ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,396 รายการ
ในเชิงสัญลักษณ์ "ผีทะเล" คือตัวแทนของอุปสรรคและกิเลสตัณหา ที่มักเข้ามาซ้ำเติมในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับมรสุม เปรียบเสมือนความกลัวและการขาดสติที่เข้าครอบงำมนุษย์ จนอับจนหนทางและละทิ้งความพยายามที่จะเอาชีวิตรอด ในทางกลับกัน พระมหาชนกทรงเลือกใช้ "สติและปัญญา" เป็นอาวุธในการก้าวข้ามภัยพิบัติเหล่านั้น
ภาพผีทะเล จึงนับเป็น"อุบายธรรม"อันชาญฉลาดที่ครูช่างโบราณใช้สะท้อนให้เห็นถึงภัยอันน่าสะพรึงกลัวในสังสารวัฏ พร้อมทั้งขับเน้นคุณค่าของ "ความเพียรที่ปราศจากความกลัว" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของชาดกเรื่องนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ในทางคติชนวิทยา ความเชื่อเรื่อง "ผีทะเล" แท้จริงแล้วคือเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของคนโบราณ เนื่องจากท้องทะเลเป็นพื้นที่อันตรายและยากเกินกว่าจะคาดเดา การแต่งเติมตัวตนให้ความน่ากลัวของธรรมชาติกลายเป็น "รูปารมณ์ของผี" (รูปร่าง หน้าตา หรือตัวตนของผี) จึงเป็นกุศโลบายที่ทำให้มนุษย์สามารถสร้างข้อห้าม กฎระเบียบ และพิธีกรรมต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และหล่อหลอมให้ทุกคนที่อยู่บนเรือตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาททุกลมหายใจ
จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดภาวนาภิรตาราม เขตบางขุนนนท์ กรุงเทพมหานคร
แม่พิมพ์ต่างหูเมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี
ต่างหูโบราณในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์
ต่างหู คือ เครื่องประดับใช้สวมใส่ที่สามารถสะท้อนได้ถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือสถานะทางสังคมของผู้สวมใส่ มีความนิยมในการใส่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ นิยมใช้ ตะกั่ว ดีบุก สำริด ทองคำ ฯลฯ เป็นวัตถุดิบในการผลิต
วิธีการสวมใส่ต่างหูโบราณ
วิธีการสวมใส่ต่างหูของกลุ่มคนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ศึกษาได้จากประติมากรรมที่พบตามเมืองโบราณต่าง ๆ เช่น เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น โดยมากนิยมใส่ต่างหูลักษณะโค้งงอเป็นวงกลม ในขณะสวมใส่ต้องนำปลายต่างหูที่มีขนาดใหญ่เข้าไปในรูบนใบหูก่อน แล้วคล้องตัวต่างหูซึ่งเป็นก้านขนาดเล็กไว้กับรูบนใบหูที่เจาะไว้ จึงสันนิษฐานว่าต้องมีการขยายรูบนใบหูสำหรับการใส่ต่างหูลักษณะนี้ เพื่อให้ได้รูบนใบหูที่มีขนาดใหญ่พอที่จะสวมต่างหูชนิดนี้ได้
แม่พิมพ์ต่างหูที่พบในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12
แม่พิมพ์ต่างหู คือ แม่พิมพ์เครื่องประดับที่นิยมใช้หินทราย หรือหินดินดานในการทำเป็นแบบ มีการแกะสลัก สำหรับเทน้ำโลหะเหลวให้เกิดเป็นต่างหูรูปแบบต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นแม่พิมพ์แบบประกบ (Bivalve Mold) มีการพบแม่พิมพ์ต่างหูในเมืองโบราณที่อยู่ในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 12 หลายแห่ง อาทิ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองโบราณออกแก้ว ประเทศเวียดนาม เป็นต้น
การค้นพบแม่พิมพ์ต่างหูที่เมืองโบราณยะรัง
เมืองโบราณยะรังพบแม่พิมพ์ต่างหู ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 3 ชิ้น โดย 2 ชิ้นแรกพบจากการสำรวจของ นายอนันต์ วัฒนานิกร อดีตศึกษาธิการอำเภอยะรัง ภายในพื้นที่โบราณสถานบ้านประแว และโบราณสถานบ้านวัดราว 60 – 70 ปีมาแล้ว ส่วนชิ้นที่ 3 พบจากการขุดค้นโบราณสถานบ้านจาเละหมายเลข 2 เมื่อปี พ.ศ. 2564
แบบที่ 1 สำหรับผลิตต่างหูแบบโค้งงอเป็นวงกลมเกือบจรดกัน
แบบที่ 2 สำหรับผลิตต่างหูมีร่องคล้ายกลีบมะเฟือง
แบบที่ 3 สำหรับผลิตต่างหูแบบทรงกลม มีปลายแหลมคล้ายหยดน้ำ
สรุป
จากการพบแม่พิมพ์เครื่องประดับนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการติดต่อระหว่างเมืองโบราณยะรังและเมืองโบราณ อื่น ที่มีช่วงอายุสมัยใกล้เคียงกันคือช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 อาทิ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
ภูวนาท รัตนรังสิกุล. การศึกษาวิจัยโบราณวัตถุที่มีตะกั่วเป็นองค์ประกอบหลักในวัฒนธรรมทวารวดี. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555
ศิริพร ลิ่มวิจิตรวงศ์.พัฒนาการทางวัฒนธรรมของ ชุมชนโบราณในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553
สํานักศิลปากรที่ 11 สงขลา. เมืองโบราณยะรัง อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี. นครศรีธรรมราช : โรงพิมพ์อักษรการพิมพ์, 2568 สํานักศิลปากรที่ 11 สงขลา. พัฒนาการทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ 3 จังหวัดชายแดนใต้. สมุทรสาคร : บริษัท บางกอกอิน เฮ้าส์ จํากัด, 2565
Anna Bennett, U Thong city of gold : the ancient history. Bangkok : River book Press, 2023
เรียบเรียง : นางสาวจิตราวลี พวงมณี ผู้ช่วยนักโบราณคดี
สืบ นาคะเสถียร
(2492 – 2533)
สืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่ตำบลท่างา อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้อง 3 คน ดังนี้
1. นายสืบ นาคะเสถียร
2. นายกอบกิจ นาคะเสถียร
3. นางกัลยา รักษาสิริกุล
สืบมีบุตรสาว 1 คน คือ เด็กหญิงชินรัตน์ นาคะเสถียร
การศึกษา
โดยเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้ใกล้ชิดว่าสืบเป็นผู้มีใจรักศิลปะ และเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีระเบียบในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบแผน มีบุคลิกประจำตัวคือเมื่อสนใจหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ สืบจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด
พ.ศ. 2511 เข้าศึกษาที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2517 เข้าศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พ.ศ. 2522 ได้รับทุนจาก British Council ไปศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสาขาอนุรักษ์วิทยา
การทำงาน
พ.ศ. 2516 เข้าทำงานที่สวนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ
พ.ศ. 2518 เข้าบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้
ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว – เขาชมพู่ จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. 2524 ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ
มีส่วนร่วมในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากรฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าอีก หลายรุ่น
พ.ศ. 2526 กลับเข้ามาปฏิบัติราชการประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า
พ.ศ. 2529 ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชปภา (เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พ.ศ. 2530 ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัด นราธิวาส ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัด สุราษฎร์ธานีอีกตำแหน่งหนึ่ง ในขณะที่ดำรงตำแหน่งยังเป็นอาจารย์พิเศษประจำภาค ชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเริ่มต้นในบทบาทของนักอนุรักษ์ กรณีการสร้าง เขื่อนน้ำโจน จังหวัดกาญจนบุรี
พ.ศ. 2531 กลับเข้ามาปฏิบัติราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า
พ.ศ. 2532 เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
พ.ศ. 2533 จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร
จัดทำรายงานเพื่อนำเสนอยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าห้วยขาแข้งเป็นพื้นที่มรดกโลก เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเต็มที่
การถึงแก่กรรม
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบ นาคะเสถียร ได้สะสางงาน ตั้งศาลเพื่อแสดงคารวะที่มีต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง และได้เขียนพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ก่อนกระทำอัตวิบาตรกรรม เพื่อเรียกร้องให้สังคมและราชการหันมาสนใจปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง
ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ
บรรณานุกรม
อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ สืบ นาคะเสถียร. กรุงเทพฯ: ศิลปสนองการพิมพ์, 2533.
