พระแผง 28 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
“พระแผง 28 : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่”
พระแผง 28 คือ แผงพระที่มีการเจาะช่องเพื่อบรรจุพระพิมพ์จำนวน 28 องค์ เท่ากับจำนวนพระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นแล้ว นับแต่พระพุทธเจ้าตัณหังกรเป็นต้นมากระทั่งถึงพระพุทธเจ้าสมณโคดม หรือพระพุทธเจ้าศากยมุนี ซึ่งเป็นคติความเชื่อที่แพร่หลายอยู่ในล้านนา สุโขทัย อยุธยา กระทั่งถึงรัตนโกสินทร์
คติพระพุทธเจ้า 28 องค์ ปรากฏอยู่ในคัมภีร์โสตฺตตฺถกีมหานิทาน แปลว่า คำเทศนาอันยิ่งใหญ่ว่าด้วยที่มาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย แต่งโดยพระจูฬพุทธโฆสะเถระ ในศรีลังกา ราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 ดังปรากฏในส่วนต้นของคัมภีร์นี้ว่า “สิรีลงฺกาทีเป จูฬพุทฺธโฆเสน นาม เถเรน วิรจิตา โสตฺตตฺถกีมหานิทานํ นาม พุทฺธปรมฺปราย ปเวณีภูตา” แปลว่า มหานิทานชื่อโสตตัตถกี ซึ่งเป็นประเพณีแห่งการสืบต่อกันมาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ถูกแต่งแล้ว โดยพระเถระนามว่า จูฬพุทธโฆส ในศรีลังกา โดย ดร.วอลเดมาร์ ซี. ไซเลอร์ ได้ให้ความเห็นว่า โสตตัตถกีมหานิทาน เป็นคัมภีร์ในศาสนาพุทธนิกายหินยานที่ได้รับอิทธิพลจากนิกายมหายาน เนื่องจากไม่ปรากฏเนื้อหาในพระไตรปิฎกฝ่ายหินยาน ประกอบกับคติความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าหลาย ๆ พระองค์เช่นนี้ เป็นแนวคิดที่มีอยู่แล้วในศาสนาพุทธนิกายมหายาน นอกจากนี้คัมภีร์โสตตัตถกีมหานิทานที่พบในประเทศไทยมีต้นฉบับอยู่ในดินแดนล้านนา ต่อมาพบคัมภีร์โสทันตกี เป็นภาษาบาลีและภาษาไทยล้านนาที่วัดแสนฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จารขึ้นเมื่อ พ.ศ.2381 ซึ่งมีเนื้อหาเดียวกับคัมภีร์โสตตัตถกีมหานิทานของพระจูฬพุทธโฆส
พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ที่ปรากฏในคัมภีร์โสตตัตถกีมหานิทาน ประกอบด้วย พระตัณหังกร พระเมธังกร พระสรณังกร พระทีปังกร พระโกณฑัญญะ พระมังคละ พระสุมนะ พระเรวตะ พระโสภิตะ พระอโนมทัสสี พระปทุมะ พระนารทะ พระปทุมุตตระ พระสุเมธ พระสุชาตะ พระปิยทัสสี พระอัตถทัสสี พระธัมมทัสสี พระสิทธัตถะ พระติสสะ พระปุสสะ พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระโคตมะ ซึ่งแพร่หลายในดินแดนล้านนา ดังปรากฏหลักฐานในรูปแบบแผงพระพิมพ์ 28 ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ ตามที่ได้กล่าวในข้างต้น นอกจากนี้ยังปรากฏในรูปแบบจิตรกรรมลายคำในศิลปะล้านนา เช่น วัดขุนคงหลวง จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระธาตุลำปางหลวง และวัดปงยางคก จังหวัดลำปาง
พระแผง 28 อันสื่อถึงพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พบจำนวน 3 ชิ้น ได้แก่ หมายเลขทะเบียน 15/2516, 16/2516 และ 645/2516 ทั้งหมดนี้ได้รับมอบจากพุทธสถานเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2514
แผงพระพิมพ์ หมายเลขทะเบียน 15/2516 ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ล่องชาด ประดับกระจกสี ส่วนบนทำเป็นซุ้มหน้านาง ส่วนกลางทำช่องสำหรับบรรจุพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปิดทองจำนวน 28 องค์ ปัจจุบันหลงเหลือเพียง 15 องค์ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ภายในห้องนิทรรศการพระพิมพ์ล้านนา ด้านหลังแผงพระพิมพ์ปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาจำนวน 15 บรรทัด ความว่า “จุลศักราช 1189 ตัว (พ.ศ.2370) กุญชรสัน กัมโพชวิสัย วัสสานธุตุ มิคคสิรมาส ปุกฺณณมิสนฺ นิวาฬไถง ไทยภาษาว่าปีเมืองไค้ เดือนยี่เพ็ญ เม็งวัน 7 (วัน)ไทย เมืองใส้ มูลศรัทธาภายในหมาย มีสวาธุเจ้าอุปปะละเป็นผู้รจนา อุปถัมภกสร้างแปลงยังพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ (เบื้อง)ปลายนั้น หมายมีปฐมผู้ศรัทธา เทพยดาอารักษ์ คือเจ้าศรีสองเมืองเป็นเค้า ปู่อารักษ์เจ้าจอมจันทร์ เรียงนั้นมาที่นั่ง...ตาป้อมแลนางคำทิพย์ติดกับผู้ชื่อว่านายน้อยมหาวงศ์ แลถัดนั้นมา ปฐมมูลศรัทธา(มี) หมื่นสมภารติดด้วยภริยาชื่อว่า นางคำแพง (พร้อมด้วย) บุตราบุตรีลูกเต้าชุคน พี่น้องในตระกูลก็เป็นศรัทธา(นับ)เสี้ยง ...ก็ได้สามัคคี พร้อมกับกับก็จิ่งได้ริรังสร้างแปลงยังวรองค์สัพพัญญูพระพุทธเจ้า 28 พระองค์นี้ไว้ เป็นตราถาวร หื้อกว้างขวาง เรืองงาม แก่หมู่คนทั้งหลาย ตราบ 5,000 พระวัสสา นิพฺพา(น)ปจฺจโย โหตุ โน นิจฺจํ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทฺธสฺส” นอกจากนี้ยังมียันต์ตรีนิสิงเหแบบจัตุรัสกล แต่ละแถวผลลัพธ์เป็น 15 และโคลงกลบท 17 ช่อง ความว่า “เรียมถ้านถูกไกตา สีไส เรียมไสสียอดแก้ว น้องรัก เรียมรักน้องหนอเจ้า จิตเจต เรียมเจตจิตใจเถิง ถูกถ้านฯ”
แผงพระพิมพ์ หมายเลขทะเบียน 16/2516 ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ล่องชาด ส่วนบนทำเป็นซุ้มหน้านาง ส่วนกลางทำช่องสำหรับบรรจุพระพิมพ์พระพุทธรูปจำนวน 28 องค์ ปัจจุบันไม่ปรากฏหลักฐานพระพิมพ์ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ด้านหลังแผงพระพิมพ์ปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาจำนวน 10 บรรทัด ความว่า “จุลพัทธได้ 1174 ตัว (พ.ศ.2355) ปีเต่าสัน เดือนยี่เพ็ญ เม็ง(ว่า)วัน 4 ไทย(ว่าวัน)กาบยี หมายมี สมเด็จพระเป็นเจ้าตนเอกราชอันเป็นใหญ่ในขันธสีมาปฐวี ศรีหริภุญไชยเชียงใหม่ ที่นี้ เป็นเค้ากว่าอรรคชายาทั้งมวล ถัดนั้นหมายมี จันทราชเทวี เป็นเค้าและลูกเต้า จุ๊ตน...สุริยวงศ์ เป็นประธาน และนางทิบ และ 2 ตนพี่น้อง ตน 1 ชื่อเจ้า...(แ)ผ่นคำ ตน1 (ชื่อ)พินคำ และทาสา ทาสี ทั้งมวล อิมินา หตฺถม...มฺพํ อฏฺฐวีสติโชติกํ ปญฺจสหสฺสวรพุทฺธสาสนํ สพฺพญฺญุตญา อรหนฺตา อรหนฺตี นานาปชนา สมิชนฺตุ โว นิจฺจํ ธุวํ” พระแผงชิ้นนี้เป็นชิ้นที่มีความสำคัญชิ้นหนึ่ง โดยคำว่า “สมเด็จพระเป็นเจ้าตนเอกราชฯ” หมายถึง พระเจ้ากาวิละ “จันทราชเทวี” หมายถึง แม่เจ้าจันทา อัครมเหสีของเจ้าฟ้าชายแก้ว ผู้ครองนครลำปาง อันเป็นพระมารดาของพระเจ้ากาวิละ และ “สุริยวงศ์” อาจหมายถึง เจ้าสุริยวงศ์ (ต่อมาเป็นพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ หรือเจ้าชีวิตอ้าว) โอรสของพระเจ้ากาวิละ
แผงพระพิมพ์ หมายเลขทะเบียน 645/2516 ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ล่องชาด ประดับกระจกสี ส่วนบนทำเป็นซุ้มหน้านาง ส่วนกลางทำช่องสำหรับบรรจุพระพิมพ์พระพุทธรูปจำนวน 28 องค์ ปัจจุบันเหลือเพียง 23 องค์ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุด ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ภายในห้องนิทรรศการพระพิมพ์ล้านนา ด้านหลังแผงพระพิมพ์ปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาจำนวน 4 บรรทัด ความว่า “จุลศักราชได้ 1216 ตัว (พ.ศ.2397) ปีกาบยี (ปีขาล) เดือน 6 เพ็ง เม็ง(ตรง)วันพุธ หมายมีพ่อจัน ยาวิไชเป็นเค้า พร้อมภริยาลูกเต้า หลานแม่ชุคน (ได้สร้างพระ) พุทธรูปเจ้า 28 พระองค์ ไว้ค้ำชูศาสนา 5,000 พระวัสสา ขอเป็นพลปัจจัยแก่ผู้ข้าทั้งหลายภาคหน้า (ขอให้ได้พบ) พระเจ้าฟ้าตนชื่ออริยเมตตัยยะ ก็มีแท้ดีหลี แด่(เทอญ) ธุวํ ธุวํ”
แผงพระพิมพ์ทั้ง 3 ชิ้น ที่จัดแสดงและเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นแผงพระพิมพ์ 28 ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 หรือในช่วงที่เมืองเชียงใหม่กำลังสร้างบ้านแปงเมืองหลังการกอบกู้เอกราชจากพม่า ที่เรียกว่า “เก็บผักใส่ส้า เก็บข้าใส่เมือง” และเป็นแผงพระพิมพ์ที่สื่อถึงคติพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ นอกจากนี้การสร้างพระพิมพ์ยังเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ครบบริบูรณ์ 5,000 ปีตามพุทธพยากรณ์อีกด้วย แสดงให้เห็นถึงคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของดินแดนล้านนาเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวที่มีการรับรู้ถึงคติอดีตพุทธเจ้า อายุกาลแห่งพระพุทธศาสนา และพระศรีอาริยเมตไตรย
ค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
1. จูฬพุทธโฆส. โสตตัตถกีมหานิทาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสยาม, 2526. (พิมพ์ในงานออกเมรุสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จันทสิริมหาเถร) วัดสุทัศนเทพวราราม 17 ธันวาคม 2526).
2. ชลดา โกพัฒตา. “คติความเชื่ออดีตพุทธเจ้าในสังคมไทยพุทธศตวรรษที่ 20-24” ใน วารสารศิลปศาสตร์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2556), น.77-103.
3. ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี และคณะ. “พระแผงไม้เมืองเชียงใหม่: รูปแบบ จารึก และคติความเชื่อ” ใน ภูมิพลังสร้างสรรค์ และพุทธนวัตกรรมในสังคมร่วมสมัย (เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 4 เนื่องในวันครบรอบวันสถาปนา 40 ปี วิทยาเขตเชียงใหม่) เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่, 2567, น.482-508.
4. ฮันส์ เพนธ์, พรรณเพ็ญ เครือไทย และศรีเลา เกษพรหม. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 2 จารึกพระเจ้ากาวิละ พ.ศ.2334-2357. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2541.










