เจดีย์สองพี่น้อง เจดีย์องค์ดำและเจดีย์องค์ขาว
เจดีย์สองพี่น้อง ก่อนการขุดแต่ง ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
• บนยอดเขาแดง หรือเขาค่ายม่วง ปรากฏโบราณสถาน เจดีย์สององค์ คือ เจดีย์องค์ดำและเจดีย์องค์ขาว โดยมีศาลาเก๋งจีนอยู่ระหว่างเจดีย์ทั้งสององค์ บนฐานกำแพงกันดิน ก่อด้วยหิน ลักษณะคล้ายป้อมปราการ
• เจดีย์องค์พี่ (เจดีย์องค์ดำ) เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานเขียงสี่เหลี่ยมที่ก่อด้วยหิน ถัดขึ้นไปเป็นฐานแปดเหลี่ยม องค์เจดีย์เป็นชุดฐานสิงห์ซ้อนกัน ๓ ชั้น ส่วนยอดขององค์เจดีย์หักชำรุด องค์พระเจดีย์ฉาบด้วยปูนมีสีคล้ำ ชาวบ้านเรียกว่า “เจดีย์องค์ดำ” ตัวเจดีย์หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันตก
• เจดีย์องค์ขาว (เจดีย์องค์น้อง) เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานเขียงสี่เหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยมบัลลังก์ขึ้นไปถึงส่วนยอดหักชำรุด องค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนฉาบผิวยังอยู่ในสภาพดี ผิวสีขาวชาวบ้านเรียกว่า “เจดีย์องค์ขาว” ที่ลานประทักษิณปรากฏกำแพงแก้วมีช่องเขาสู่ลานประทักษิณ ๒ ด้าน
• สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ในการรักษาขอบขัณฑสีมาในเขตเมืองชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาชุมนุมทัพบริเวณเชิงเขาแดง โดยการนำทัพครั้งแรกของพระยาพระคลัง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖ (เจดีย์องค์ดำ) ดังปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลาความว่า
“...เสร็จราชการแล้ว ฯพณฯ แม่ทัพใหญ่กลับเข้ามา ณ เมืองสงขลา จัดแจงก่อพระเจดีย์ไว้ที่เขาเมืองสงขลาองค์หนึ่ง กับทำเก๋งไว้ริมน้ำชายทเลค่ายม่วงไว้แห่งหนึ่งเสร็จแล้วกับเข้าไปกรุงเทพฯ...”
• ส่วนเจดีย์องค์ขาวสร้างโดยพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาเมื่อคราวยกทัพมารบที่ปัตตานีและไทรบุรี ใน พ.ศ. ๒๓๘๒ ปรากฏข้อความในพงศาวดารเมืองสงขลากล่าวว่า ราวจุลศักราช ๑๒๐๐ (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๑) ตนกูหมัด สะวะ หลานของเจ้าพระยาไทรบุรียกทัพมาตีไทรบุรีคืน ครั้นเมื่อตีมาถึงจะนะ เทพา และหนองจิก แขกในเมืองนี้ก็สมคบคิดร่วมกันตีเมืองสงขลา กองทัพของพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ใช้เวลาปราบปรามถึง ๒ ปีจึงสำเร็จ จากนั้นก็สถาปนาพระเจดีย์ขึ้น ดังปรากฏข้อความว่า
“...ครั้งนั้นพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพใหญ่ ให้พระยาวิชิตณรงค์อยู่ช่วยรักษาเมืองสงขลา พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพใหญ่ได้ก่อพระเจดีย์ที่เขาเมืองข้างฝ่ายทักษิณพระเจดีย์เก่าหนึ่ง...”
พระเจดีย์บนเขาค่ายม่วงดังกล่าวเป็นพระเจดีย์สำคัญ สภาพเดิมของพระเจดีย์ปรากฏอยู่ในเอกสารชีวิวัฒน์ ความว่า
“...ในลำน้ำสงขลาฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เข้าปากอ่าวพ้นแหลมเขาแดงมาแล้ว ที่บนยอดเขานกรำนั้น มีพระเจดีย์เล็ก ๒ องค์ เป็นของสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่องค์หนึ่งของสมเด็จเจ้าพระยาองค์น้อยองค์หนึ่ง แต่ชำรุดเสียองค์หนึ่ง…”
จากข้อความดังกล่าวทำให้เห็นสภาพของพระเจดีย์ได้ว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระเจดีย์องค์หนึ่งมีสภาพชำรุดแล้ว
• การกำหนดอายุสมัย : พุทธศตวรรษที่ ๒๔
• การประกาศขึ้นทะเบียน : กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานพระเจดีย์ของสมเด็จฯ องค์น้อย องค์ใหญ่ บนเขาค่ายม่วง ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ หน้า ๓๗๑๔ ประกาศเป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานบริเวณเมืองสงขลา ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๑๙ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๕ หน้า ๑๐๑๙๐ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๒,๔๖๐ ไร่
อ้างอิง
• สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๑๐ จังหวัดสงขลา. รายงานปฏิบัติงานทางโบราณคดี โครงการฟื้นฟูบูรณะแหล่งประวัติศาสตร์ เขตเมืองสงขลาเก่า โบราณสถานพระเจดีย์สองพี่น้อง. เอกสารอัดสำเนา, ไม่ทราบปีที่พิมพ์
• กรมศิลปากร. ทำเนียบนามแหล่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนใต้ (โบราณสถานจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล). บริษัท บางกอกอินเฮ้าส์ จำกัด, ๒๕๕๕
(จำนวนผู้เข้าชม 3 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร