ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 4,053 รายการ
กรมศิลปากรขอเชิญร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ ระหว่างวันที่ ๒ - ๘ เมษายน ๒๕๖๙ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมฟรีการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงที่น่าสนใจมากมาย ดังต่อไปนี้
- วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล, การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงเทิด สธ., รําถวายพระพร ชุด “สองเมษามหามิ่งมงคลชนชาวไทย”, การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกําเนิดไผ่สีสุก - ศึกวิรุญจําบัง
- วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงเครื่องสายผสมแคนโหมโรงเพลงศรีสมเด็จ, ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา
- วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงมหาราช, ละคร เรื่องไกรทอง ตอนไกรทองปราบชาลวัน
- วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงมโหรีโหมโรงเพลงเยี่ยมวิมาน, โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดศึกสัตลุง ตรีเมฆ
- วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้นวมโหมโรงเพลงรัตนโกสินทร์, รําบรมวงศ์องค์จักรีอาศิรวาท, ละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอนมณฑาลงกระท่อม
- วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงวงปี่พาทย์ไม้แข็งโหมโรงเพลงขวัญเมือง, ละครพันทาง เรื่องพญาผานอง ตอนเสียเมือง – รักสามเส้า
- วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องวงปี่พาทย์ไม้นวมเพลงเทพสมภพ เถา, โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดบารมีพระจักรีปราบกลียุค
ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งล้วนมีส่วนเป็นเจ้าของมรดกวัฒนธรรมของชาติเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ และมีส่วนร่วมในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเป็นมรดกล้ำค่าให้ยั่งยืนสืบไป
นิตยสารรายสองเดือน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
วัตถุประสงค์ : เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในสาระสำคัญต่าง ๆ และ
เพื่ออนุรักษ์สืบทอดมรดกวัฒนธรรมของชาติ
Objectives : To disseminate academic data and information on the arts of Thailand
To conserve and nurture the existing national heritage of Thailand
เจ้าของ (Proprietor) : กรมศิลปากร The Fine Arts Department www.finearts.go.th
กรมศิลปากรเตรียมเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ๑๙ กันยายน ๒๕๖๔ พบโฉมใหม่ของการจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยทวารวดี กว่า ๒๖๐ รายการ รับชมผ่านระบบออนไลน์ ได้ทาง facebook fanpage กรมศิลปากร และ youtube กรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันพิพิธภัณฑ์ไทย ๑๙ กันยายน ๒๕๖๔ กรมศิลปากรกำหนดเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ในรูปแบบใหม่ผ่านทางสื่อออนไลน์ ตามแบบชีวิตวิถีใหม่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ๑๙ ภายหลังจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๓ ปี ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๒ จนกระทั่งถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ เพื่อปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในใหม่ โดยจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยทวารวดี จำนวนกว่า ๒๖๐ รายการ อาทิ ธรรมจักร พระพุทธรูปทวารวดี จารึกวัดพระงาม เนื่องจากเมืองนครปฐมโบราณเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองในสมัยทวารวดี และเป็นเมืองสำคัญที่ตั้งอยู่ทางพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง – ท่าจีน จากทำเลที่ตั้งของเมืองนครปฐมโบราณที่มีความเหมาะสมต่อการตั้งเป็นบ้านเมือง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เมืองนครปฐม มีความเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นเมืองขนาดใหญ่นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา โดยมีการพบหลักฐานโบราณวัตถุในสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รวบรวมจัดแสดงไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ การรวบรวมโบราณวัตถุที่พบที่เมืองนครปฐมครั้งใหญ่เกิดขึ้นในพุทธศักราช ๒๔๓๘ จากความ สนพระทัยในด้านประวัติศาสตร์ - โบราณคดีของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น โดยโบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในระยะแรกถูกนำมาเก็บรักษาไว้บริเวณระเบียงคด รอบองค์พระปฐมเจดีย์ พุทธศักราช ๒๔๕๔ ได้เคลื่อนย้ายโบราณวัตถุดังกล่าวเข้าไปไว้ในวิหารด้านตรงข้ามพระอุโบสถ เรียกว่า “พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน” ต่อมากรมศิลปากรใช้พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ขององค์พระปฐมเจดีย์สร้างอาคารถาวรและเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุที่ได้จากการรวบรวมในครั้งนั้นมาจัดแสดงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๑๔ เป็นต้นมา โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์” ตลอดระยะเวลาในการให้บริการประชาชนมากว่า ๕๐ ปี ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ได้มีการปรับปรุงการจัดแสดงหลายครั้ง ครั้งล่าสุดในพุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ประกอบกับการรองรับโบราณวัตถุที่ค้นพบจากการดำเนินงานทางด้านโบราณคดีในเมืองนครปฐมที่พบหลักฐานทางโบราณคดีใหม่ ๆ มากมาย จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ขึ้น กรมศิลปากรหวังว่าการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ในครั้งนี้ จะทำให้ผู้ชมได้ เรียนรู้และมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศิลปกรรมของไทย อีกทั้งเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความสนใจ ในการศึกษา “ทวารวดี” ในเมืองนครปฐมโบราณ อันเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางในทางวิชาการต่อไป
หม่อมเจ้าการวิก ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2460 เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเสรฐวงศ์วราวัตร กรมหมื่นอนุพงศ์จักรพรรดิ กับหม่อมโป๊ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชกุมารและโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย พ.ศ. 2473 ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่โรงเรียน Lycée Perier ประเทศฝรั่งเศส
หม่อมเจ้าการวิกมีความสนพระทัยในด้านศิลปะตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ โปรดการการเขียนภาพลายเส้นการ์ตูนล้อเลียน จึงทำให้พระองค์เริ่มเรียนรู้เทคนิคการเขียนภาพสีน้ำที่ประเทศฝรั่งเศส หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หม่อมเจ้าการวิกได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ไปประทับที่ประเทศอังกฤษเพื่อถวายการรับใช้ ระหว่างที่ตามเสด็จไปยังสถานที่ต่างๆ ก็ทรงเขียนภาพทิวทัศน์ของสถานที่นั้นๆ ไว้ด้วย เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น หม่อมเจ้าการวิกได้เข้าประจำการในกองทัพอังกฤษและเข้าร่วมขบวนการเสรีไทยเพื่อต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น ทรงใช้เวลาว่างจากการฝึกซ้อมในค่ายทหารที่ประเทศต่างๆ ด้วยการเขียนภาพสีน้ำ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หม่อมเจ้าการวิกเสด็จกลับมาประทับที่ประเทศไทย และได้พบกับนายโมเนต์ ซาโตมิ (Monet Satomi) อุปทูตด้านวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย ณ ขณะนั้น ซาโตมิได้แนะนำให้พระองค์ลองส่งภาพเขียนสีน้ำที่มีชื่อว่า “สิงห์” (ภูเขาลูกหนึ่งในประเทศอินเดีย) เข้าร่วมประกวดการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2493) โดยได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม หลังจากนั้นหม่อมเจ้าการวิกทรงส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดต่อเนื่องหลายครั้ง (ครั้งที่ 2 6 8 9 10 และ 11) และได้รับรางวัลทุกครั้งที่ส่งเข้าร่วมการประกวด
จากนั้นพระองค์ได้รับการทูลเชิญให้ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติถึง 22 ครั้ง ในฐานะผู้มีความรู้เชี่ยวชาญทางด้านทัศนศิลป์ พระองค์จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อวงการศิลปะของไทยนับแต่นั้น ทรงดำรงตำแหน่งนายกศิลปสมาคมระหว่างชาติแห่งประเทศไทย ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีนานาชาติ โดยการสนับสนุนศิลปินไทยให้ได้เข้าร่วมประชุม แสดงผลงานศิลปะ และศึกษาต่อในต่างประเทศ
หม่อมเจ้าการวิกเป็นจิตรกรผู้มีฝีมือสูงในการเขียนภาพสีน้ำ ผลงานในยุคแรกมีลักษณะเหมือนจริง ต่อมาจึงคลี่คลายเป็นแบบกึ่งนามธรรม พระองค์โปรดการเขียนภาพทิวทัศน์และบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ เมื่อเสด็จกลับมาประทับที่ประเทศไทยแล้วจึงเริ่มเขียนภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตและงานประเพณีต่างๆ ของไทย เช่น ภาพ “นครปฐม” (พระร่วงโรจนฤทธิ์/ไปไหว้พระนครปฐม) ใช้เทคนิคสีน้ำบนกระดาษ ฝีแปรงเรียบง่าย แต่แสดงถึงความเชี่ยวชาญและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 9 (พ.ศ. 2501)
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้กล่าวถึงผลงานของหม่อมเจ้าการวิกไว้ในสูจิบัตรประกอบการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 11 (พ.ศ. 2503) ว่า “…ภาพทิวทัศน์ต่างๆ นั้น ท่านใช้พู่กันป้ายสีสองสามครั้งก็เสร็จ…” และ “…หม่อมเจ้าการวิกท่านเขียนรูปคนขนาดเล็ก โดยใช้วิธีใช้สีแต้มเป็นจุดๆ อย่างฉลาด…” แม้ว่าจะทรงเป็นจิตรกรสมัครเล่น แต่พระองค์ก็ทรงชำนาญในการเขียนสีน้ำอย่างยอดเยี่ยม หม่อมเจ้าการวิก สิ้นชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2545 สิริพระชันษา 85 ปี
พ.ศ. 2558 กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศยกย่องเชิดชูพระเกียรติให้หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ทรงเป็น “บูรพศิลปิน” สาขาทัศนศิลป์
องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เรื่อง เครื่องถ้วยชิ้นเด่นในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร : จานลายครามรูปกระต่ายคาบเห็ดหลินจือที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชรhttps://web.facebook.com/kamphaengphetnationalmuseum/posts/4805744249551962
วัดสระไตรนุรักษ์ หรือ วัดบ้านนาเวียง อยู่หมู่ที่ ๑ บ้านนาเวียง ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร ประวัติวัดสระไตรนุรักษ์ หรือวัดบ้านนาเวียง สร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔ โดยพระครูหลักคำ (ชา) ภิกษุชาวลาว ภายหลังได้บูรณะใน พ.ศ.๒๔๕๐ ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ หอไตรหอไตร ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอีสาน-ล้านช้าง ที่ได้รับอิทธิพลไทยใหญ่ ดังจะเห็นได้จากชุดหลังคาจั่วซ้อนชั้น และทำชายคาปีกนกซ้อนชั้นยื่นออกทั้งสี่ด้าน มุงกระเบื้องแป้นเกล็ด คล้ายกับชุดหลังคาหอไตรวัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เสาและตัวอาคารสร้างด้วยไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ขนาดกว้าประมาณ ๘.๓๐ เมตร ยาวประมาณ ๑๐.๕๐ เมตร บานประตูแกะสลักลายเครือเถาขดเป็นวงกลมซ้อนต่อเนื่องกันตลอดทั้งสองบาน ตรงกลางอาคารเป็นห้องทึบ ขนาดกว้างประมาณ ๓.๕๐ เมตร ยาวประมาณ ๕.๐๐ เมตร สำหรับเก็บคัมภีร์ มีทางเดินโดยรอบ หอไตรหลังนี้ได้รับการบูรณะครั้งหลังสุดเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๕
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานวัดสระไตรนุรักษ์ (วัดนาเวียง) ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๗ ตอนพิเศษ ๑๑๓ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๓ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๓ ไร่ ๑ งาน ๕ ตารางวา
----------------------------------------------
อ้างอิงจาก
กองพุทธศาสนสถาน, กรมการศาสนา. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๑๔. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา,
๒๕๓๘. หน้า ๖๗๔
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดยโสธร. หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒, ๒๕๔๒.
