ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,539 รายการ

          ห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียน (ASEAN Digital Library) เป็นโครงการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหอสมุดแห่งชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ประกอบด้วยหอสมุดแห่งชาติไทย บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลทางด้านภูมิปัญญาของชาติในหอสมุดแห่งชาติของประเทศภูมิภาคอาเซียน โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระบบห้องสมุดดิจิทัลด้านมรดกทางภูมิปัญญาที่มีคุณค่าในหอสมุดแห่งชาติ ของแต่ละชาติอาเซียนไว้ด้วยกันที่เรียกว่า “ห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียน (ASEAN Digital Library)” เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ด้านมรดกทางภูมิปัญญาของภูมิภาคอาเซียน ให้บริการเข้าถึงข้อมูลเอกสารฉบับเต็มรูปด้านมรดกภูมิปัญญาของชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนได้อย่างสะดวก รวดเร็วในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งการสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้คนในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน รวมไปถึงองค์ความรู้ดังกล่าวสามารถช่วยพัฒนาต่อยอดด้านการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ ในประเทศภูมิภาคอาเซียนให้มีความมั่นคง และสอดคล้องกับการประชาคมอาเซียน           สำหรับทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียน ASEAN Digital Library ได้แบ่งเป็นคอลเลคชันต่าง ๆ โดยการแบ่งตามแต่ละประเทศอาเซียน และแบ่งตามประเภททรัพยากรสารสนเทศ ได้แก่ ประเภทหนังสือ หนังสือหายาก เอกสารต้นฉบับ คัมภีร์ใบลาน แผนที่ ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพถ่าย ไฟล์เสียง วีดิทัศน์ หนังสือพิมพ์ วารสาร บทความ ข้อมูลเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาทางมรดกภูมิปัญญาของชาติที่มีคุณค่าและสำคัญยิ่ง ปัจจุบันมีให้บริการข้อมูลเนื้อหาดิจิทัลมากกว่า 82,000 รายการ คอลเลคชันที่โดนเด่นและน่าสนใจ อาทิ เช่น ภาพโปสการ์ดส่วนพระองค์ในสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพของหอสมุดแห่งชาติไทย หนังสือหายากและเอกสารต้นฉบับภาษามาลายูของหอสมุดแห่งชาติมาเลเซีย คอลเลคชัน Rizaliana หอสมุดแห่งชาติฟิลิปปินส์ และคอลเลคชันภาพแผนที่โบราณทางทะเลของหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์          สำหรับผู้ที่สนใจเนื้อหามรดกภูมิปัญญาของชาติอาเซียน สามารถสืบค้นและเข้าถึงข้อมูลในห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียนที่ให้บริการผ่านการสืบค้นแบบหน้าจอเดียว (Single Search) ได้ทางเว็บไซต์ http://www.aseanlibrary.org รูปที่ 1 หน้าสืบค้นเว็บไซต์ห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียน (ASEAN Digital Library) http://www.aseanlibrary.org รูปที่ 2 หน้าสืบค้นเว็บไซต์ห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียน (ASEAN Digital Library) สามารถสืบค้นโดยวิธีการค้นโดยใส่ คำสำคัญหรือคำค้น สืบค้นโดยวิธีเลือกจากประเทศ ประเภท และภาษา รูปที่ 3 ตัวอย่างข้อมูลรายการเนื้อหาดิจิทัลประเภทหนังสือหายากในห้องสมุดดิจิทัลแห่งชาติอาเซียน รูปที่ 4 ตัวอย่างภาพแสดงผลการสืบค้นรายละเอียดทางบรรณานุกรมภาพเก่าประวัติศาสตร์ของประเทศบูรไนดารุสซาลาม พร้อมกับเมนูลิงค์เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาดิจิทัลในระบบห้องสมุดดิจิทัลของหอสมุดแห่งชาติบูรไน รูปที่ 5 หนังสือหายากและเอกสารต้นฉบับภาษามาลายูของหอมุดแห่งชาติมาเลเซีย รูปที่ 6 ภาพแผนที่โบราณทางทะเลของหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ เรียบเรียงข้อมูล : ดร.ประสิทธิชัย เลิศรัตนเคหกาล บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ E-mail: eak.pras@hotmail.com


