วัดพระบรมธาตุนครชุม หลักฐานจากจารึกสมัยสุโขทัย
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
วัดพระบรมธาตุนครชุม : หลักฐานจากจารึกสมัยสุโขทัย
..
วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง หรือวัดพระบรมธาตุนครชุม ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่กลางเมืองนครชุมซึ่งเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองสวนหมาก ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำปิงตรงข้ามกับเมืองกำแพงเพชร เป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศรายชื่อโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๖ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในวัฒนธรรมสุโขทัยจากหลักฐานจารึกนครชุม (พ.ศ. ๑๙๐๐) โดยเจดีย์ประธานมีการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์และก่อใหม่เป็นเจดีย์รูปแบบพม่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
..
จารึกนครชุม (พ.ศ. ๑๙๐๐) เขียนด้วยตัวอักษรไทยแบบสุโขทัยเป็นภาษาไทย มีขนาดกว้าง ๔๗ เซนติเมตร สูง ๑๙๓ เซนติเมตร และหนา ๖ เซนติเมตร ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สันนิษฐานว่าจารึกหลักนี้เดิมอยู่ที่วัดพระบรมธาตุนครชุม โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้สอบถามความจากพระครูธรรมาธิมุตมุนี (ศรี) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๖๔ ดังปรากฏในพระนิพนธ์เรื่อง “อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์” ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ความว่า
.
“...กลับมาแวะที่วัดมหาธาตุ ถามพระครูถึงเรื่องศิลาจารึกของพระมหาธรรมราชาลิไทย (คือศิลาจารึกที่ ๓) ซึ่งอยู่ในหอพระสมุด ฯ ทราบว่าได้ไปจากเมืองกำแพงเพ็ชร แต่ยังไม่ทราบว่าเดิมทีเดียวอยู่ที่ไหน ได้ความจากพระครูชัดเจนว่าศิลาจากรึกแผ่นนั้น เดิมอยู่ที่วัดมหาธาตุนี้เอง ตั้งอยู่ที่มุขเด็จวิหารหลวง ภายหลังผู้ว่าราชการเมืองกำแพงเพ็ชรเอาไปรักษาไว้ที่วัดเสด็จ แล้วจึงส่งลงไปกรุงเทพ ฯ พระครูได้พาไปดูฐานที่ตั้งศิลาจารึกแผ่นนั้น ยังอยู่ที่มุขเด็จ เปนศิลาแลงแท่งใหญ่เจาะกลางเปนช่องฉะเพาะฝังโคนศิลาจารึก พิเคราะห์ดูช่องพอได้กับขนาดศิลาจารึก เพราะฉนั้นเปนรู้แน่ว่าศิลาจารึกแผ่นนั้นพระมหาธรรมราชาลิไทยทำไว้ที่วัดนี้ และเมืองนี้ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเรียกชื่อว่าเมืองนครชุมไม่มีที่สงสัย...”
.
จารึกหลักนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ภายหลังพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ขึ้นเสวยราชสมบัติที่กรุงสุโขทัย พระองค์ได้เสด็จมายังเมืองนครชุมเพื่อประดิษฐานพระศรีรัตนมหาธาตุและปลูกพระศรีมหาโพธิ นอกจากนี้จารึกยังกล่าวถึงเรื่องราวการอันตรธานหายไปของพุทธศาสนา และสรรเสริญพระราชศรัทธาของพระองค์ ปรากฏในด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑ - ๔ บรรทัดที่ ๖ - ๑๔ บรรทัดที่ ๕๗ - ๕๙ และบรรทัดที่ ๖๘ – ๗๒ ความว่า
.
“ศักราช ๑๒๗๙...พระยาลือไทยราช ผู้เป็นลูกพระยาเลอไทย เป็นหลานแก่พระยารามราช เมื่อได้เสวยราชย์ในเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยได้ราชาภิเษก...อันยัดยัญอภิเษกเป็นท้าวเป็นพระยาจึงขึ้นชื่อศรีสุริยพงศ์มหาธรรมราชาธิราช หากเอาพระศรีรัตนมหาธาตุอันนี้มาสถาปนาในเมืองนครชุมนี้ปีนั้น พระธาตุอันนี้ใช่ธาตุอันสามานย์ คือพระธาตุแท้จริงแล้ เอาลุกแต่ลังกาทวีปพู้นมาดาย เอาทั้งพืชพระศรีมหาโพธิ อันพระพุทธเจ้าเราเสด็จอยู่ใต้ต้นแลผจญพลขุนมาราธิราช ได้ปราบแก่สัพพัญญุตญาณเป็นพระพุทธ มาปลูกเบื้องหลังพระมหาธาตุนี้ ผิผู้ใดได้ไหว้นบกระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุแล้พระศรีมหาโพธินี้ว่าไซร้มีผลอานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบตนพระเป็นเจ้า...สาธุสัตบุรุษทั้งหลายจุ่งเร่งกระทำบุญธรรมในศาสนาพระพุทธเมื่อยังมีเท่าวัน ชั่วเราบัดนี้มีบุญหนักหนา จึงจักได้มาเกิดทันศาสนาพระเป็นเจ้า...พระยาธรรมราชนั้นคงปัญจศีลทุกเมื่อ นบพ...ส...รร..ในราชมนเทียรบ่ห่อน ขาดสักวันสักคืน..ง...เดือนเพ็ญ.ไปนบพระธาตุอันตนห...ทั้งหลายสดับธรรมเทศนาโอยทาน...”