----------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02riUfktVs2zKNb2zePx4oD57wVivqfLnL9ExaG7LXMNq4MNWvCEvpy3iw844vJxZQl&id=835594323191791
วัดห้วยเสือ ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยเสือ หมู่ที่ 5 ตำบลสมอพรือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจากการเข้าไปสำรวจพบว่าวัดแห่งนี้มีการรวบรวมภาพจิตรกรรม โดยเป็นเรื่องราวของ “พระเวสสันดรชาดก” ชาติที่ 10 ของเรื่องราว “ทศชาติชาดก” หรือก็คือ 10 ชาติ ของการเล่าเรื่องราวการที่พระพุทธเจ้าทรงเวียนว่ายตายเกิด จนเป็นพระพุทธเจ้าในชาติสุดท้าย ซึ่งในปัจจุบันภาพดังกล่าวได้ถูกจัดเก็บไว้เป็นอย่างดี ณ วัดห้วยเสือ เพื่อเป็นการดำรงและรักษาภาพจิตรกรรมการแสดงคำสอนอันดีงามและเรื่องราวความเป็นมาทางพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับ ทศชาติ เรื่อง “พระเวสสันดรชาดก” ว่าด้วยเรื่อง 13 กัณฑ์ ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่รู้จักมากที่สุดและมีความสำคัญมากที่สุดในบรรดาทศชาติชาดกทั้ง 10 ตอน และเป็นสาเหตุที่เวสสันดรชาดกถูกยกให้เป็นมหาชาตินั้น ก็เนื่องจากชาดกเรื่องนี้ถือเป็นพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะได้เป็นพระพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นพระชาติที่ทรงบำเพ็ญบารมีครบทั้ง 10 ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทานบารมี” ที่ทรงบริจาคทุกสิ่งทุกอย่างทุกอย่าง แม้แต่ภรรยาและบุตรของตนเองก็บริจาค ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
นอกจากนั้น สาเหตุที่ “พระเวสสันดรชาดก” นั้นเป็นที่ยกย่องและน่าเลื่อมใส เพราะเรื่องเวสสันดรชาดกนั้นมีคุณค่าที่สามารถนำไปประยุกต์เข้ากับชีวิตประจำวันได้ทุกระดับ โดย 13 กัณฑ์ ของเรื่องราว “พระเวสสันดรชาดก” สามารถศึกษาเเละทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้ ดังนี้
เอกสารเเละหลักฐานสำหรับการสืบค้น
1. วัดห้วยเสือ, ภาพจิตรกรรม ทศชาติ เรื่อง “พระเวสสันดรชาดก” ว่าด้วยเรื่อง 13 กัณฑ์.
2. เจริญ ไชยชนะ. (2502), มหาเวสสันดรชาดก ฉบับ 5 กัณฑ์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ ไชยวัฒน์.
3. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2561), เทศน์มหาชาติมหากุศล. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
4. ทิวาวรรณ อายุวัฒน์. (2561). ““ทศชาติชาดก 101”, ใน สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี (ผู้รวบรวม), บทความทางวิชาการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี. (หน้า 1). นครปฐม :มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
กรมศิลปากร ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมทัวร์ศิลปากรสัญจร ครั้งที่ ๔ กับกิจกรรม "ท่องเที่ยวแหล่งวัฒนธรรมภาคตะวันตก : ต้นธารแห่งอารยธรรมไทย" ในราคา ๕,๐๐๐ บาท (รวมค่ารถ ค่าอาหารและอาหารว่าง ค่าที่พัก ค่าเข้าชมละคร เรื่อง "เลือดสุพรรณ" และค่าบริการอื่น ๆ)
กิจกรรมครั้งนี้ จัดให้ทุกท่านไปท่องเที่ยว ๒ วัน ๑ คืน ระหว่างวันที่ ๖ - ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ นำชมโดยนักวิชาการจากกรมศิลปากรตลอดทั้งรายการ เริ่มต้นวันแรกด้วยการเดินทางไปจังหวัดสุพรรณบุรี ศึกษาเรียนรู้เรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ ณ แหล่งโบราณคดีหนองราชวัตร จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมและซื้อสินค้าชุมชน ณ ตลาดสามชุก ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง และชมทิวทัศน์เมืองโบราณอู่ทองบน skywalk และสักการะพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ พร้อมชมการแสดงละคร เรื่อง “เลือดสุพรรณ” จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก รุ่งเช้าวันที่ ๒ ออกเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า และเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จากนั้นเดินทางไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ พระร่วงโรจนฤทธิ์ฯ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
เปิดรับผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน ๘๐ ท่าน สนใจร่วมกิจกรรม สามารถสำรองที่นั่ง และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุภาภรณ์ ปัญญารัมย์ โทร. ๐ ๒๑๖๔ ๒๕๐๑ - ๒ ต่อ ๖๐๐๘ และ ๖๐๑๐ หรือโทร. ๐ ๙๒๖๓๔ ๘๕๘๓
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เมนูสำรับ กับข้าวเจ้านายในราชสำนักสยาม” วิทยากร นางสาวบุบผา ชูชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มบริการทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ, นางสาววนัสสุดา ดิษยบุตร บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ สำนักหอสมุดแห่งชาติ และนางสาวอุดมพร เข็มเฉลิม บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (facebook live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ - กันยายน ๒๕๖๗
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในโอกาสครบ 150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง “จากหอคองคอเดีย สู่วังหน้า ภาพเก่าเล่าพิพิธภัณฑ์” บอกเล่าเรื่องราวการก่อกำเนิดพิพิธภัณฑ์ไทย 19 กันยายน 2417 ตั้งแต่หอคองคอเดีย กระทั่งพัฒนาสู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปัจจุบัน นำเสนอผ่านข้อมูล เอกสาร และภาพถ่ายเก่าเล่าเรื่อง พร้อมนำโบราณวัตถุที่น่าสนใจมาจัดแสดงให้ชม ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2567 เป็นต้นไป ทุกวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 08.30 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1402ภาพ: หอคอคอเดีย โรงทหารมหาดเล็กที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนศาสดารามภาพ: พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นฤษี หรือโยคี ศิลปะอยุธยาภาพ: พระพุทธรูปปางถวายเนตร จำหลักจากแก้วสีต่าง ๆภาพ: ขวดแก้วมีตะกร้อ ต้นไม้ สิ่งของต่างๆอยู่ภายใน และโคมไม้ไผ่ฉลุลายภาพ: กล้องยาแดงทำด้วยรากไม้ไผ่ป่าแต่งเป็นรูปทรงต่างๆภาพ: ช้างทรงรูปพระโพธิสัตว์ในขบวนแห่วันวิสาขบูชา ภาพ : พระพุทธรูปปางมารวิชัย เส้นที่เขียนเป็นอักษรญี่ปุ่นโบราณภาพ: ตะกร้าสาน ของชาวม้อย เมืองดาลาต เวียดนามภาพ: ต้นไม้กระดาษภาพ: พระวิษณุ และพระครูประกำ
หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมละครโทรทัศน์ ย้อนวันวานละครไทยในอดีต ในวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 นี้ รับชมละครโทรทัศน์ ปากกาทอง ตอน “คืนร้าง คืนรัก” บทประพันธ์ โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ (รับจำนวนจำกัด 100 ที่นั่ง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand
กรมศิลปากร กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๘
ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร
กรมศิลปากร กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๘ ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ในวันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น.