“พระแผง 28 : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่”
พระแผง 28 คือ แผงพระที่มีการเจาะช่องเพื่อบรรจุพระพิมพ์จำนวน 28 องค์ เท่ากับจำนวนพระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นแล้ว นับแต่พระพุทธเจ้าตัณหังกรเป็นต้นมากระทั่งถึงพระพุทธเจ้าสมณโคดม หรือพระพุทธเจ้าศากยมุนี ซึ่งเป็นคติความเชื่อที่แพร่หลายอยู่ในล้านนา สุโขทัย อยุธยา กระทั่งถึงรัตนโกสินทร์
คติพระพุทธเจ้า 28 องค์ ปรากฏอยู่ในคัมภีร์โสตฺตตฺถกีมหานิทาน แปลว่า คำเทศนาอันยิ่งใหญ่ว่าด้วยที่มาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย แต่งโดยพระจูฬพุทธโฆสะเถระ ในศรีลังกา ราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 ดังปรากฏในส่วนต้นของคัมภีร์นี้ว่า “สิรีลงฺกาทีเป จูฬพุทฺธโฆเสน นาม เถเรน วิรจิตา โสตฺตตฺถกีมหานิทานํ นาม พุทฺธปรมฺปราย ปเวณีภูตา” แปลว่า มหานิทานชื่อโสตตัตถกี ซึ่งเป็นประเพณีแห่งการสืบต่อกันมาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ถูกแต่งแล้ว โดยพระเถระนามว่า จูฬพุทธโฆส ในศรีลังกา โดย ดร.วอลเดมาร์ ซี. ไซเลอร์ ได้ให้ความเห็นว่า โสตตัตถกีมหานิทาน เป็นคัมภีร์ในศาสนาพุทธนิกายหินยานที่ได้รับอิทธิพลจากนิกายมหายาน เนื่องจากไม่ปรากฏเนื้อหาในพระไตรปิฎกฝ่ายหินยาน ประกอบกับคติความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าหลาย ๆ พระองค์เช่นนี้ เป็นแนวคิดที่มีอยู่แล้วในศาสนาพุทธนิกายมหายาน นอกจากนี้คัมภีร์โสตตัตถกีมหานิทานที่พบในประเทศไทยมีต้นฉบับอยู่ในดินแดนล้านนา ต่อมาพบคัมภีร์โสทันตกี เป็นภาษาบาลีและภาษาไทยล้านนาที่วัดแสนฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จารขึ้นเมื่อ พ.ศ.2381 ซึ่งมีเนื้อหาเดียวกับคัมภีร์โสตตัตถกีมหานิทานของพระจูฬพุทธโฆส
พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ที่ปรากฏในคัมภีร์โสตตัตถกีมหานิทาน ประกอบด้วย พระตัณหังกร พระเมธังกร พระสรณังกร พระทีปังกร พระโกณฑัญญะ พระมังคละ พระสุมนะ พระเรวตะ พระโสภิตะ พระอโนมทัสสี พระปทุมะ พระนารทะ พระปทุมุตตระ พระสุเมธ พระสุชาตะ พระปิยทัสสี พระอัตถทัสสี พระธัมมทัสสี พระสิทธัตถะ พระติสสะ พระปุสสะ พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระโคตมะ ซึ่งแพร่หลายในดินแดนล้านนา ดังปรากฏหลักฐานในรูปแบบแผงพระพิมพ์ 28 ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ ตามที่ได้กล่าวในข้างต้น นอกจากนี้ยังปรากฏในรูปแบบจิตรกรรมลายคำในศิลปะล้านนา เช่น วัดขุนคงหลวง จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระธาตุลำปางหลวง และวัดปงยางคก จังหวัดลำปาง
พระแผง 28 อันสื่อถึงพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พบจำนวน 3 ชิ้น ได้แก่ หมายเลขทะเบียน 15/2516, 16/2516 และ 645/2516 ทั้งหมดนี้ได้รับมอบจากพุทธสถานเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2514
แผงพระพิมพ์ หมายเลขทะเบียน 15/2516 ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ล่องชาด ประดับกระจกสี ส่วนบนทำเป็นซุ้มหน้านาง ส่วนกลางทำช่องสำหรับบรรจุพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปิดทองจำนวน 28 องค์ ปัจจุบันหลงเหลือเพียง 15 องค์ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ภายในห้องนิทรรศการพระพิมพ์ล้านนา ด้านหลังแผงพระพิมพ์ปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาจำนวน 15 บรรทัด ความว่า “จุลศักราช 1189 ตัว (พ.ศ.2370) กุญชรสัน กัมโพชวิสัย วัสสานธุตุ มิคคสิรมาส ปุกฺณณมิสนฺ นิวาฬไถง ไทยภาษาว่าปีเมืองไค้ เดือนยี่เพ็ญ เม็งวัน 7 (วัน)ไทย เมืองใส้ มูลศรัทธาภายในหมาย มีสวาธุเจ้าอุปปะละเป็นผู้รจนา อุปถัมภกสร้างแปลงยังพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ (เบื้อง)ปลายนั้น หมายมีปฐมผู้ศรัทธา เทพยดาอารักษ์ คือเจ้าศรีสองเมืองเป็นเค้า ปู่อารักษ์เจ้าจอมจันทร์ เรียงนั้นมาที่นั่ง...ตาป้อมแลนางคำทิพย์ติดกับผู้ชื่อว่านายน้อยมหาวงศ์ แลถัดนั้นมา ปฐมมูลศรัทธา(มี) หมื่นสมภารติดด้วยภริยาชื่อว่า นางคำแพง (พร้อมด้วย) บุตราบุตรีลูกเต้าชุคน พี่น้องในตระกูลก็เป็นศรัทธา(นับ)เสี้ยง ...ก็ได้สามัคคี พร้อมกับกับก็จิ่งได้ริรังสร้างแปลงยังวรองค์สัพพัญญูพระพุทธเจ้า 28 พระองค์นี้ไว้ เป็นตราถาวร หื้อกว้างขวาง เรืองงาม แก่หมู่คนทั้งหลาย ตราบ 5,000 พระวัสสา นิพฺพา(น)ปจฺจโย โหตุ โน นิจฺจํ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทฺธสฺส” นอกจากนี้ยังมียันต์ตรีนิสิงเหแบบจัตุรัสกล แต่ละแถวผลลัพธ์เป็น 15 และโคลงกลบท 17 ช่อง ความว่า “เรียมถ้านถูกไกตา สีไส เรียมไสสียอดแก้ว น้องรัก เรียมรักน้องหนอเจ้า จิตเจต เรียมเจตจิตใจเถิง ถูกถ้านฯ”
แผงพระพิมพ์ หมายเลขทะเบียน 16/2516 ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ล่องชาด ส่วนบนทำเป็นซุ้มหน้านาง ส่วนกลางทำช่องสำหรับบรรจุพระพิมพ์พระพุทธรูปจำนวน 28 องค์ ปัจจุบันไม่ปรากฏหลักฐานพระพิมพ์ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ด้านหลังแผงพระพิมพ์ปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาจำนวน 10 บรรทัด ความว่า “จุลพัทธได้ 1174 ตัว (พ.ศ.2355) ปีเต่าสัน เดือนยี่เพ็ญ เม็ง(ว่า)วัน 4 ไทย(ว่าวัน)กาบยี หมายมี สมเด็จพระเป็นเจ้าตนเอกราชอันเป็นใหญ่ในขันธสีมาปฐวี ศรีหริภุญไชยเชียงใหม่ ที่นี้ เป็นเค้ากว่าอรรคชายาทั้งมวล ถัดนั้นหมายมี จันทราชเทวี เป็นเค้าและลูกเต้า จุ๊ตน...สุริยวงศ์ เป็นประธาน และนางทิบ และ 2 ตนพี่น้อง ตน 1 ชื่อเจ้า...(แ)ผ่นคำ ตน1 (ชื่อ)พินคำ และทาสา ทาสี ทั้งมวล อิมินา หตฺถม...มฺพํ อฏฺฐวีสติโชติกํ ปญฺจสหสฺสวรพุทฺธสาสนํ สพฺพญฺญุตญา อรหนฺตา อรหนฺตี นานาปชนา สมิชนฺตุ โว นิจฺจํ ธุวํ” พระแผงชิ้นนี้เป็นชิ้นที่มีความสำคัญชิ้นหนึ่ง โดยคำว่า “สมเด็จพระเป็นเจ้าตนเอกราชฯ” หมายถึง พระเจ้ากาวิละ “จันทราชเทวี” หมายถึง แม่เจ้าจันทา อัครมเหสีของเจ้าฟ้าชายแก้ว ผู้ครองนครลำปาง อันเป็นพระมารดาของพระเจ้ากาวิละ และ “สุริยวงศ์” อาจหมายถึง เจ้าสุริยวงศ์ (ต่อมาเป็นพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ หรือเจ้าชีวิตอ้าว) โอรสของพระเจ้ากาวิละ
แผงพระพิมพ์ หมายเลขทะเบียน 645/2516 ทำจากไม้ ลงรักปิดทอง ล่องชาด ประดับกระจกสี ส่วนบนทำเป็นซุ้มหน้านาง ส่วนกลางทำช่องสำหรับบรรจุพระพิมพ์พระพุทธรูปจำนวน 28 องค์ ปัจจุบันเหลือเพียง 23 องค์ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุด ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ภายในห้องนิทรรศการพระพิมพ์ล้านนา ด้านหลังแผงพระพิมพ์ปรากฏจารึกอักษรธรรมล้านนาจำนวน 4 บรรทัด ความว่า “จุลศักราชได้ 1216 ตัว (พ.ศ.2397) ปีกาบยี (ปีขาล) เดือน 6 เพ็ง เม็ง(ตรง)วันพุธ หมายมีพ่อจัน ยาวิไชเป็นเค้า พร้อมภริยาลูกเต้า หลานแม่ชุคน (ได้สร้างพระ) พุทธรูปเจ้า 28 พระองค์ ไว้ค้ำชูศาสนา 5,000 พระวัสสา ขอเป็นพลปัจจัยแก่ผู้ข้าทั้งหลายภาคหน้า (ขอให้ได้พบ) พระเจ้าฟ้าตนชื่ออริยเมตตัยยะ ก็มีแท้ดีหลี แด่(เทอญ) ธุวํ ธุวํ”
แผงพระพิมพ์ทั้ง 3 ชิ้น ที่จัดแสดงและเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นแผงพระพิมพ์ 28 ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 หรือในช่วงที่เมืองเชียงใหม่กำลังสร้างบ้านแปงเมืองหลังการกอบกู้เอกราชจากพม่า ที่เรียกว่า “เก็บผักใส่ส้า เก็บข้าใส่เมือง” และเป็นแผงพระพิมพ์ที่สื่อถึงคติพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ นอกจากนี้การสร้างพระพิมพ์ยังเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ครบบริบูรณ์ 5,000 ปีตามพุทธพยากรณ์อีกด้วย แสดงให้เห็นถึงคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของดินแดนล้านนาเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวที่มีการรับรู้ถึงคติอดีตพุทธเจ้า อายุกาลแห่งพระพุทธศาสนา และพระศรีอาริยเมตไตรย
ค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
1. จูฬพุทธโฆส. โสตตัตถกีมหานิทาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสยาม, 2526. (พิมพ์ในงานออกเมรุสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จันทสิริมหาเถร) วัดสุทัศนเทพวราราม 17 ธันวาคม 2526).
2. ชลดา โกพัฒตา. “คติความเชื่ออดีตพุทธเจ้าในสังคมไทยพุทธศตวรรษที่ 20-24” ใน วารสารศิลปศาสตร์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2556), น.77-103.
3. ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี และคณะ. “พระแผงไม้เมืองเชียงใหม่: รูปแบบ จารึก และคติความเชื่อ” ใน ภูมิพลังสร้างสรรค์ และพุทธนวัตกรรมในสังคมร่วมสมัย (เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 4 เนื่องในวันครบรอบวันสถาปนา 40 ปี วิทยาเขตเชียงใหม่) เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่, 2567, น.482-508.
4. ฮันส์ เพนธ์, พรรณเพ็ญ เครือไทย และศรีเลา เกษพรหม. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 2 จารึกพระเจ้ากาวิละ พ.ศ.2334-2357. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2541.










(จำนวนผู้เข้าชม 11 ครั้ง)