รายละเอียดเนื้อหา
การอนุรักษ์สัตว์ป่า รายงานการประเมินผลงานช่วยเหลือสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เลขเรียกหนังสือ ห 923.339 อ128ส
สถานที่จัดเก็บ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
ชื่อเรื่อง : นิทานโบราณคดี
หัวเรื่อง : นิทาน -- ไทย
ไทย -- โบราณสถาน
หนังสืออนุสรณ์งานศพ
คำค้น : -
รายละเอียด : พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพคุณหญิงกสิการบัญชา (ทรัพย์ บุราวาศ) คุณแม่สังเวียน เหราบัตย์ ณ สุสานหลวง วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 23 มกราคม 2501
ผู้แต่ง : ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, 2405 - 2486
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์กฤษณปกรณ์
ปีที่พิมพ์ : 2501
วันที่เผยแพร่ : 26 สิงหาคม 2569
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF.
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : รวมเรื่องนิทานที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เป็นเกร็ดความรู้นอกพงศาวดาร รวมทั้งหมด 21 เรื่อง
เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79925 จบ. (ร.)
เลขหมู่ : ห
398.3
ด427นก
วันพุธที่ 17 มกราคม 2561 ร้อยเอกบุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ในพิธีถวายเครื่องสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช 17 มกราคม ทั้งนี้นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยร่วมต้อนรับ
เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา สำนักศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี ได้ดำเนินโครงการแบ่งปันความรู้สู่ความเข้าใจ ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร ณ โบราณสถานอาคารโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (เดิม) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก ภายในงานมีการแสดงผลงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี การออกร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรม การจำหน่ายหนังสือและเอกสารทางวิชาการ ตอบปัญหาและหารือข้อกฎหมาย เสวนาทางวิชาการ เรื่อง "อดีต ปัจจุบัน อนาคต กับการดำเนินงานของกรมศิลปากร" ในช่วงเย็นมีการแสดงโปงลางของคณะศิษย์เก่ามหาวิทยาลับราชภัฏอุบลราชธานี และการแสดงโขน ตอน สุครีพถอนต้นรัง โดย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร แม้ช่วงเย็นจะมีอุปสรรคจากฝนตกบ้างแต่งานทุกกิจกรรมก็ดำเนินการไปได้ด้วยดี
กรมศิลปากรขอเชิญชวนเด็กและเยาวชน ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๖ ในวันเสาร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติทั่วประเทศ เด็กๆ ที่สนใจสามารถติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมในหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรใกล้บ้าน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การจัดกิจกรรมในส่วนกลาง มีดังนี้
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมบนเวที ดนตรีประกอบการเล่านิทาน ,การแสดงของเด็กและเยาวชน กิจกรรมด้านวิชาการ กิจกรรมตอบปัญหา, กิจกรรมแรลลี่, กิจกรรมเปิดโลกกว้างสู่อาเซียน กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชน ระบายสี, งานประดิษฐ์จากดินฟีโม่, ชวนน้องปั้นดิน กิจกรรมสันทนาการ โยนห่วงยาง, ปิดลูกโปง, เก้าอี้ดนตรี และกิจกรรมต่างฯ อีกมากมาย สำหรับเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรม จะได้รับของขวัญของรางวัลทุกคน
- สำนักการสังคีตจัดการแสดงรายการศิลปากรคอนเสิร์ตรอบพิเศษ ชุด “Children’s Day Concert” อำนวยเพลงโดย นายสถาพร นิยมทอง การแสดงจะเป็นการบรรเลงและการขับร้องจากศิลปินกรมศิลปากรร่วมกับสถานศึกษาและสถาบันการดนตรีที่มีชื่อเสียง อาทิ โรงเรียนหลักสูตรการดนตรีกรุงเทพมหานคร โรงเรียนดนตรีวีมุส โรงเรียนราชินี โรงเรียนปราโมชวิทยา รามอินทรา โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ตลอดจนเครือข่ายศิลปินจากสถานศึกษา เข้าร่วมฟังได้โดยไม่เก็บค่าบัตรเข้าชม
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายเกี่ยวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี และตอบคำถามรับของรางวัล การตอบปัญหาเกี่ยวกับวันเด็ก เรื่องทั่วไป เรื่องอาเซียน การเล่นเกมส์เก้าอี้ดนตรี การต่อจิกซอว์ และกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ เช่น การแข่งร้องเพลง การแข่งเต้น