..
จารึกนครชุมจึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงบทบาทความสำคัญของวัดพระบรมธาตุในวัฒนธรรมสุโขทัย ซึ่งพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ไม่เพียงแต่สถาปนาวัดพระบรมธาตุไว้กลางเมืองนครชุม พระอารามหลวงแห่งนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานจารึกที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาของพระองค์ เช่น การเสด็จไปนบพระธาตุในวันเดือนเพ็ญ ด้วยมีพระราชศรัทธาเปรียบการนบพระธาตุและต้นพระศรีมหาโพธิดังการนบไหว้พระพุทธเจ้า
.
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๒๖ นายเชาวน์วัศ สุดลาภา ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรในขณะนั้น ได้มีการนำเนื้อความในจารึกดังกล่าวมาต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมเพื่อจัดเป็นงานประเพณีประจำปีของเมืองกำแพงเพชร ใช้ชื่อว่า “งานประเพณีนบพระ – เล่นเพลง” มีจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามไว้ให้ประชาชนได้ศึกษาและยึดถือเป็นแบบอย่าง กำหนดให้มีขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๓ ของทุกปี ด้วยการจำลองเหตุการณ์ขบวนพยุหยาตราของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) มีขบวนช้าง ม้า ขบวนพุทธบูชา ขบวนกัลปนาบุญ ขบวนฝ่ายใน และขบวนศิลปวัฒนธรรม มานบเจดีย์ประธานวัดพระบรมธาตุ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
...
เอกสารอ้างอิง
“ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อโบราณสถานในเขตจังหวัดกำแพงเพชร.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๑๔๐ ตอนพิเศษที่ ๑๔๙ ง (๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖): ๒๙-๓๐.
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร, ๒๕๔๔.
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๗๐.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘.
อนันต์ ชูโชติ, ธาดา สังข์ทอง และนารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. พิมพ์ครั้งที่ ๔. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย, ๒๕๖๑.





วัดพระบรมธาตุนครชุม : หลักฐานจากจารึกสมัยสุโขทัย
..
วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง หรือวัดพระบรมธาตุนครชุม ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่กลางเมืองนครชุมซึ่งเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองสวนหมาก ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำปิงตรงข้ามกับเมืองกำแพงเพชร เป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศรายชื่อโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๖ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในวัฒนธรรมสุโขทัยจากหลักฐานจารึกนครชุม (พ.ศ. ๑๙๐๐) โดยเจดีย์ประธานมีการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์และก่อใหม่เป็นเจดีย์รูปแบบพม่าในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
..
จารึกนครชุม (พ.ศ. ๑๙๐๐) เขียนด้วยตัวอักษรไทยแบบสุโขทัยเป็นภาษาไทย มีขนาดกว้าง ๔๗ เซนติเมตร สูง ๑๙๓ เซนติเมตร และหนา ๖ เซนติเมตร ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สันนิษฐานว่าจารึกหลักนี้เดิมอยู่ที่วัดพระบรมธาตุนครชุม โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้สอบถามความจากพระครูธรรมาธิมุตมุนี (ศรี) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๖๔ ดังปรากฏในพระนิพนธ์เรื่อง “อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์” ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ความว่า
.
“...กลับมาแวะที่วัดมหาธาตุ ถามพระครูถึงเรื่องศิลาจารึกของพระมหาธรรมราชาลิไทย (คือศิลาจารึกที่ ๓) ซึ่งอยู่ในหอพระสมุด ฯ ทราบว่าได้ไปจากเมืองกำแพงเพ็ชร แต่ยังไม่ทราบว่าเดิมทีเดียวอยู่ที่ไหน ได้ความจากพระครูชัดเจนว่าศิลาจากรึกแผ่นนั้น เดิมอยู่ที่วัดมหาธาตุนี้เอง ตั้งอยู่ที่มุขเด็จวิหารหลวง ภายหลังผู้ว่าราชการเมืองกำแพงเพ็ชรเอาไปรักษาไว้ที่วัดเสด็จ แล้วจึงส่งลงไปกรุงเทพ ฯ พระครูได้พาไปดูฐานที่ตั้งศิลาจารึกแผ่นนั้น ยังอยู่ที่มุขเด็จ เปนศิลาแลงแท่งใหญ่เจาะกลางเปนช่องฉะเพาะฝังโคนศิลาจารึก พิเคราะห์ดูช่องพอได้กับขนาดศิลาจารึก เพราะฉนั้นเปนรู้แน่ว่าศิลาจารึกแผ่นนั้นพระมหาธรรมราชาลิไทยทำไว้ที่วัดนี้ และเมืองนี้ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเรียกชื่อว่าเมืองนครชุมไม่มีที่สงสัย...”
.
จารึกหลักนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ภายหลังพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ขึ้นเสวยราชสมบัติที่กรุงสุโขทัย พระองค์ได้เสด็จมายังเมืองนครชุมเพื่อประดิษฐานพระศรีรัตนมหาธาตุและปลูกพระศรีมหาโพธิ นอกจากนี้จารึกยังกล่าวถึงเรื่องราวการอันตรธานหายไปของพุทธศาสนา และสรรเสริญพระราชศรัทธาของพระองค์ ปรากฏในด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑ - ๔ บรรทัดที่ ๖ - ๑๔ บรรทัดที่ ๕๗ - ๕๙ และบรรทัดที่ ๖๘ – ๗๒ ความว่า
.
“ศักราช ๑๒๗๙...พระยาลือไทยราช ผู้เป็นลูกพระยาเลอไทย เป็นหลานแก่พระยารามราช เมื่อได้เสวยราชย์ในเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยได้ราชาภิเษก...อันยัดยัญอภิเษกเป็นท้าวเป็นพระยาจึงขึ้นชื่อศรีสุริยพงศ์มหาธรรมราชาธิราช หากเอาพระศรีรัตนมหาธาตุอันนี้มาสถาปนาในเมืองนครชุมนี้ปีนั้น พระธาตุอันนี้ใช่ธาตุอันสามานย์ คือพระธาตุแท้จริงแล้ เอาลุกแต่ลังกาทวีปพู้นมาดาย เอาทั้งพืชพระศรีมหาโพธิ อันพระพุทธเจ้าเราเสด็จอยู่ใต้ต้นแลผจญพลขุนมาราธิราช ได้ปราบแก่สัพพัญญุตญาณเป็นพระพุทธ มาปลูกเบื้องหลังพระมหาธาตุนี้ ผิผู้ใดได้ไหว้นบกระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุแล้พระศรีมหาโพธินี้ว่าไซร้มีผลอานิสงส์พร่ำเสมอดังได้นบตนพระเป็นเจ้า...สาธุสัตบุรุษทั้งหลายจุ่งเร่งกระทำบุญธรรมในศาสนาพระพุทธเมื่อยังมีเท่าวัน ชั่วเราบัดนี้มีบุญหนักหนา จึงจักได้มาเกิดทันศาสนาพระเป็นเจ้า...พระยาธรรมราชนั้นคงปัญจศีลทุกเมื่อ นบพ...ส...รร..ในราชมนเทียรบ่ห่อน ขาดสักวันสักคืน..ง...เดือนเพ็ญ.ไปนบพระธาตุอันตนห...ทั้งหลายสดับธรรมเทศนาโอยทาน...”
..
จารึกนครชุมจึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงบทบาทความสำคัญของวัดพระบรมธาตุในวัฒนธรรมสุโขทัย ซึ่งพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ไม่เพียงแต่สถาปนาวัดพระบรมธาตุไว้กลางเมืองนครชุม พระอารามหลวงแห่งนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานจารึกที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาของพระองค์ เช่น การเสด็จไปนบพระธาตุในวันเดือนเพ็ญ ด้วยมีพระราชศรัทธาเปรียบการนบพระธาตุและต้นพระศรีมหาโพธิดังการนบไหว้พระพุทธเจ้า
.
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๒๖ นายเชาวน์วัศ สุดลาภา ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรในขณะนั้น ได้มีการนำเนื้อความในจารึกดังกล่าวมาต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมเพื่อจัดเป็นงานประเพณีประจำปีของเมืองกำแพงเพชร ใช้ชื่อว่า “งานประเพณีนบพระ – เล่นเพลง” มีจุดประสงค์เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามไว้ให้ประชาชนได้ศึกษาและยึดถือเป็นแบบอย่าง กำหนดให้มีขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๓ ของทุกปี ด้วยการจำลองเหตุการณ์ขบวนพยุหยาตราของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) มีขบวนช้าง ม้า ขบวนพุทธบูชา ขบวนกัลปนาบุญ ขบวนฝ่ายใน และขบวนศิลปวัฒนธรรม มานบเจดีย์ประธานวัดพระบรมธาตุ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
...
เอกสารอ้างอิง
“ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อโบราณสถานในเขตจังหวัดกำแพงเพชร.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๑๔๐ ตอนพิเศษที่ ๑๔๙ ง (๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖): ๒๙-๓๐.
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร, ๒๕๔๔.
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง ตั้งแต่เมืองเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๗๐.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘.
อนันต์ ชูโชติ, ธาดา สังข์ทอง และนารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. พิมพ์ครั้งที่ ๔. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย, ๒๕๖๑.





(จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร