ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,593 รายการ



 เมื่อวันที่ ๔-๘ เมษายน ๒๕๕๔ สำนักศิลปากรที่ ๑๑ อุบลราชธานี ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดฝึกอบรมโครงการเครื่องแก้วโบราณจากฐานความรู้โบราณคดี รุ่นที่ ๒ ให้กับสมาชิกเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมตำบลเจียด โดยในรุ่นนี้ผู้เข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเจียด ซึ่งมีความสนใจและอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพื่อจะได้นำความรู้จากการฝึกอบรมไปพัฒนาตำบลของตนเองต่อไป




โครงการเสริมสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาสำหรับข้าราชการกรมศิลปากร   กิจกรรมพิเศษ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศิลปากรครบรอบ ๑๐๒ ปี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย”     ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ถึงวันเสาร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๖ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา                         ไฟล์แนบ                                         ขนาด       kamhndkaarbrmesrimsraangwinay.doc                 48.5 KB khamsangaetngtangcchriythrrm.pdf                 288.69 KB okhrngkaaresrimsraangwinay_khunthrrm56.doc 73 KB




           เนื่องในโอกาส ๑๖๐ ปีแห่งการสถาปนาพระนครคีรี พระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทย เพื่อเป็นการร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ผู้ทรงโปรดให้สถาปนาพระราชวังพระนครคีรีขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ได้นำเสนอบทความชุด “๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล” เพื่อนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับที่มา และความสำคัญของพระนครคีรี ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของบูรพกษัตริย์ที่ทรงมีต่อเมืองเพชรบุรี           พระนครคีรี นับเป็นพระราชวังสำคัญแห่งหนึ่งของไทย เพราะนอกจากจะเป็นพระราชวังบนภูเขาแห่งแรกแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความเป็นอารยะของสยามตามทรรศนะของชาติมหาอำนาจตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย โดยจะเห็นได้จากพระที่นั่งและอาคารประกอบต่าง ๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอาคารแบบนีโอคลาสสิกของตะวันตก โดยบทความชุด “๑๖๐ ปี พระนครคีรี จิรกาล” ประกอบด้วยบทความทั้งสิ้น ๑๐ ตอน ดังนี้           ตอนที่ ๑ พระราชวัง และการเสด็จฯ หัวเมือง กล่าวถึงการก่อสร้างพระราชวังที่ประทับตามหัวเมืองต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า  เจ้าอยู่หัว           ตอนที่ ๒ เพชรบุรี เมืองแห่งพระราชศรัทธา กล่าวถึงประวัติเมืองเพชรบุรี และความสำคัญของเมืองเพชรบุรี ในฐานะที่เป็นหัวเมืองสำคัญ และเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวชอยู่ในสมณเพศ           ตอนที่ ๓ ราชมรรคาสู่เมืองเพ็ชร์ กล่าวถึงการเดินทางจากพระนครมายังเมืองเพชรบุรีในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว              ตอนที่ ๔ กระแสพระราชดำริ กล่าวถึงพระราชดำริในการก่อสร้างพระราชวังบนเขาสมณ เมืองเพชรบุรี ซึ่งได้ชื่อว่า พระนครคีรี ในเวลาต่อมา           ตอนที่ ๕ สถาปนาพระราชวัง กล่าวถึงการก่อสร้างพระนครคีรี ซึ่งเริ่มต้นในพุทธศักราช ๒๔๐๒ และเสร็จสิ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๕           ตอนที่ ๖ พรั่งพร้อมที่เมืองเพ็ชร์ กล่าวถึงการก่อสร้างพระนครคีรีที่ได้แรงงานชาวลาวทรงดำและลาวพวนมาดำเนินงาน และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้น เช่น ถนน และสะพาน จนอาจกล่าวได้ว่าการก่อสร้างพระนครคีรีคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองเพชรบุรีให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้น           ตอนที่ ๗ เสด็จเฉลิมพระราชมณเฑียร กล่าวถึงการเฉลิมพระราชมณเฑียรพระนครคีรีเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ และการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระสุทธเสลเจดีย์ พระนครคีรี ในคราวเดียวกัน           ตอนที่ ๘ รับรองพระราชอาคันตุกะ กล่าวถึงการใช้พระนครคีรีรับรองพระราชอาคันตุกะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และในรัชกาลต่อ ๆ มา           ตอนที่ ๙ จิตวิญญาณชาวพริบพรี กล่าวถึงพระนครคีรีในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการจัดพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ในหัวเมือง อาทิ พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และพระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ           ตอนที่ ๑๐ ๑๖๐ ปี จิรกาล กล่าวถึงพระนครคีรีภายหลังรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และความสำคัญของพระนครคีรี ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี และเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานต่อเมืองเพชรบุรีตอนที่ ๑ พระราชวัง และการเสด็จฯ หัวเมือง           ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และก่อนหน้านี้ขึ้นไป เป็นธรรมเนียมที่พระเจ้าแผ่นดิน จะประทับอยู่ในพระนครราชธานีเป็นหลัก และจะไม่เสด็จพระราชดำเนินออกนอกพระนครราชธานี หากไม่มีพระราชกิจอื่นใด โดยจะเสด็จพระราชดำเนินออกนอกราชธานีนั้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่ามี ๓ ประการ คือ ๑ เสด็จไปในการพระราชสงคราม ๒ เสด็จไปในการนมัสการพุทธสถานสำคัญ และ ๓ เสด็จไปในการวังช้างโพนช้างสำคัญ           เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานกล่าวถึงพระราชฐานที่ประทับนอกเขตพระนครราชธานี เช่น พระราชวังเมืองลพบุรี และพระราชวังที่บางปะอิน กระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์มหาราชเป็นต้นมา ไม่ทรงมีพระราชกิจที่จำต้องเสด็จฯ ออกนอกพระนคร คงมีการพระราชสงครามเมื่อครั้งต้นกรุงบ้าง ที่เสด็จฯ ไปหัวเมือง ซึ่งนับเป็นการพิเศษ จึงไม่ปรากฏการสร้างพระราชฐานที่ประทับนอกเขตพระนคร           พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ทรงมีพระราชดำริในการเสด็จฯ ออกนอกพระนครราชธานี นอกเหนือไปจากพระราชประเพณีโบราณทั้งสามประการดังกล่าวข้างต้น อาจกล่าวได้ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยนิยมการท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่ครั้งทรงผนวชอยู่ ปรากฏว่าได้เสด็จฯ ไปยังหัวเมืองฝ่ายเหนือ และหัวเมืองรายรอบพระนครบ้างแล้ว ครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ก็ได้เสด็จฯ ไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งใกล้ไกล และทรงมีพระราชดำริในการสร้างพระราชฐานที่ประทับขึ้นตามหัวเมืองเหล่านั้นด้วย           น่าสนใจว่า พระราชฐานที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในหัวเมืองนั้น ทรงมีพระราชประสงค์ต่าง ๆ กัน ขึ้นอยู่กับความสำคัญ และเหตุจากสถานที่นั้น ๆ ดังเช่นพระราชวังที่กรุงเก่า อันมีพระราชวังหลวง และพระราชวังจันทรเกษม ที่โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อมาประทับในเวลาเสด็จฯ ประพาสกรุงเก่า และเป็นการเฉลิมพระเกียรติบุรพกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังมีพระราชวังที่พระพุทธบาท เมืองสระบุรี หรือพระราชวังนครปฐม ที่โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ประทับในเวลาเสด็จฯ ไปนมัสการปูชนียสถานสำคัญ ณ ที่นั้น เป็นต้น           ในบรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ในพระราชอาณาจักร ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเสด็จฯ ไปประทับนั้น เพชรบุรีเป็นหัวเมืองหนึ่งที่โปรดเสด็จฯ มา ปรากฏว่าได้เสด็จฯ มาตั้งแต่ครั้งผนวชอยู่ในสมณเพศแล้ว ครั้นเมื่อครองราชสมบัติก็ยังเสด็จฯ อยู่ตลอดรัชสมัย ภาพ : พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท และหอภูวดลทัศไนย ในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ ภายในพระบรมมหาราชวัง อันเป็นที่ประทับสำคัญของพระมหากษัตริย์ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ข้อมูล/ภาพ : นายวสันต์ ญาติพัฒ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี


ห้องที่ 6 : สงขลาแหลมสน จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุตามสาระสำคัญ คือ หลังจากสงขลาหัวเขาแดงถูกทำลายลงโดยกองทัพอยุธยา ได้มีการอพยพและตั้งชุมชนใหม่ในบริเวณแหลมสน เรียกว่า สงขลาฝั่งแหลมสน โดยชาวจีนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมือง โดยชาวจีนนามว่า “เฮาเหยียง” ต้นตระกูล ณ สงขลา พัฒนาเมืองให้เจริญขึ้นอย่างมาก


  ***บรรณานุกรม***  ยอช เซเดส์   หลวงบริบาลบุรีภัณท์สุภัทรดิศ ดิศกุล ตำนานพระพิมพ์,พระพุทธรูปสมัยต่างๆในประเทศไทยพุทธศิลปในประเทศไทย อนุสรณ์ ในงานพระราชทานเพลิงศพขุนสันธานธนานุรักษ์ (นายชัยประสิทธิ์ สันธานธนา) ณวัดธาตุทอง สุขุมวิท พระนคร 20 กรกฏาคม 2510 พระนคร  โรงพิมพ์จำลอง ศิลป์ 2510



หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          ทาน (พุทธศาสนา)                                    อานิสงส์ประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    22 หน้า : กว้าง 5.5 ซม. ยาว 58 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม  ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534


รายงานการเดินทางไปราชการ ณ สาธารณรัฐอินเดีย   1.ชื่อโครงการ/กิจกรรม             สัมมนามรดกทางโบราณคดีของเอเชียใต้(Archaeological Heritage of South Asia) 2.กำหนดเวลา วันที่ 14-22 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 3.สถานที่ แคว้นอัสสัม สาธารณรัฐอินเดีย 4.หน่วยงานผู้จัด คณะกรรมการโบราณคดีแห่งแคว้นอัสสัม(Directorate of Archaeology,ASSAM/Government of ASSAM) 5.หน่วยงานสนับสนุน รัฐบาลแห่งแคว้นอัสสัม 6.กิจกรรม สัมมนาวิชาการด้านโบราณคดีและการจัดการมรดกทางโบราณคดีโดยจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัย Guahati และมหาวิทยาลัย Manipur เป็นการนำเสนองานวิชาการมนห้องสัมมนาและศึกษาแหล่งโบราณคดีและแหล่งชุมชนเผ่าไท 7.คณะผู้แทนไทย 7.1 นายชินณวุฒิ วิลยาลัย                   นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ                                                 สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ 7.2 นายลักษมณ์ บุญเรือง                    ภัณฑารักษ์ชำนาญการ                                                 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี 8.สรุปสาระของกิจกรรม 8.1 นำเสนอบทความวิชาการ ณ มหาวิทยาลัย Guahati นักวิชาการจากสาธารณรัฐอินเดีย บังคลาเทศและไทย จำนวน ๓๐ ท่าน นำเสนอบทความด้านโบราณคดีทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะผลการศึกษาโบราณคดีในพื้นที่แคว้นอัสสัม โดยคณะผู้แทนของกรมศิลปากร นำเสนอ ดังนี้             8.1.1 นายชินณวุฒิ วิลยาลัย นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ  สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ นำเสนอบทความ เรื่อง Rock Arts in Lampang province, Thailand : Pratupha archaeological site.             8.1.2 นายลักษมณ์ บุญเรือง ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี นำเสนอบทความ เรื่อง Beliefs of NAGA and Roles of Tai societies in the upper Mekong subregion.           8.2 ทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์แห่งแคว้นอัสสัมและแหล่งโบราณคดี Madam Kemdev           8.3 นำเสนอข้อมูล ณ มหาวิทยาลัย Manipur โดยการถาม-ตอบ ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ประวัติศาสตร์และโบราณคดีในชั้นเรียนระดับปริญญาโท 9.ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม 9.1 คณะผู้จัดงานแจ้งว่ามีความตั้งใจจะจัดงานลักษณะนี้ขึ้นอีกในปีต่อๆไป กรมศิลปากรควรจัดส่งนักวิชาการเข้าร่วมเนื่องจากข้อมูลทางโบราณคดี-มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ของพื้นที่แคว้นอัสสัมต่อเนื่องมาถึงตอนเหนือของประเทศไทยนั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนและเป็นที่สนใจของนักวิชาการในสาธารณรับอินเดียอย่างมาก 9.2  มีโอกาสที่จะสร้างเครือข่ายการศึกษาหรือวิจัยข้ามภูมิภาคอินเดีย-พม่า-ไทย-ลาว-จีน อย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเวลา 2,000-500 ปีที่ผ่านมา     ................................................ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ                                                        (นายชินณวุฒิ วิลยาลัย)     ................................................ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ                                                        (นายลักษมณ์ บุญเรือง)  


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยหัวเรื่อง                          พุทธศาสนา—บทสวดมนต์                                    บทสวดมนต์                                    พระอภิธรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    24 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากพระครูวิมลสังวร วัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี


black ribbon.