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินตามที่กรมศิลปากร ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ในวันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดยจะมีพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ น. และจัดการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี ในเวลา ๑๙.๐๐ น. เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างหนึ่งของไทย
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิด วรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๕๕ ตำบลพระธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ มีปูชนียสถานสำคัญคือ พระธาตุเชิงชุม คู่บ้านคู่เมืองสกลนครและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองสกลนคร
กรมศิลปากร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานและชมการแสดงโขนในพิธีสมโภชผ้าพระกฐินพระราชทาน และขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคปัจจัยได้ที่หน้างาน ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร กรมศิลปากรจะได้รวบรวมนำเข้าสมทบถวายบำรุงวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารต่อไป
กระทรวงวัฒนธรรมนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยม ๒๒๘ รายการ ไปจัดแสดงนิทรรศการ
“หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร” ฉลอง ๕๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน
ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จำนวน ๒๒๘ รายการ ไปจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร” เนื่องในโอกาส ๕๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ณ พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ ระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ถึง วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง มูลนิธิไทย กระทรวงการต่างประเทศ และพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ จัดนิทรรศการพิเศษ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลอง ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน ครบรอบ ๕๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูต นำเสนอสายสัมพันธ์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมจีนในศิลปกรรมไทย และประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์อันโดดเด่นของศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเชิญชวนให้ชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยด้วยความเข้าใจในคุณค่าวัฒนธรรม เนื้อหา ประกอบด้วย ๑) พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน ๒) ความเชื่อและศาสนา ๓) ศิลปะในราชสำนัก และ ๔) ศิลปกรรมไทยประเพณีในปัจจุบัน
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ยังได้กล่าวถึงความพิเศษของนิทรรศการครั้งนี้ว่า นับเป็นครั้งแรกที่กรมศิลปากรนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญของชาติไปจัดแสดง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนมากถึง ๒๒๘ รายการ และฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ จะได้นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมากกว่า ๕๐ รายการ มาร่วมจัดแสดงด้วย มีทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์จีน-สยาม และสินค้าที่ราชสำนักสยามนิยมสั่งผลิต สั่งซื้อมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณได้เปิดอาคารพระที่นั่งสำคัญของพระราชวังต้องห้าม คือ “พระที่นั่งเหวินหวา” ให้เป็นสถานที่จัดแสดงเป็นระยะเวลา ๓ เดือน โบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่กรมศิลปากรนำไปจัดแสดง ได้แก่ “หม้อสามขา” ภาชนะดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ จากแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี เป็นรูปแบบภาชนะที่พบในแหล่งโบราณคดีของจีนเช่นกัน “ชามเบญจรงค์ลายวรรณกรรมไซอิ๋ว” ที่สยามสั่งซื้อจากจีน จัดแสดงคู่กับ “ชามเบญจรงค์ลวดลายวรรณกรรมพระอภัยมณี” ซึ่งสยามสั่งซื้อชามจากจีนมาเขียนลวดลายที่นิยมเอง นอกจากนี้ ยังนำเครื่องทองจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะไปจัดแสดง ได้แก่ จุลมงกุฎ แผ่นทองรูปสัตว์มงคล แผ่นเงินดุนลายพระพุทธรูป เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา ในส่วนของศิลปะราชสำนัก เป็นครั้งแรกที่เรานำ “พระที่นั่งกง” สมัยรัชกาลที่ ๕ ไปจัดแสดงนอกประเทศ ฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังจึงได้นำฉากประดับพระที่นั่งของจักรพรรดิ์เฉียนหลงมาจัดแสดงร่วมกัน เสมือนการพบกันของราชสำนักสยามและราชสำนักจีนในนิทรรศการครั้งนี้ นอกจากนั้นยังได้นำผลงานสำนักช่างสิบหมู่ ได้แก่ เรือสุพรรณหงส์จำลอง ศีรษะโขน ผ้าม่านเรือพระราชพิธี ไปจัดแสดงให้ชาวจีนได้เห็นถึงการสืบทอดและสืบสานงานศิลปกรรมโบราณที่ยังดำเนินอยู่ถึงปัจจุบัน และเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์สินค้าหัตถกรรมไทยด้วยอีกทางหนึ่ง
“รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ความสำคัญกับนิทรรศการครั้งนี้มาก ดังที่ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กราบทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยกราบทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร”เป็นปฐมฤกษ์ ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ศกนี้ด้วย นับเป็นมหามงคลยิ่งสำหรับกรมศิลปากร” นายพนมบุตร กล่าว