ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,551 รายการ
วันที่ 25 มกราคม 2568 หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี -จัดกิจกรรม "ศิลปะสร้างสรรค์ : การขยำกระดาษตามจินตนาการ"-ในโครงการ KIDs เรียนรู้ @หอสมุดแห่งชาติฯ กาญจนบุรี -ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง จำนวน 25 คน -เดือนหน้ามีกิจกรรมอะไร ติดตามเพจกันด้วยนะคะ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ร่วมมือกับคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรม Museum Sharing Day : พิพิธภัณฑ์ปันสุข ตอน โมเดล สร้างเมือง และแม็กเน็ต ย้อนเวลา...ทวารวดี ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
พบกับกิจกรรม “โมเดล สร้างเมือง” โมเดลกระดาษอาคารและสถาปัตยกรรมเก่าเมืองราชบุรี และกิจกรรม “แม็กเน็ต ย้อนเวลา...ทวารวดี” ย้อนเวลาไปที่เมืองโบราณคูบัว เมื่อ 1200 ปีที่แล้ว กับการทำแม็กเน็ตที่ระลึก มีกติกาการเข้าร่วมกิจกรรม โดยให้นำของขวัญ (ราคาไม่ต่ำกว่า 30 บาท) หรือของเล่น (ของใหม่ หรือของเก่าที่สะอาด สภาพดี) มาแลกรับบัตรเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ ของขวัญ/ของเล่น จะนำส่งต่อให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนในโครงการพิพิธภัณฑ์สัญจรของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ต่อไป
เปิดรับผู้เข้าร่วมกจกรรม จำนวน 2 รอบ รอบละ 10 ท่าน รอบเช้า สำหรับครอบครัว ตั้งแต่เวลา 09.30 - 11.30 น. และรอบบ่าย สำหรับบุคคลทั่วไป ตั้งแต่เวลา 13.00 - 15.00 น. กรุณาสำรองที่นั่งที่ Inbox Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี หรือ E-mail: ratri.national.muse@gmail.com สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3232 1513
วันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ นายธงชัย มหา ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ประชุมหารือโครงการปรับปรุงอาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี
แนะนำ E-book หนังสือหายาก เรื่อง งานรูปพรรณเครื่องประดับ
“สุดาวรรณ” ยินดี ครม. ไฟเขียวเอกสารเสนอ “วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
เร่งดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแหล่งที่ 6 ของไทยและมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้
ประกาศเดินหน้านโยบายผลักดันทุกภูมิภาค มีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
นำมรดกทางวัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ – ชูประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยว
วันที่ 28 มกราคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเอกสารนำเสนอขอประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ฉบับสมบูรณ์ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อนำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก กระทรวงวัฒนธรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดความสามารถ ซึ่งในส่วนของโบราณสถานนั้นจะมีการเสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม จะมีการยกระดับการบริการของพิพิธภัณฑ์โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ และมีการส่งเสริม สร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ โดยให้มีแหล่งมรดกโลกครบทุกภูมิภาคและเร่งการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับโลก
“หลังจากที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้นำเสนอเอกสารขอประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ฉบับสมบูรณ์ ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก หากวัดพระมหาธาตุฯ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก จะเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแหล่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ จะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นและประเทศไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก ทราบว่ากระบวนการพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) ดังนี้ 1.ภายในวันที่ 31 มกราคม 2568 ดำเนินการจัดส่งเอกสารขอประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ฉบับสมบูรณ์ถึงศูนย์มรดกโลก 2. เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2568 ศูนย์มรดกโลกนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการประเมินซึ่งอาจมีการประสานจากศูนย์มรดกโลก เพื่อแจ้งการได้รับเอกสาร ความคืบหน้า หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม 3. เดือนสิงหาคม 2568 เป็นต้นไปจะเข้าสู่กระบวนการตรวจประเมินประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ การประเมินศักยภาพของแหล่งในพื้นที่, การประเมินคุณค่าของแหล่งตามเอกสารที่นำเสนอและการตอบข้อซักคำถาม 4. เดือนพฤษภาคม 2569 ศูนย์มรดกโลกจะรวบรวมความเห็นขององค์กรที่ปรึกษาฯ และจัดทำร่างมติผลการพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกแจ้งต่อรัฐภาคี และพิจารณาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ และเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาตัดสินการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก” รมว.วธ. กล่าว
ทั้งนี้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว (Tentative List) ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 โดย วธ.ในฐานะคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรมได้มอบหมายกรมศิลปากรให้คำปรึกษาแนะนำการปรับปรุงเอกสารนำเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ของแหล่งวัดพระมหาธาตุฯ อย่างใกล้ชิด ในการปรับเปลี่ยนและเลือกเฟ้นคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value หรือ OUV) ที่แสดงถึงคุณค่าความสำคัญในระดับโลกของวัดพระมหาธาตุฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้มีการส่งร่างเอกสารไปขอรับการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบและความครบถ้วนของเอกสารจากศูนย์มรดกโลก เมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา โดยแหล่งวัดพระมหาธาตุฯ มีคุณสมบัติสอดคล้องกับเกณฑ์ของมรดกโลกที่เลือกนำเสนอ จำนวน 2 ข้อ ดังนี้ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางศาสนา ความต่อเนื่องทางจิตวิญญาณ และองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนถึงอิทธิพลทางศาสนาและรูปแบบศิลปะ จากศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่ได้รับการถ่ายทอดทั่วทั้งตอนใต้ของเอเชียภาคพื้นสมุทรมาเป็นเวลาประมาณ 1,500 ปี วัดพระมหาธาตุมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลายและทรงคุณค่าซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแหล่งที่สำคัญในภูมิภาคนี้ เช่น ศิลปะปาละจากนาลันทา ศิลปะชวาภาคกลาง ศิลปะศรีลังกา และศิลปะมอญจากเมียนมาทางตอนใต้ จึงเป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางศาสนาและสถาปัตยกรรมในมวลมนุษย์อย่างชัดเจน โดยรูปแบบสถาปัตยกรรม การปฏิบัติทางพุทธศาสนา และประเพณีที่ยังคงดำรงอยู่ของอารามแห่งนี้ ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ อีกด้วย
