พระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาในเมืองกำแพงเพชร
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
พระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาในเมืองกำแพงเพชร
...
เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองโบราณในพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒ ซึ่งพบศิลปกรรมในสมัยสุโขทัย และสมัยอยุธยา โดยพระพุทธรูปถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลวัฒนธรรมผ่านทางพระพุทธศาสนา ซึ่งในเมืองกำแพงเพชรพบการสร้างพระพุทธรูปด้วยสำริด โกลนศิลาแลงตกแต่งผิวด้วยปูนปั้น และหินทราย
.
ชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายที่พบในเมืองกำแพงเพชร เช่น เศียรพระพุทธรูป วัดพระแก้ว ส่วนบั้นพระองค์และพระเพลา วัดตะแบก วัดตะแบกคู่ และวัดเสมางาม สร้างขึ้นจากเทคนิคประกอบหินทรายหลายชิ้นเข้าด้วยกัน ลักษณะขัดสมาธิราบ บางองค์พบร่องรอยพระกรวางบนพระเพลาแสดงปางมารวิชัย ส่วนบั้นพระองค์ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิเป็นชายพับทบคล้ายเขี้ยวตะขาบ  นอกจากนี้จากการดำเนินการทางโบราณคดีโดยอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร พบชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายที่วัดตะแบกคู่ เช่น ชิ้นส่วนพระอุษณีษะ รัศมี และพระหัตถ์ข้างขวา และวัดมะม่วงงาม เช่น ชิ้นส่วนรัศมี ชิ้นส่วนพระศกและส่วนพระกรรณข้างซ้าย ส่วนพระอุระ ส่วนนิ้วพระบาทลักษณะหงายเหนือพระชานุข้างซ้าย และชิ้นส่วนพระพักตร์ของพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพักตร์ของเศียรพระพุทธรูปหินทรายที่วัดพระแก้ว 
..
พระพุทธรูปหินทรายศิลปะอยุธยา สันนิษฐานว่าน่าจะมีการสร้างตลอดสมัยอยุธยา โดยหลักฐานทางโบราณคดีที่พบแสดงให้เห็นว่า พระพุทธรูปหินทรายได้แพร่กระจายอยู่ตามศาสนสถานหลายแห่งที่เมืองพระนครศรีอยุธยา เช่น วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดไชยวัฒนาราม และเมืองบริวาร  
.
เศียรพระพุทธรูปหินทรายสมบูรณ์พบเพียงชิ้นเดียวที่วัดพระแก้ว ลักษณะพระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาเล็ก พระอุษณีษะเป็นต่อมนูนใหญ่ พระรัศมีหายไป มีไรพระศกคาดอยู่เหนือพระนลาฏโดยทำหยักโค้งมนเป็นมุมแหลมที่กึ่งกลางพระนลาฏ พระขนงโก่ง พระเนตรเรียว เหลือบลงต่ำซึ่งทำเฉพาะขอบพระเนตรเป็นเส้นคู่ ไม่มีร่องพระเนตรและดวงพระเนตร พระนาสิกโด่งเป็นสันและค่อนข้างยาว ปลายพระนาสิกงุ้มเล็กน้อย พระโอษฐ์มีเส้นขอบสองชั้นจึงทำให้ดูคล้ายมีพระมัสสุ (หนวด) อยู่เหนือพระโอษฐ์ พระพักตร์แสดงอาการยิ้มเล็กน้อย ศิลปะอยุธยา กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๐  สันนิษฐานจากการศึกษาเปรียบเทียบภาพอ้างอิงลักษณะพระพักตร์ในการศึกษาแบบพระพักตร์พระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาโดยนายประทีป เพ็งตะโก (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ซึ่งทำการศึกษาเศียรพระพุทธรูปหินทรายที่เก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา รวมถึงพระพุทธรููปที่ยังคงอยู่ที่โบราณสถาน และจัดกลุ่มพระพักตร์พระพุทธรูปโดยให้ความสำคัญกับลักษณะวงพระพักตร์อันเป็นภาพรวมที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากแหล่งศิลปกรรมใดเป็นหลัก จากนั้นจึงแบ่งแบบย่อยตามลักษณะที่ปรากฏบนวงพระพักตร์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแหล่งศิลปกรรมต่าง ๆ เข้ามาปะปน 
.
การพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายทั้งจากพื้นที่เขตในกำแพงเมือง และพื้นที่เขตอรัญญิกถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลอยุธยาผ่านทางพระพุทธศาสนามายังเมืองกำแพงเพชรอย่างแพร่หลาย สอดคล้องกับโบราณสถานที่ยังคงพบลักษณะอิทธิพลของศิลปะอยุธยา เช่น เจดีย์สิงห์ล้อม วัดพระแก้ว และลวดลายที่ประดับประติมากรรมรูปช้างโดยรอบเจดีย์ประธาน วัดช้างรอบ
...
เอกสารอ้างอิง
ประทีป เพ็งตะโก. ประทีปวิทรรศน์ : รวมเรื่องโบราณคดีอยุธยา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๖๔.
ประภัสสร์ ชูวิเชียร. กำแพงเพชร: นครโบราณ อลังการศิลปกรรม. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๖๕.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๗.













(จำนวนผู้เข้าชม 3 ครั้ง)

black ribbon.