จากการที่เวียงกุมกามสร้างโดยพญามังรายกษัตริย์ที่มีประสบการณ์การสร้างเมืองหลายแห่งมาก่อนในบริเวณลุ่มน้ำกก อีกทั้งเคยปกครองในเมือง  หริภุญไชยที่นับถือพุทธศาสนา โดยปรากฏจากสถาปัตยกรรมประเภทวัดของพุทธศาสนาที่มีอยู่มากในเมืองหริภุญไชย ทำให้เวียงกุมกามเกิดการนำเอาความรู้เทคโนโลยีการก่อสร้าง และคติความเชื่อในพุทธศาสนามาสร้างในเวียงกุมกาม และพัฒนาเป็นวัฒนธรรมเฉพาะตนเป็นวัฒนธรรมล้านนา        สันนิษฐานว่าเวียงกุมกามเป็นการสร้างโดยการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมชาวไทยวนที่มีความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับวัฒนธรรมหริภุญไชยที่นับถือพุทธศาสนา ดังตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวถึงชุมชนบริเวณวัดกานโถมก่อนการสร้างเวียงกุมกามว่า ที่ชุมชนแห่งนั้นนับถือต้นไม้เดื่อเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ผสมผสานกับการนับถือพุทธศาสนา แนวคิดการนับถือพุทธศาสนาผสมผสานกับความเชื่อดั้งเดิมนี้ คงเป็นสิ่งที่มีมาก่อนแล้ส ทั้งในแคว้นหริภุญไชยและในแคว้นโยนก และยังสืบเนื่องต่อมาในสมัยพญามังราย โดยมีหลักฐานชัดเจนถึงแนวคิดดังกล่าว ขณะพญามังรายประทับในเวียงกุมกาม ก็ได้ผสานความเชื่อดั้งเดิมที่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับความเชื่อของพุทธศาสนา ดังเช่น ความเชื่อเรื่องรุกขเทวดาศักดิ์สิทธิ์อยู่รักษาไม้เดื่อ เทวดานั้นมักให้คุณแก่คนทั้งหลาย พญามังรายจึงสร้างวัดและปลูกต้นศรีมหาโพธิ์จากลังกาที่บริเวณไม้เดื่อที่นับถือว่าเป็นไม้สรี (ศรี) ที่เป็นตัวแทนของพุทธศาสนา และถือว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่         การสร้างเวียงกุมกามมีแนวคิดการวางผังเมืองอย่างเมืองหริภุญไชย โดยมีศูนย์กลางเมืองที่วัดกุมกามและวัดประจำทิศที่มุมทั้งสี่แห่งของเมือง ตามคติศูนย์กลางจักรวาลของพุทธศาสนา ประกอบด้วยวัดกุมกามทีปราม วัดกู่จ๊อกป็อก วัดกู่ป้าด้อม และวัดพระเจ้าองค์ดำ โดยวัดเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นในคราวเดียวกัน และมีวัดกานโถมเป็นศูนย์กลางเมืองตามคตคิวามเชื่อเรื่องอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของผี ของกลุ่มชนชาวพื้นเมือง โดยเวียงกุมกามมีแนวแกนที่สำคัญ ๒แกน ได้แก่        แนวแกนตะวันตก - ตะวันออก ตั้งแต่ กำแพงด้านตะวันออกทางด้านใต้ของวัดกู่มะเกลือ วัดกู่อ้ายสีผ่านวัดกานโถมด้านเหนือ วัดธาตุน้อย วัดอีค่างไปจนสุดฝั่งเมืองด้านตะวันตก       แนวแกนเหนือ - ใต้ โดยมีแนวผ่านพื้นที่กลางเวียงวัดกุมกามและวัดกานโถมลงไปทางใต้จนสุดกำแพงเมืองด้านทิศใต้        แนวคิดการวางแกนสำคัญภายในเวียงเช่นนี้จะพบว่า นอกจากเวียงกุมกามแล้วเวียงอื่นๆ เช่น หริภุญไชย (ลำพูน) เชียงใหม่ และเชียงแสน เป็นต้น และลักษณะเด่นในแนวแกนสำคัญนั้นมักจะเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ หรือวัดสำคัญตั้งอยู่เสมอ แกนทิศตะวันออก - ตะวันตก ในแนวนอนจะเป็นแกนสำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนสันหลังของเมือง การดูผังเมืองโบราณจึงควรหาตำแหน่งของแกนตั้ง และแกนนอนให้ได้ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ ภายในเมือง อ้างอิง : เวียงกุมกาม การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนโบราณในล้านนา             : เมืองเชียงใหม่ ศิลปะ สถาปัตยกรรมและความเชื่อ โครงการรวบรวมผลงานวิชาการ ลำดับที่ ๑ ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนาคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ชื่อเรื่อง                     เทศนาวิภังค์-มหาปัฏฐานสพ.บ.                      195/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               28 หน้า : กว้าง 4.7 ซ.ม. ยาว 55 ซ.ม. หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี    


นอกจากคำว่าสถูปและเจดีย์แล้ว ยังมีคำเรียกเจดีย์รูปแบบหนึ่งของไทยที่วิวัฒนาการมาจากปราสาทเขมร คือ ปรางค์ ซึ่งแต่เดิมเขมรสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ แต่มีการดัดแปลงมาเป็นเจดีย์ในพุทธศาสนาในช่วงที่กษัตริย์บางองค์นับถือศาสนาพุทธ และส่งอิทธิพลมายังปรางค์ในสมัยสุโขทัย คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ปรางค์มีห้องภายในหรือเรือนธาตุสำหรับประดิษฐานรูปเคารพ มีส่วนยอดคล้ายฝักข้าวโพด ในสมัยอยุธยานิยมสร้างปรางค์ขึ้นเป็นเจดีย์แบบหนึ่ง รวมทั้งนิยมสร้างเป็นศูนย์กลางของเมืองอีกด้วย   ทางภาคเหนือและภาคอีสาน เรียกเจดีย์ว่า “กู่” ซึ่งน่าจะเพี้ยนมาจากภาษาพม่าว่า “คูหะ” หรือ “คูหา” ซึ่งในภาษาบาลีสันสกฤตที่หมายถึง ห้องหรืออุโมงค์ กู่ จึงสื่อความหมายของเจดีย์ทรงปราสาทที่มีห้องคูหาอยู่ภายใน   ตำแหน่งที่ตั้งและชื่อเรียกของเจดีย์ - เจดีย์ประธาน เจดีย์ที่สร้างเป็นหลักของวัด มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเจดีย์ภายในวัด และสร้างอยู่ในตำแหน่งที่เด่นสมเป็นประธานแก่เจดีย์อื่น - เจดีย์ประจำมุม/เจดีย์ประจำทิศ อยู่ในตำแหน่งมุมทั้งสี่ หรือประจำกลางด้านทั้งสี่ของเจดีย์ประธาน - เจดีย์ราย คือ เจดีย์ขนาดเล็กที่อยู่เรียงรายรอบบริเวณของเจดีย์ประธาน โดยอยู่ถัดออกมาจากเจดีย์ประจำมุมและเจดีย์ประจำทิศ หรือเจดีย์เล็กๆที่อยู่เรียงรายกันภายในเขตวัด   ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมได้ตามรายงานหนังสือข้างล่างค่ะ - กองโบราณคดี. รายงานทางวิชาการเพื่อพิจารณาประกอบการจัดทำแผนแม่บท โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๓๓. - ประภัสสร์ ชูวิเชียร. ๕ มหาเจดีย์สยาม. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๔. - รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. มรดก ๑,๐๐๐ ปี เก่าที่สุดในสยาม. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๖. - สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๕. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๒. - ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม. รายงานแบบสำรวจรังวัดโบราณสถานเมืองศรีสัชนาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร : ๒๕๔๙.


เลขทะเบียน : นพ.บ.80/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  22 หน้า ; 4.5 x 59 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 50 (78-93) ผูก 5 (2564)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม 


ชื่อเรื่อง                                โอวาทปาติโมกข์คาถา (โอวาทปาติโมกฺขคาถา) สพ.บ.                                  152/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสฺนาลักษณะวัสดุ                           42 หน้า กว้าง 5.5 ซ.ม. ยาว 55.5 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           พระสูตร บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี หมายเหตุ*** พระสุตตันตปิฎก เล่ม 2 ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปทานสูตร โอวาทปาติโมกข์และคำอธิบาย




วินัยมัญญัติ ชบ.ส. ๖๕เจ้าอาวาสวัดเทพประสาท ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.26/1-7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)





หนังสือดีน่าอ่าน "ประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้และแหลมมลายู" ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร   หนังสือเล่มนี้ เป็นการรวบรวมเอาภาพประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้และแหลมมลายู ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จำนวนกว่า ๒๐๐ ภาพ ซึ่งเก็บรักษาอยู่ในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ทั้งภาพจากชุดฟิล์มกระจกหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร และสมุดภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    โดยจัดเรียงภาพตามลำดับเหตุการณ์การเสด็จพระราชดำเนินรวม ๕ คราว คือในพุทธศักราช ๒๔๓๒ (ร.ศ. ๑๐๘), พุทธศักราช ๒๔๓๓ (ร.ศ. ๑๐๙), พุทธศักราช ๒๔๓๙ (ร.ศ. ๑๑๕), พุทธศักราช พ.ศ. ๒๔๔๑ (ร.ศ. ๑๑๗) และพุทธศักราช ๒๔๔๘ (ร.ศ. ๑๒๔) แล้วจัดทำเป็นหนังสือประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทย พร้อมคำบรรยายภาพอย่างครบถ้วน ซึ่งวันนี้แอดมินได้คัดเอาภาพถ่ายส่วนหนึ่ง จากจำนวนภาพถ่ายกว่า ๒๐๐ ภาพที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือ มาฝากกันด้วยค่ะ    เล่มนี้เป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๖๓ จำนวน ๒๑๖ หน้า ราคา ๗๕๐ บาท    สามารถสั่งซื้อได้ที่ : https://bookshop.finearts.go.th/book-detail/417  



black ribbon.