รวมทั้ง เกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของเมืองที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางของประเพณีที่ยังดำรงอยู่ด้วยระบบความเชื่อที่หลากหลาย ซึ่งได้ผสมผสานระหว่างความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิม ความเชื่อในศาสนาฮินดู และพุทธศาสนาในกาลต่อมา ดังเห็นได้จากการบูชา การทำบุญ และประเพณีประจำปี ลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีที่ยังสืบทอดอยู่ในอารามแห่งนี้ เช่น พิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ การแสดงโนรา การบูชาบรรพบุรุษ พิธีพราหมณ์ งานศิลปะเฉพาะถิ่น และประเพณีท้องถิ่น ต่างสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กับชุมชนรายรอบอย่างชัดเจน อีกทั้งเป็นแนวทางให้กับอารามและชุมชนอื่น ๆ บนคาบสมุทรภาคใต้ของไทยและภูมิภาคอื่น ๆ ได้ปฏิบัติตามอีกด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่ได้รับการบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว (Tentative List) จำนวน 5 แหล่ง ได้แก่ 1.วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) จังหวัดนครศรีธรรมราช 2.กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด 3.อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา 4.พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง และ5.สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา นอกจากนี้ ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกวัฒนธรรมที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก (World Heritage Sites) จำนวน 5 ได้แก่ 1.นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 2.เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร 3.แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง 4.เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง และ5.ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ขอเชิญเที่ยวชมงานบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ ประจำปี 2568 ในวันที่ 30 - 31 มกราคม 2568 ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี เพื่อสักการะเจ้าพ่อศรีเทพซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในท้องที่ ร่วมชมขบวนแห่ข้าวต้มยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดโลก พิธีรำบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพ การแสดงจากคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ ฯลฯ เชิญชวนทุกท่านไปร่วมพิธีอันเป็นมงคล ขอโชค ขอพรได้ตลอดปี 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2568 เวลา 17.30 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ 68 “เหมันต์สุขสันต์ หฤหรรษ์สังคีต” ณ สังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีผู้บริหารกรมศิลปากร และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมชมการแสดงจำนวนมาก
รายการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา เป็นรายการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อนำเสนอการบรรเลง ขับร้อง และการแสดงที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่มีคุณค่าอันควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ สำหรับปีนี้ กำหนดจัดการแสดงทุกวันอาทิตย์ รวม 7 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2568 เวลา 17.30 – 19.30 น. โดยในวันเปิดโครงการฯ ได้จัดการแสดงชุดพิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ประกอบด้วย การแสดงชุดมะเส็งหรรษา เริงร่าเภรี ปีใหม่ไทยจีน การแสดงละคร เรื่องเอียฮู ผู้กตัญญู และละคร เรื่องสามก๊ก ตอน จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า ส่วนการแสดงในครั้งต่อๆ ไปยังได้เตรียมรายการแสดงที่หลากหลาย ทั้งการแสดงโขน ละคร ระบำ รำ ฟ้อน การบรรเลงดนตรีไทย และดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไป ดังนี้
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 การบรรเลงดนตรีไทย “ชุดร้อยเรียงเสียงดนตรี”
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 การแสดงวิพิธทัศนา ประกอบด้วย การบรรเลงดนตรีไทย ระบำสวัสดิรักษา ระบำอัศวลีลา การแสดงชุดจับม้ามังกร (แนวตลก) และการแสดงละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนหึงนางลาวทอง – ลักพานางวันทอง ซึ่งเป็นการแสดงที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ เพื่อเฉลิมพระเกียรติกรมพระราชวังบวรสถานมงคลที่ทรงมีคุณูปการต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 การบรรเลง – ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลิเกออร์เคสตรา”
วันที่ 2 มีนาคม 2568 การบรรเลงดนตรีไทย และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด ร่มโพธิสมภารมารซื่อ
วันที่ 9 มีนาคม 2568 การบรรเลงดนตรีไทย การแสดงระบำนาฏดุริยะแห่งภูพระบาท รำฉุยฉายนางวิฬาร์แสนรู้ การแสดงสร้างสรรค์ ชุดสกุณกินรีศรีสำอาง และละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก
วันที่ 16 มีนาคม 2568 การบรรเลงดนตรีสากล ฟ้อนลาวคำหอม ออกฟ้อนแพน ละคร เรื่อง
พระลอ ตอนตามไก่ และละคร เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนกุมภณฑ์ถวายม้า
ขอเชิญผู้สนใจชมการแสดงรายการ “เหมันต์สุขสันต์ หฤหรรษ์สังคีต” ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ 20 บาท (จำหน่ายบัตรหน้างานก่อนการแสดง 1 ชั่วโมง) นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายอย่างกว้างขวางสืบไป