ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,234 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.758/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 5 x 58 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 236 (393-406) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : เวสฺสนตรชาตก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ขอเชิญชมนิทรรศการและร่วมการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ราชประดิษฐฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก”
กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ ภายใต้ความร่วมมือกับวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ขอเชิญชมนิทรรศการและร่วมฟังการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ราชประดิษฐฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” ในวันพุธที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/NP3Cu2D1hgW9jAyq7
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทยให้กับประชาชนที่สนใจ เป็นการสืบทอดองค์ความรู้และทักษะเชิงช่าง ธำรงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ผ่านงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมรดกวัฒนธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพื่อความสมบูรณ์ของศาสนสถานที่สำคัญของประเทศไทยแห่งนี้ให้คงอยู่สืบไป
พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2407 ประตูและหน้าต่างภายในพระวิหารหลวงถูกประดับด้วยบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานสั่งทำโดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นศิลปวัตถุชิ้นสําคัญที่มีคุณค่ายิ่งในประเทศไทยและเป็นบานไม้ประดับมุกชุดใหญ่ของโลกที่เหลืออยู่ ทางวัดราชประดิษฐฯ ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของศิลปวัตถุชิ้นนี้ จึงเป็นที่มาโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือระหว่างวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรมศิลปากร และสถาบันวิจัยมรดกทางวํฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties :TNRICP) ในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่ และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมดำเนินการกับผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์งานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นจาก TNRICP โดยใช้พื้นที่ภายในวัดราชประดิษฐฯ เป็นห้องปฏิบัติการอนุรักษ์ตลอดทั้งโครงการเป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2564 - 2568 เพื่ออนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ให้เกิดความมั่นคง แข็งแรง และรักษางานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทยให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไปในอนาคต และให้คณะช่างที่ปฏิบัติงานซ่อมแซมได้เรียนรู้ ฝึกฝน เพิ่มพูนทักษะฝีมือทางด้านงานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญในหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป
--------------------------------------------------
กองโบราณคดี โดยกลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ "โครงการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง"ภายในอุโบสถ ณ วัดท่าเรียบ ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจและสัมพันธภาพอันดี ตลอดจนปลุกจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าและร่วมกันดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นให้มีความมั่นคงแข็งแรงสืบต่อไป โดยมีนายสมัคร ทองสันท์ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี ให้ข้อมูลที่มาของโครงการ ความสำคัญของจิตรกรรมภายในและภายนอกอุโบสถ และวิธีการดูแลรักษาศิลปะอันทรงคุณค่าแด่ชาวชุมชน วัดท่าเรียบ จังหวัดบุรีรัมย์, นายอนุรักษ์ ศรีไสชนธัญ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน ผู้ควบคุมโครงการ บรรยายนำเสนอขั้นตอนการปฏิบัติงานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังภายในและภายนอกอุโบสถวัดท่าเรียบ และนายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ให้ความรู้เรื่องการดูแลโบราณสถานรักษางานศิลปกรรมในเขตรับผิดชอบสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา ให้ทางวัดและผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติอย่างไร หากเกิดความชำรุดของโบราณสถาน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ชวนมาเดินตลาดกำแพงเมืองคอน แวะเรียนรู้เรื่องราวของ “ผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช” ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ ทดลองออกแบบลายผ้าของตนเอง สร้างลวดลายบนผืนผ้า และร่วมสัมผัสเสน่ห์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นไปด้วยกันในโครงการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2569 และโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แหล่งเรียนรู้เพื่อชุมชนท้องถิ่นเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2569 พบกันที่ตลาดกำแพงเมืองคอน วันที่ 20 และ 27 มิถุนายน และ 4 กรกฎาคม 2569 ประชาชนผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมฟรีตลอดงาน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7534 1075 Facebook: Nakhon Si Thammarat National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/nst.museum
๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ รายการปันฝันปันยิ้ม ออกอากาศทางช่อง ๕ ได้บันทึกรายการที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี โดยมีนางสุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี หัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้บรรยายและให้ความรู้แก่เด็ก ๆ ที่ร่วมรายการ
สมาคมอิโคโมสไทย ขอเชิญร่วมการเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ "(หยุด) รื้อ โบราณสถาน ศาลฎีกา (....)" โดยวิทยากร ประกอบด้วย นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร นายบวรเวท รุ่งรุจี ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางภารนี สวัสดิรักษ์ สมาคมนักผังเมืองไทย นางปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส สมาคมสถาปนิกสยามฯ นางสาวมาลีภรณ์ คุ้มเกษม หัวหน้ากลุ่มนิติการ กรมศิลปากร ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันเสาร์ที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมฟังได้ ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ ฝ่ายเลขานุการ สมาคมอิโคโสไทย โทร. ๐ ๒๒๘๐ ๑๗๗๐
เว็ปไซต์หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี : www.finearts.go.th/12archives
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี
ก่อตั้งขึ้นตามประกาศกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งหน่วยงานจดหมายเหตุแห่งชาติในส่วนภูมิภาค ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2533 ลงนามในคำสั่งโดย นายสุวิชญ์ รัศมิภูติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรในสมัยนั้น จากเนื้อหาสาระของประกาศดังกล่าวให้มีการจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติสาขาขึ้น 12 สาขา ซึ่งเป็นการจัดตั้งสาขาให้เป็นไปตามการแบ่งเขตการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ออกเป็น 12 เขตการศึกษา หน่วยจดหมายเหตุแห่งชาติที่ 12 จันทบุรี จึงจัดตั้งขึ้นที่จันทบุรี ผู้อำนวยการกองจดหมายเหตุในสมัยนั้นคือ นายศักรินทร์ วิเศษะพันธ์ เป็นผู้ดำเนินการของบประมาณในการจัดตั้งหน่วยงานขึ้น โดยมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่หลายฝ่าย ในขณะที่ดำเนินการเรื่องที่ดินและงบประมาณในการจัดสร้าง ก็ได้ขอใช้ห้องประชุมเล็กของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี เป็นสำนักงานชั่วคราว ในคราวเดียวกันก็ได้แต่งตั้ง นายโกสุม กองกูต หัวหน้าหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี มาช่วยปฏิบัติราชการในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยจดหมายเหตุแห่งชาติที่ 12 จันทบุรี อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
ในขณะเดียวกันส่วนของกรมศิลปากรเองก็ได้ดำเนินการเร่งของบประมาณในการจัดตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจทำให้ไม่สามารถของบประมาณดำเนินการสร้างอาคารสำหรับงานจดหมายเหตุได้ จึงได้ใช้ห้องประชุมเล็กดังกล่าวเป็นที่ทำการชั่วคราว แต่เอกสารที่รับมอบจาก 8 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องหาอาคารชั่วคราวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับปริมาณเอกสารที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นในเวลาต่อมาได้ดำเนินการขอใช้อาคารของฝ่ายทรัพยากรธรณี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี ที่ปิดว่างอยู่ ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายทรัพยากรธรณีเป็นอย่างดี หน่วยจดมายเหตุแห่งชาติที่ 12 จันทบุรี จึงได้ย้ายสำนักงานชั่วคราวจากห้องประชุมเล็ก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี มายังอาคารดังกล่าวใน วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 แต่เนื่องจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี นอกจากจะปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดเก็บการทำลายเอกสารตามระเบียบงานสารบรรณแล้ว ยังมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการศึกษาค้นคว้า วิจัยเอกสารของส่วนราชการในภูมิภาคและการบริหารเอกสารจดหมายเหตุ พร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานจดหมายเหตุทั้งในรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างๆ การจัดนิทรรศการให้ความรู้ รวมทั้งจัดฉายภาพยนตร์เก่าและสารคดีต่างๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และพัฒนาการท้องถิ่นอื่นๆ อีกมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีอาคารที่เหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมากได้ จึงจำเป็นต้องขอใช้ศาลากลางจังหวัดจันทบุรีหลังเดิม ซึ่งว่างอยู่เป็นสำนักงานถาวร ได้ดำเนินการของบประมาณในการซ่อมแซมโบราณสถานแห่งนี้และพื้นที่โดยรอบให้สอดคล้องกับงานจดหมายเหตุ และได้ย้ายหน่วยงานมายังอาคารศาลากลางจังหวัดจันทบุรีหลังเดิม ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
ปัจจุบันบริหารงานโดย นางสุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี
ขออนุญาตทำการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
ขั้นตอนที่ ๑ ยื่นคำขอได้ที่สถานที่ ดังนี้
๑.๑ กรณีผู้ขอมีสถานที่ทำการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ให้ยื่น ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
๑.๒ กรณีที่ผู้ขอมีสถานที่ทำการค้าในเขตจังหวัดอื่นนอกจากข้อ ๑.๑ ให้ยื่น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น หากในจังหวัดนั้นไม่มีพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติ ให้ยื่น ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแห่งจังหวัดนั้น
ขั้นตอนที่ ๒ กรอกแบบฟอร์ม ศก.๑
๒.๑ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
๒.๒ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
๒.๓ กรณีเป็นนิติบุคคล
ขั้นตอนที่ ๓ แนบเอกสารและหลักฐาน
๓.๑ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
(ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งแทนบัตรประจำตัวประชาชนได้
(ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน
(ค) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของผู้ขอรับใบอนุญาต ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป
(ง) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า
(จ) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้า หรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๓.๒ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ
(ก) บัญชีรายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน
(ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ ของหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน
(ง) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของหุ้นส่วนผู้จัดการ นาด ๑ นิ้ว ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป
(จ) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า
(ฉ) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๓.๓ กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
(ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียน พร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด(ข) บัญชีรายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งแทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ ของหุ้นส่วนผู้จัดการ(ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ(จ) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวน ๒ รูป (ฉ) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า(ช) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
๓.๔ กรณีเป็นบริษัทจำกัด
(ก) หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
ชื่อวัตถุ ลูกปัดแก้วอำพันทอง
ทะเบียน ๒๗/๑๓/๒๕๕๘
อายุสมัย แรกเริ่มประวัติศาสตร์
วัสดุ(ชนิด) แก้ว
แหล่งที่พบ เป็นของกลางตามคดีอาญาเลขที่ ๑๒๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๗ ของสถานีตำรวจภูธรคลองท่อม อ.คลองท่อม จ.คลองท่อม สำนักศิลปากรที่ ๑๕ ภูเก็ต มอบให้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๘
สถานที่เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
“ลูกปัดแก้วอำพันทอง”
ลูกปัดแก้วอำพันทองมีลักษณะเป็นลูกปัดทรงกลมเรียงต่อกัน ด้านนอกเป็นแก้วใส่ด้านในเป็นสีทอง ลูกปัดลักษณะนี้เรียกว่า “ลูกปัดแก้วอำพันทอง” (false gold-glass beads)
ลูกปัดแก้วอำพันทองมีที่มาจากความนิยมลูกปัดแก้วทองคำ (gold-glass bead)ซึ่งเป็นลูกปัดติดกันหลายลูกทำโดยการใช้แก้วใส ๒ ชั้นประสานกัน แก้วชั้นในมีการหุ้มแผ่นทอง (gold foil)แล้วจึงเคลือบด้วยแก้วชั้นนอก ต่อมาความนิยมในลูกปัดแก้วทองคำมีมากขึ้น ส่งผลให้มีการผลิตลูกปัดลอกเลียนแบบโดยไม่ใช้แผ่นทองหุ้มลงไป แต่ทำให้ลูกปัดมีลักษณะคล้ายสีทองหรือสีอำพันเรียกว่า “ลูกปัดแก้วอำพันทอง” ซึ่งเป็นลูกปัดที่เนื้อแก้วมีความเปราะบางและอาจแตกเป็นชั้นๆ ได้ง่าย แหล่งผลิตของลูกปัดรูปแบบนี้อยู่ที่เมืองชีราฟ (Shiraf)ประเทศอิหร่าน เบเรนิเก (Berenike)ประเทศอียิปต์ ซึ่งในประเทศอินเดียได้มีการนำเข้าลูกปัดแก้วอำพันทองในราวพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๘
ในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบลูกปัดแก้วอำพันทองที่แหล่งโบราณคดีซูไงมัส (Sugai Mas)ประเทศมาเลเซีย แหล่งโบราณคดีทุ่งตึก (เหมืองทอง) จังหวัดพังงา แหล่งโบราณคดีแหลมโพธิ์ จังหวัดสุราษฎ์ธานี และแหล่งโบราณคดีเพิงผาทวดตาทวดยาย จังหวัดสงขลา
สำหรับลูกปัดแก้วอำพันทองชิ้นนี้พบที่แหล่งโบราณคดีคลองท่อม (ควนลูกปัด) ซึ่งเป็นเมือง- ท่าโบราณในสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของภาคใต้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๙ ลูกปัดแก้วอำพันทองจึงถือเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการค้ากับต่างแดน ซึ่งลูกปัดแก้วอำพันทองคงเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าในสมัยนั้น
เอกสารอ้างอิง
- ผุสดี รอดเจริญ, “การวิเคราะห์ลูกปัดแก้วจากเมืองโบราณสมัยทวารวดี ในภาคกลางของประเทศไทย.” (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.
- พรทิพย์ พันธุโกวิท และคณะ. โครงการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์และแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในเขตพื้นที่จังหวัดสงขลาและสตูล. กรุงเทพฯ : บริษัท บางกอกอินเฮ้า จำกัด, ๒๕๕๗.
โครงการเสริมสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยา สำหรับข้าราชการกรมศิลปากร
กิจกรรมพิเศษ
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศิลปากร ครบรอบ ๑๐๒ ปี
เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
"พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย"
ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ถึงวันเสาร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๖