รูปแบบเฉพาะของเจดีย์ทรงระฆังเมืองศรีสัชนาลัย
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ เรื่อง "รูปแบบเฉพาะของเจดีย์ทรงระฆังเมืองศรีสัชนาลัย"
เจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัยทั่วไปมีลักษณะสำคัญ ๒ ส่วน คือ มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย ๑ ฐาน และมีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น แต่สำหรับเมืองศรีสัชนาลัยไม่นิยมทำฐานบัวคว่ำ - บัวหงายและส่วนรองรับองค์ระฆัง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น และกลุ่มที่ ๒ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวคว่ำ-บัวหงาย ๓ ชั้นเตี้ยๆ จึงสันนิษฐานได้ว่าเมืองศรีสัชนาลัยน่าจะสร้างเจดีย์ที่เป็นแบบเฉพาะของตัวเอง และด้วยเหตุที่มีลักษณะที่ย้อนกลับไปทำแบบต้นแบบในศิลปะลังกา จึงอาจสันนิษฐานว่าน่าจะมีการติดต่ออิทธิพลทางศาสนาและศิลปกรรมกับลังกา
กลุ่มที่ ๑ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น และไม่มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงายรองรับอยู่ที่ฐานด้านล่าง เจดีย์ในกลุ่มนี้มีรูปแบบโดยรวมเหมือนกับเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยโดยทั่วไป คือ มีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น แต่มีลักษณะพิเศษบางประการที่แตกต่างกับเจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัย คือ ไม่มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย มีเพียงฐานเขียงซ้อนกันหลายชั้นแล้วต่อด้วยชุดบัวถลา โดยเมืองศรีสัชนาลัยพบที่เจดีย์ประธานวัดเขาสุวรรณคีรี ซึ่งมีรูปแบบที่คล้ายกับเจดีย์ศิลปะลังกา
กลุ่มที่ ๒ เจดีย์ที่มีส่วนรองรับองค์ระฆัง เป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย ๓ ชั้นเตี้ยๆ เจดีย์ในกลุ่มนี้มีองค์ประกอบโดยรวมเหมือนกับเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยโดยทั่วไป มีเพียงส่วนที่ต่างกันเล็กน้อย คือ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย ๓ ชั้นในผังกลม ไม่ใช่บัวถลา โดยที่เมืองศรีสัชนาลัยพบที่เจดีย์ประธานวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นโบราณสถานที่อยู่บนเขา ในเขตอรัญญิก โดยรูปแบบของเจดีย์องค์นี้แตกต่างไปจากเจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัยที่พบทั่วไป แต่มีรูปแบบเหมือนเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะลังกาเป็นอย่างมาก คือ มีฐานเขียงขนาดใหญ่ และต่อด้วยชุดรองรับองค์ระฆังที่เป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงายเตี้ยๆ ๓ ชั้น ไม่มีบัวปากระฆัง องค์ระฆังมีขนาดใหญ่และเตี้ย คล้ายองค์ระฆังทรงฟองน้ำของเจดีย์ศิลปะลังกา
เอกสารอ้างอิง
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. “เจดีย์ทรงระฆังที่มีรูปแบบเฉพาะของเมืองศรีสัชนาลัย และใกล้เคียงต้นแบบศิลปะลังกา.” ศิลปกร, ๖๑, ๕ (กันยายน – ตุลาคม ๒๕๖๑): ๒๑ - ๒๙.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑.

เจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัยทั่วไปมีลักษณะสำคัญ ๒ ส่วน คือ มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย ๑ ฐาน และมีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น แต่สำหรับเมืองศรีสัชนาลัยไม่นิยมทำฐานบัวคว่ำ - บัวหงายและส่วนรองรับองค์ระฆัง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ ๑ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น และกลุ่มที่ ๒ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวคว่ำ-บัวหงาย ๓ ชั้นเตี้ยๆ จึงสันนิษฐานได้ว่าเมืองศรีสัชนาลัยน่าจะสร้างเจดีย์ที่เป็นแบบเฉพาะของตัวเอง และด้วยเหตุที่มีลักษณะที่ย้อนกลับไปทำแบบต้นแบบในศิลปะลังกา จึงอาจสันนิษฐานว่าน่าจะมีการติดต่ออิทธิพลทางศาสนาและศิลปกรรมกับลังกา
กลุ่มที่ ๑ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น และไม่มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงายรองรับอยู่ที่ฐานด้านล่าง เจดีย์ในกลุ่มนี้มีรูปแบบโดยรวมเหมือนกับเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยโดยทั่วไป คือ มีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวถลา ๓ ชั้น แต่มีลักษณะพิเศษบางประการที่แตกต่างกับเจดีย์ทรงระฆังในสมัยสุโขทัย คือ ไม่มีฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย มีเพียงฐานเขียงซ้อนกันหลายชั้นแล้วต่อด้วยชุดบัวถลา โดยเมืองศรีสัชนาลัยพบที่เจดีย์ประธานวัดเขาสุวรรณคีรี ซึ่งมีรูปแบบที่คล้ายกับเจดีย์ศิลปะลังกา
กลุ่มที่ ๒ เจดีย์ที่มีส่วนรองรับองค์ระฆัง เป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย ๓ ชั้นเตี้ยๆ เจดีย์ในกลุ่มนี้มีองค์ประกอบโดยรวมเหมือนกับเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยโดยทั่วไป มีเพียงส่วนที่ต่างกันเล็กน้อย คือ ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงาย ๓ ชั้นในผังกลม ไม่ใช่บัวถลา โดยที่เมืองศรีสัชนาลัยพบที่เจดีย์ประธานวัดเขาใหญ่ล่าง เป็นโบราณสถานที่อยู่บนเขา ในเขตอรัญญิก โดยรูปแบบของเจดีย์องค์นี้แตกต่างไปจากเจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัยที่พบทั่วไป แต่มีรูปแบบเหมือนเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะลังกาเป็นอย่างมาก คือ มีฐานเขียงขนาดใหญ่ และต่อด้วยชุดรองรับองค์ระฆังที่เป็นชุดบัวคว่ำ - บัวหงายเตี้ยๆ ๓ ชั้น ไม่มีบัวปากระฆัง องค์ระฆังมีขนาดใหญ่และเตี้ย คล้ายองค์ระฆังทรงฟองน้ำของเจดีย์ศิลปะลังกา
เอกสารอ้างอิง
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. “เจดีย์ทรงระฆังที่มีรูปแบบเฉพาะของเมืองศรีสัชนาลัย และใกล้เคียงต้นแบบศิลปะลังกา.” ศิลปกร, ๖๑, ๕ (กันยายน – ตุลาคม ๒๕๖๑): ๒๑ - ๒๙.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑.

(จำนวนผู้เข้าชม 4 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร