - 1895 ซึ่งตรงกับสมัยพระยาเลอไท- ตัวอย่างถ่านที่ 2 จากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีบนเนินโบราณสถานวัดโบสถ์ TP.1 ได้ค่าอายุ 578 +-15 B.P. หรือ 593 - 563 ปีมาแล้ว ตรงกับ พ.ศ.1900 - 1930 ซึ่งอยู่ในช่วงสมัยพระยาลิไท - พระยาลือไท (พระมหาธรรมราชาที่ 1-2).สรุปได้ว่าบารายเมืองสุโขทัยหรือทำนบ 7 อ. นั้นสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยพระยาเลอไทหรือพระยางั่วนำถมเป็นกษัตริย์ครองเมืองสุโขทัย ช่วงระหว่างปี พ.ศ.1842-1890 ต่อมาในช่วงสมัยพระยาลิไทจึงมีการเริ่มถมพื้นที่เพื่อก่อสร้างโบราณสถานวัดโบสถ์ขึ้น ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ภายในพื้นที่บริเวณดังกล่าวก็น่าจะสร้างขึ้นช่วงเวลาเดียวกัน.#สภาพปัจจุบันของบารายเมืองสุโขทัยกรมศิลปากรโดยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้ดำเนินงานโครงการเพื่อฟื้นคืนสภาพดั่งเดิมของคันดินของบารายเมืองสุโขทัยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2562-2563 จากภาพมุมสูงที่ถูกถ่ายเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงหน้าที่การใช้งานของบารายเมืองสุโขทัยในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คือ เมื่อปริมาณน้ำจากคลองแม่ลำพันมีมากเกินไป ก็จะล้นไปลงบารายเมืองสุโขทัยที่อยู่ทางด้านตะวันออก น้ำจะถูกกักไว้เพื่อชะลอความเร็วของน้ำในระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อปริมาณน้ำมีมากเกินกว่าระดับคันดินของบารายจะรับไหว ก็จะล้นออกไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต่ำกว่าหรือพื้นที่สำหรับรับน้ำในสมัยสุโขทัย ที่เรียกตามศิลาจารึกหลักที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง ว่า "ทะเลหลวง".#เอกสารสำหรับอ่านเพิ่มเติม1) บทความเรื่อง บารายเมืองสุโขทัย โดย ธงชัย สาโค ในนิตยสารศิลปากร ปีที่ 62 ฉบับที่ 6 พ.ย.-ธ.ค.2562 หน้าที่ 57-75 (ดาวน์โหลดหรืออ่านเพิ่มเติมได้ตามลิงก์นี้ >>> https://www.finearts.go.th/.../cuPFUeeUEipwNzjJAUkML1hI1e...)2) หนังสือ ระบบชลประทานสมัยสุโขทัย โดย เอนก สีหามาตย์และคณะ (ดาวน์โหลดและอ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งก์นี้ >>> https://drive.google.com/.../1TYO1yCMtoodAHEXgamH.../view...)3) รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำโบราณเมืองสุโขทัย ทำนบ 7 อ. (บารายเมืองสุโขทัย) โดยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ปีงบประมาณ 2560 - 2561 (ดาวน์โหลดหรืออ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งก์นี้ >>> https://drive.google.com/.../1yJK3lURcVgbYexhRAN1.../view...)
วัดสระไตรนุรักษ์ หรือ วัดบ้านนาเวียง อยู่หมู่ที่ ๑ บ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ประวัติวัดสระไตรนุรักษ์ หรือวัดบ้านนาเวียง สร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔ โดยพระครูหลักคำ (ชา) ภิกษุชาวลาว ภายหลังได้บูรณะใน พ.ศ.๒๔๕๐ ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ หอไตร
. หอไตร ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอีสาน-ล้านช้าง ที่ได้รับอิทธิพลไทยใหญ่ ดังจะเห็นได้จากชุดหลังคาจั่วซ้อนชั้น และทำชายคาปีกนกซ้อนชั้นยื่นออกทั้งสี่ด้าน มุงกระเบื้องแป้นเกล็ด คล้ายกับชุดหลังคาหอไตรวัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เสาและตัวอาคารสร้างด้วยไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ขนาดกว้าประมาณ ๘.๓๐ เมตร ยาวประมาณ ๑๐.๕๐ เมตร บานประตูแกะสลักลายเครือเถาขดเป็นวงกลมซ้อนต่อเนื่องกันตลอดทั้งสองบาน ตรงกลางอาคารเป็นห้องทึบ ขนาดกว้างประมาณ ๓.๕๐ เมตร ยาวประมาณ ๕.๐๐ เมตร สำหรับเก็บคัมภีร์ มีทางเดินโดยรอบ หอไตรหลังนี้ได้รับการบูรณะครั้งหลังสุดเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๕
. กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานวัดสระไตรนุรักษ์ (วัดนาเวียง) ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๗ ตอนพิเศษ ๑๑๓ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๓ ไร่ ๑ งาน ๕ ตารางวา
------------------------------------------------------------
+++อ้างอิงจาก+++
. กองพุทธศาสนสถาน, กรมการศาสนา. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๑๔. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา,
๒๕๓๘. หน้า ๖๗๔
. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์
และภูมิปัญญาจังหวัดยโสธร. หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒, ๒๕๔๒.
พิพิธภัณฑภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี ได้จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี พ.ศ. 2564 เรื่อง เหรียญกษาปณ์จีนที่พบในแหล่งเรือจมในประเทศไทย สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2564 เป็นต้นไป
นราธิปประพันธ์พงศ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ. พระราชพงศาวดารพม่า เล่ม 1. พระนคร: ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์, 2505.
พระราชพงศาวดารพม่า พระราชนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวีรบุรุษและตำนานแห่งชนชาติพม่า โดยเล่ม 1 แบ่งเนื้อหาออกเป็น 14 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ยุคกษัตริย์ดึกดำบรรพ์ ตอนที่ 2 พระเจ้าอโนรธามังฉ่อ ตอนที่ 3 ยะข่าย ตอนที่ 4 ลังกาตีพม่าครั้งกษัตริย์กรุงพุกาม ตอนที่ 5 พม่าทำสงครามกับจีนครั้งกษัตริย์กรุงพุกาม ตอนที่ 6 กษัตริย์เงี้ยวแยกครองพม่า ตอนที่ 7 ตั้งกรุงอังวะ ยุคราชาธิราช ตอนที่ 8 ยะข่าย ตอนที่ 9 กษัตริย์เงี้ยวครองพม่าและกษัตริย์หงสาวดีจนถึงขัตติยาธิปไตยเมืองตองอูอุไทย ตอนที่ 10 ตองอู ตอนที่ 11 พระเจ้าตเบงชเวตี ตอนที่ 12 พระเจ้าชนะสิบทิศ บุเรงนอง ตอนที่ 13 พระเจ้านันทบุเรงเสวยราชย์ และตอนที่ 14 มอญและพม่ารวมกันอีก
ชื่อเรื่อง สพ.ส.26 ตำรายาแผนโบราณประเภทวัสดุ/มีเดีย สมุดไทยขาวISBN/ISSN -หมวดหมู่ เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ 21; หน้า : มีภาพประกอบหัวเรื่อง เวชศาสตร์ ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก ประวัติวัดสามทอง ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 9 ส.ค.2538
วันนี้ (วันจันทร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ “พลังพิพิธภัณฑ์ สร้างสรรค์ไทย: The Power of Thai Museums” พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด “Museum Photo Contest” ภายใต้แนวคิด “The Power of Thai Museums” และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พิพิธภัณฑ์กับการอนุรักษ์มรดกไทย ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีภาคีพิพิธภัณฑ์ไทยเข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑๐๐ คน
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า พุทธศักราช ๒๕๖๕ ครบรอบ ๑๔๘ ปี ที่ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑสถานเปิดให้บริการแก่สาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๔๑๗ จนกระทั่งในปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ไทยหลากหลายสาขา ที่จัดตั้งขึ้นทั่วประเทศ มากกว่า ๑,๕๐๐ แห่ง การที่กรมศิลปากรมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์จำนวนมากในวันนี้ นับว่าเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ไทย เป็นพลังที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์และความยั่งยืน กรมศิลปากรมีนโยบายที่ต้องการมุ่งเน้นเรื่องของการอนุรักษ์อย่างมีส่วนร่วม โดยเริ่มจากขั้นพื้นฐานคือการพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในทุกๆ ด้าน ให้พร้อมถึงด้วยความสามารถ เสริมสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนงานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยพลังร่วมกันปกป้องคุ้มครองจากภาคีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมอันเป็นแหล่งกำเนิดและสืบทอดองค์ความรู้ ทั้งนี้ กรมศิลปากรพร้อมเป็นพลังสนับสนุนพิพิธภัณฑ์ไทยและพร้อมร่วมปฏิบัติงานกับทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ
ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ ๑๙ กันยายน ของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมกับภาคีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ไทย กว่า ๓๐ แห่ง ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระวันพิพิธภัณฑ์ไทย ในหัวข้อ “พลังพิพิธภัณฑ์ สร้างสรรค์ไทย: The Power of Thai Museums” ประกอบด้วย
Museum Show & Share: ประชาสัมพันธ์กิจการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย โดยการรวบรวมผลงาน/กิจกรรมของพิพิธภัณฑ์เครือข่ายในประเทศไทย ๓๐ แห่ง เผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Facebook: Thai Museum Day 2022
Museum Travel นำผู้ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวไปในพิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ในชุมชนสองฝั่งกรุงเทพมหานคร รวม ๔ เส้นทาง เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ กันยายนที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเต็มจำนวนทุกเส้นทาง
Museum Talk “พลังพิพิธภัณฑ์ สร้างสรรค์ไทย: The Power of Thai Museums” กับมุมมองหลากหลายและประสบการณ์จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์กรมศิลปากร ที่จะมาเป็นแรงพลังให้พิพิธภัณฑ์ไทยอีกมากมาย ก้าวเดินต่อไปพร้อมกับสังคมโลกอย่างมั่นคง โดยมีการบรรยายพิเศษ “A New Museum Definition: ICOM Prague 2022” จากนางสมลักษณ์ เจริญพจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ (SPAFA) และเรื่องราวจากพิพิธภัณฑ์ไทย ๑๒ แห่ง ที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์แห่งความยั่งยืน นวัตกรรม และชุมชน
Museum Photo Contest การประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ The Power of Thai Museums เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงบทบาทของพิพิธภัณฑ์ที่มีต่อสังคม และเกิดทัศนคติที่ดีต่อพิพิธภัณฑ์ โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จำนวน ๑๔๓ คน รวม ๓๔๐ ภาพ ติดตามชมภาพถ่ายและผลการประกวดได้ทาง Facebook: Thai Museum Day 2022
นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้เปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษ งดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย และจัดกิจกรรมนำชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย : สานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” บรรยายนำชมโดยวิทยากรจากทีมงานผู้จัดนิทรรศการฯ ทั้งนักโบราณคดี ภัณฑารักษ์ และนักวิชาการอิสระ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
กรมศิลปากร มีความมุ่งหมายให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ไทย ร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ อันเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่หลากหลายและสร้างสรรค์ ให้ทุกคนก้าวไปสัมผัสความรู้และขุมพลังจากพิพิธภัณฑ์ไทย ที่หนักแน่นไปด้วยภารกิจวิชาการพิพิธภัณฑ์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ยืนหยัดเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณชนอย่างเปิดกว้างโดยไม่มีการแบ่งแยก ยึดมั่นในจริยธรรมและพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพร่วมกับชุมชน โดยนำเสนอองค์ความรู้และประสบการณ์หลากหลายเพื่อการ ศึกษา ความเพลิดเพลิน และการแบ่งปันสู่สังคม
#เที่ยวทั่วน่านกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน."5 CAFE NAN สายคาเฟ่ห้ามพลาด"น่าน นอกจากจะสวยงามไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปะและวัฒนธรรมแล้ว ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ยังเป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องไปเช็คอิน ไปเสพบรรยากาศ ดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟเมืองน่าน หอมกลิ่นกาแฟ และจุดถ่ายรูปสุดเก๋น่ารักๆ ชิคๆ ที่มาเที่ยวเมืองน่านแล้วต้องแวะมาเยือน.จัดทำโดยนางสาวธิดารัตน์ เมธะพันธุ์นิสิตโครงการสหกิจศึกษา คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสาร สาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยนเรศวร