ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,635 รายการ

ชื่อเรื่อง                     ท้องถิ่นเมืองโบราณอู่ทอง รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้แต่ง                       สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เลขหมู่                     959.373 ส691ทสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 ม.ป.พ.ปีที่พิมพ์                    2551ลักษณะวัสดุ               68 หน้า : ภาพประกอบ ; 29 ซม.หัวเรื่อง                     สุพรรณบุรี – ประวัติศาสตร์                              แบบเรียน                              อู่ทอง(สุพรรณบุรี) -- ประวัติศาสตร์ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก           จัดทำโครงการ “พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเมืองโบราณอู่ทอง” มีเป้าหมายจัดทำหลักสูตรระดับท้องถิ่น  กำหนดเป็นระยะๆ ตามแนวการพัฒนาหลักสูตร กำหนดกรอบแนวการพัฒนา จัดทำลักษณะหน่วยการเรียนรู้สอดแทรกไว้ในรายวิชา ประวัติศาสตร์ ในระดับชันประถมศึกษาปีที่ 1 - 6      


          จารึกที่คนสับสนกับจารึกเมืองศรีเทพ....           จารึกบ้านหนองไม้สอ เป็นเสากลมรูปสัณฐานคล้ายดอกบัวตูม มีเส้นลวดบัวรอบ ฐานมีเดือยยาวเป็นรูปหมุดหรือตะปู ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็น “หลักเมืองศรีเทพ” สับสนกับจารึกเมืองศรีเทพ ตามพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “ ...ศิลาจารึกพบที่เมืองศรีเทพครั้งนี้แปลกมาก สัณฐานคล้ายตะปูหัวเห็ด ข้างปลายที่เสี้ยมแหลมเป็นแต่ถากโกลน สำหรับฝังดินขัดเกลี้ยง...”  ตามประวัติระบุว่าได้มาจากเมืองศรีเทพ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะกรมการจังหวัดเพชรบูรณ์ส่งมาให้เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๔๘๑ นำเก็บรักษาไว้ที่คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๗           อยู่ห่างจากจุดที่พบจารึกบ้านวังไผ่ไปทางทิศตะวันออก ๓ กิโลเมตร กำหนดเลขบัญชีวัตถุเป็นจารึก K.๙๗๙ ตาม Inscriptions du Cambodge โดยศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ให้ความเห็นว่าเป็นอักษรขอมสมัยเมืองพระนคร ภาษาขอม ๓ บรรทัด มีร่องรอยถูกอุด มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ กล่าวถึง เสตญ และบริวารหญิง (ไต) ๓ คน           ภายหลังผู้ช่วยศาสตราจารย์กังวล คัชชิมา ได้ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบตัวอักษร “ร” ในจารึกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักราชกำกับไว้ว่า มีลักษณะอักษรเส้นเดียวยาว ในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย มักจะเขียนไม่เป็นระเบียบ และตัวหนังสือแตกต่างจากฟูนัน-เจนละ  อีกทั้งอักษรขอมสมัยเมืองพระนคร ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕ มีพัฒนามาจากอักษรหลังปัลลวะ ทำให้ถอดเนื้อความได้ใกล้เคียงกัน อาจเปรียบเทียบได้กับคาถาเยธมฺมาอักษรปัลลวะและหลังปัลลวะที่มีความแตกต่างกันสังเกตจากพัฒนาการตัวอักษร           จึงนับว่าจารึกหนองไม้สอเป็นอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ระยะแรก กำหนดอายุได้ราว พ.ศ. ๙๐๐-๑๐๐๐ กล่าวถึง ...ไวษฺณว ราม และลักษมณ... เนื้อความส่วนใหญ่ชำรุดเสียหาย แต่ยังคงแสดงให้เห็นความเชื่อและความรับรู้เกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์ของเมืองโบราณศรีเทพได้อย่างชัดเจน     อ้างอิงจาก : กรมศิลปากร. “จารึกในประเทศไทย เล่ม ๑ อักษรปัลลวะ หลังปัลลวะ พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔”. กรุงเทพฯ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, ๒๕๕๙. กรมศิลปากร. “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ”. กรุงเทพฯ : สำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี กรมศิลปากร, ๒๕๕๐ กังวล คัชชิมา. “จารึกพระเจ้ามเหนทรวรมัน”. โครงการวิจัยจากกองทุนสนันสนุนการวิจัย นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๖๒ ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. “เรื่องเที่ยวที่ต่าง ภาค ๓ เล่าเรื่องเที่ยวมณฑล เพชรบูรณ์และเรื่องความไข้ เมืองเพชรบูรณ์”. กรุงเทพฯ: วิศัลย์การพิมพ์, ๒๕๑๙. George Cœdès, “Nouvelles inscriptions de Si T’ep (K. 978, K. 979),” in Inscriptions du Cambodge vol. VII .Hanoi : Imprimerie d'Extrême-Orient, 1964, แปลโดย ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล


ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว เงินนอกงบประมาณ (กองทุนโบราณคดี) ครั้งที่ ๒




           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ขอเชิญชวนไปชมต้นแก้วเจ้าจอม ที่สวยสง่าให้ร่มเงา อยู่ภายในบริเวณกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ซึ่งขณะนี้ต้นดอกแก้วได้ออกดอกม่วงสวยสะพรั่ง สร้างความตื่นตาและประทับใจให้นักท่องเที่ยวผู้ไปเยือนได้ชื่นชมความสวยงามแล้ว            ต้นไม้ต้นนี้ คือ ต้นแก้วเจ้าจอม ต้นไม้ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2534  ปัจจุบันต้นแก้วเจ้าจอมต้นนี้มีอายุกว่า 30 ปีแล้ว             สำหรับนักท่องเที่ยวที่แวะเข้ามาชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ทางพิพิธภัณฑ์ขอเชิญท่านร่วมถ่ายภาพกับต้นไม้ต้นประวัติศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์ได้ในวันพุธ - อาทิตย์  เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร และวันนักขัตฤกษ์) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม องค์ความรู้เรื่อง แก้วเจ้าจอมทรงปลูก ได้ที่นี่ https://www.facebook.com/ratchaburi.national.museum/posts/pfbid0226yqtSoD6zUknwtAUqv2yZeACNYC4vtHmsbHDsZoQ7K3uCgXTYfor1MEyFpCUdBzl  


         ต้นไม้แห่งชีวิต (Tree Of Life)          ศิลปิน : อนิก สมบูรณ์ (Anix Somboon)          ปีพุทธศักราช :  ปี พ.ศ.2494 (1951)          เทคนิค: สำริด (Bronze)          ขนาด : สูง 74 เซนติเมตร ( H. 74 cm.)          ประวัติ : อนิก สมบูรณ์ เกิดปี พ.ศ.2475 ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มศึกษาศิลปะที่ โรงเรียนเพาะช่าง และในปี พ.ศ.2495 ศึกษาต่อที่คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มรับราชการเป็นครูตรีที่โรงเรียนศิลปศึกษา จากนั้นมาเป็นอาจารย์สอนที่คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร            แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri/zoom/08.html   ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri


ชื่อเรื่อง                     ประชุมพงศาวดารภาคที่ 61ผู้แต่ง                       กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ประวัติศาสตร์ทวีปเอเชียเลขหมู่                      959.3 ป247รสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 โรงพิมพ์ชวนพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2516ลักษณะวัสดุ               250 หน้า หัวเรื่อง                     ไทย – ประวัติศาสตร์ – สมัยแรกเริ่มก่อน พ.ศ.1800ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 เป็นเรื่องราวของชาติไทยสมัยก่อนที่ยกลงมาเป็นใหญ่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วนเรื่อง 2 เรื่อง คือ พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน และตำนานสิงหนวติกุมาร




โครงการปลูกต้นไม้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ครั้งที่ ๑ จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๗ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน โดยมี นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณโบราณสถานเมืองเสมา ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ทั้งนี้การปลูกต้นไม้เป็นการร่วมมือร่วมใจของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา หน่วยงานราชการต่าง ๆ และราษฎรในท้องถิ่น ซึ่งช่วยกันทำความดีทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความชุ่มชื้น เพิ่มออกซิเจนในอากาศ ลดสภาวะโลกร้อน สร้างระบบนิเวศน์เกิดความสมดุลธรรมชาติ และให้ประชาชนตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ


        พระพุทธรูปปางประทานอภัย         แบบศิลปะ : ลพบุรี         ลักษณะ : พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย สลักจากหินทราย ทาสีส่วนที่เป็นจีวรด้วยสีแดงอมส้ม พระพักตร์เป็นเหลี่ยม ปรากฏกรอบไรพระศกเหนือพระนลาฏ ขมวดพระเกศาเป็นรูปก้นหอย พระเกตุมาลาทรงกรวยรูปกลีบบัวซ้อนกันเป็นชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป พระหัตถ์ขวายกขึ้นหันฝ่าพระหัตถ์ออกโดยอยู่แนบชิดพระอุระ พระหัตถ์ซ้ายทอดลงข้างพระวรกาย บนพระอังสาซ้ายปรากฏชายสังฆาฏิพาดเป็นแผ่นใหญ่ปลายตัดตรงยาวลงมาเกือบจรดพระนาภี ที่บริเวณพระโสณีคาดรัดประคดเป็นแถบกว้างสลักลายดอกไม้ในกรอบสี่เหลี่ยม และมีแถบหน้านางที่สบง         พุทธลักษณะดังกล่าวแสดงอิทธิพลศิลปะเขมรโบราณแบบบายนผสมฝีมือช่างท้องถิ่น มักพบอยู่ที่เมืองลพบุรีและสุพรรณบุรี กำหนดอายุอยู่ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 19 จัดอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนที่จะเกิดบ้านเมืองกลุ่มรัฐไทยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา         ขนาด : สูง 166 เซนติเมตร         ชนิด : หินทราย         อายุ/สมัย : พุทธศตวรรษที่ 18 - 19 (ประมาณ 700 - 800 ปีมาแล้ว)         ประวัติ/ตำนาน : ได้จากวัดถ้ำเขาพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี     แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=51723   ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th



กำแพงเมืองฉะเชิงเทรา           กำแพงเมืองฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา  ตามประวัติสร้างขึ้นในพ.ศ. ๒๓๗๗ โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงรักษ์รณเรศ สร้างเพื่อป้องกันพระนครด้านตะวันออก ด้วยขณะนั้นสยามเกิดกรณีพิพาทกับญวนในเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์            ลักษณะของกำแพงเมืองฉะเชิงเทราเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูน ขนานไปกับแม่น้ำบางปะกง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๒๗๕ เมตร ยาว ๕๖๕ เมตร ด้านนอกกำแพงมีคูเมืองล้อมรอบ ในสมัยแรกสร้างกำแพง มีความสูงจากระดับพื้นดินจนถึงใบเสมา ๔.๙๐ เมตร ภายในกำแพงเมืองมีเชิงเทิน และยังหลงเหลือป้อมสังเกตการณ์ และป้อมปืนบริเวณมุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้           กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณ สถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๗๑ ตอนที่ ๓ วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๗ The City Wall of Chachoengsao           The City Wall of Chachoengsao was built in 1834 during the reign of King Rama III. Prince Kraisorn (Kromma Luang Raksa Ranares) was assigned to construct a defensive wall in order to protect the east part of Bangkok.           The city wall was built of bricks and coated in limestone mortar. It is rectangular in shape, measuring 275 meters wide by 565 meters long. A moat surrounds the city wall, which runs parallel to the Bang Pakong River. The height of the wall measured from the original ground level to the top of the merlon is of 4.90 meters high. The wall consists of a battlement, watch turrets, and cannon forts.           The Fine Arts Department announced the registration of the City Wall of Chachoengsao as an ancient monument in the Royal Gazette, Volume 71, Part 3, dated 5th January 1954.    


ชื่อเรื่อง : เมืองไทยในสังคมโลก ประมวลจากรายการ “เพื่อนนอน” ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช  หัวเรื่อง : ไทย -- การสัมพันธ์กับประเทศอื่น คำค้น : ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ           รายการเพื่อนนอน    รายละเอียด : - ผู้แต่ง : คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว.  แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : ประพันธ์สาส์น ปีที่พิมพ์ : 2506 วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือรวบรวมประมวลจากรายการ “เพื่อนนอน” เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการต่างประเทศของเมืองไทยและที่ประเทศไทยได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการระหว่างประเทศในสังคมโลก ซึ่ง ม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมช ได้กล่าวไว้ทางวิทยุกระจายเสียงกรมการรักษาดินแดนเป็นรายการประจำคืน ระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2505 ถึงสิ้นปี พ.ศ. 2508  เลขทะเบียน : น. 32 บ. 4451 จบ. เลขหมู่ : 327.593              ค121ม


ชื่อผู้เรียบเรียง         มนวิภา  ไชยพันธุ์. ชื่อเรื่อง                ประเพณีทำศพของไทยสมัยปัจจุบัน. ครั้งที่พิมพ์            พิมพ์ครั้งที่ ๒ สถานที่พิมพ์          กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์            รุ่งศิลป์การพิมพ์ ปีที่พิมพ์               ๒๕๒๓ จำนวนหน้า           ๙๐ หน้า : ภาพประกอบ. ISBN                    - เลขเรียกหนังสือ       ๓๙๐.๒    ม ๑๕๘ ปท เลขทะเบียนหนังสือ  ๐๑๒๑๓๖หมายเหตุ              พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนายเทียม  ธนะชานนท์ ณ เมรุวัดธาตุทอง พระโขนง กรุงเทพฯ วันอังคารที่๙ กันยายน ๒๕๒๓.                          การทำศพของไทยในสมัยปัจจุบันแตกต่างไปจากประเพณีที่ถือได้ปฎิบัติกันมาละที่ได้บันทึกไว้ในอดีตมาก การเรียบเรียงแบ่งออกเป้น ๓ ตอน ตอนแรกกล่าวถึงประเพณีการทำศพของคนไทยในสมัยโบราณโดยสังเขป ตอนที่สองกล่าวถึงพิธีการทำศพของคนไทยในสมัยปัจจุบันโดยทั่วไป ตอนสุดท้ายเป็นภาคผนวก ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในงานศพ


ชื่อผู้แต่ง                 มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว , พระบาทสมเด็จพระ ชื่อเรื่อง                  รวมเรื่องพระร่วง ครั้งที่พิมพ์              พิมพ์ครั้งที่ ๑ สถานที่พิมพ์            กรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์              โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย ปีที่พิมพ์                 ๒๕๒๑ จำนวนหน้า             ก-ค , ๒๘๘ หน้า : ภาพประกอบ ISBN                     - เลขเรียกหนังสือ       895.9112   ม113ร เลขทะเบียนหนังสือ   059987 หมายเหตุ               มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศลซึ่งสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ทรงบำเพ็ญในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๑                            เที่ยวเมืองพระร่วง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมือปี ๒๔๕๐ ในขณะที่ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และเสด็จประพาสหัวเมืองทางภาคเหนือ ในการพิมพ์ครั้งนี้ได้เลือกพิมพ์เฉพาะตอนที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ พร้อมกับได้นำพระนิพนธ์คำอธิบายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ ที่ทรงไว้เมื่อคราวพิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๗๑ มาพิมพ์ไว้ในตอนต้นเรื่องด้วย  พระราชนิพนธ์เรื่องเกี่ยวกับพระร่วง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นโดยนำเค้าเรื่องจากพงศาวดารเหนือ แล้วทรงเปลี่ยนให้เข้ากับหลักประวัติศาสตร์และความจริง ตัดทอนสิ่งที่เป็นอภินิหารออกเสีย ได้ใช้เล่นละครหลายครั้ง นับเป็นนาฏกรรมอิงประวัติศาสตร์ที่สมเหตุสมผล


black ribbon.