- สำนักหอสมุดแห่งชาติ กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดคัดลายมือ การวาดภาพระบายสี เล่นเกมและกิจกรรมต่างๆ สร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว ลุ้นรับของรางวัลมากมาย พร้อมทั้งบริการอาหารเครื่องดื่มและรับของรางวัล ฟรีตลอดงาน
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ กิจกรรมประกอบด้วย การแข่งขันประกวดวาดภาพระบายสี, ซุ้มกิจกรรมศิลปะ โดยคณะจารย์ นักศึกษาจากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ศิษย์เก่าสถาบันบัณทิตพัฒนศิลป์, การแข่งขันแรลลี่ตอบปัญหาชิงรางวัล ด้านศิลปะ กิจกรรมสันทนาการ เช่น ดนตรี ประกวดร้องเพลง เกม ฯลฯ โดยความร่วมมือกับสำนักศิลปกรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม, ฉาย DVDแนะนำ และนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ให้แก่เยาวชนและผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งบริการอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม
- หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงรำอวยพร การบรรเลงเพลง จากวงดนตรี “วีรพล” การแข่งขันตอบปัญหา การแสดงบนเวที ประกวดร้องเพลง การแข่งขันวาดภาพ การแข่งขันเรียงความ เกมการละเล่น พร้อมแจกของขวัญของรางวัลมากมาย กิจกรรมในส่วนภูมิภาค อาทิ
- อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กิจกรรมประกอบด้วย การละเล่น เกมต่างๆ การตอบปัญหา การประกวดร้องเพลง และแจกของรางวัล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดวาดภาพ ระบายสี การปั้นตุ๊กตา การประกวดร้องเพลงและการแสดงออกบนเวที ฯลฯ
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงบนเวทีโดยเยาวชนจากโรงเรียนหรือชุมชนต่างๆ ในจังหวัดสุรินทร์ การละเล่นเกมต่างๆ บนเวที ฉายภาพยนตร์ตลอดทั้งวัน และจับฉลากชิงรางวัล
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น กิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมสันทนาการ การแสดงบนเวทีของกลุ่มเด็กนักเรียน การแสดงความสามารถ เล่นเกมตอบปัญหาชิงรางวัล รวมทั้งแจกของรางวัล อาหารและเครื่องดื่ม
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี กิจกรรมประกอบด้วย การแนะนำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย ด้วยวีดิทัศน์ การบรรยายความรู้เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ของพิพิธภัณฑ์/ศัพท์น่ารู้ เกมตอบคำถามและเกมที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์/ข้าวและการทำนา
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ค่ายเยาวชนสุขสันต์ พิพิธภัณฑ์หรรษา” กิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ให้เยาวชนได้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ และเรียนรู้การปั้นตุ๊กตาพื้นบ้านล้านนาจากครูภูมิปัญญาล้านนา ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ณ โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ภายในจังหวัด สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ฯลฯ
นอกจากนี้กรมศิลปากรยังเปิดให้เด็กๆ เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชมอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สถานที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติทั่วประเทศ
ติดต่อ หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรใกล้บ้าน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ถึง ศุกร์, 31 มกราคม 2556 - 1:00จาก ศุกร์, 21 กุมภาพันธ์ 2556 - 10:00
เชิญร่วมกิจกรรมสันทนาการเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
สถานที่ : เชิญร่วมกิจกรรมสันทนาการเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นติดต่อ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
ลงพื้นที่ตรวจโบราณสถาน ในเขตรับผิดชอบ
ของสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
(ปรางค์บ้านปรางค์ จ.นครราชสีมา,ปราสาททอง จ.บุรีรัมย์,
เตาสวาย จ.บุรีรัมย์,เตาเจียน จ.บุรีรัมย์,
ปราสาทช่างปี่ จ.สุรินทร์,ปราสาทจอมพระ จ.สุรินทร์)