๑๙ กันยายน วันพิพิธภัณฑ์ไทย ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ฟรี!!


       การแผ่ขยายลัทธิล่าอาณานิคมและอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกเข้ามาในภูมิภาคตะวันออก ในรัชสมัยสมเด็จพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่่หัว (รัชกาลที่ ๔) เป็นต้นมา ส่งผลให้ประเทศไทยหรือสยามในเวลานั้นดำเนินวิเทโศบายเพื่อรับมือผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง โดยเรียนรู้วิทยาการความเจริญ ตามแนวคิดชาวตะวันตกและเลือกนำเข้ามาใช้ในการปฏิรูปบ้านเมืองให้มีความเจริญทัดเทียมกัน “พิพิธภัณฑ์” เป็นวิทยาการแขนงหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่่หัวทรงศึกษาเรียนรู้ แล้วทรงรับเอาแนวความคิดการสะสม และเริ่มจัดแสดงสิ่งของมีค่าได้แก่ โบราณวัตถุุ เครื่องราชบรรณาการ ของแปลกและทรัพยากรทางธรรมชาติ ณ พระที่นั่งราชฤดี เมื่อราวปี พ.ศ. ๒๓๙๔ ต่อมาจึงโปรดเกล้าให้จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งแรกคือ “พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์” แล้วย้ายวัตถุุสะสมมาจัดแสดงที่ใหม่เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ เรียกว่า “Royal Museum” เมื่อพ.ศ. ๒๔๐๒ เพื่อใช้เป็นสถานที่่ต้อนรับอาคันตุกะชาวตะวันตก เพื่อแสดงให้ชาวตะวันตกเห็นว่าสยามเป็นดินแดนที่มีความ ซิวิไลซ์ ทัดเทียมนานาประเทศ ด้วยมีแนวคิดการสะสมวัตถุุที่มีคุุณค่าทางจิตใจและปัญญา แสดงถึงรสนิยม และภูมิรู้ของผู้สะสมเช่นเดียวกับชาวตะวันตก
        พระบาทสมเด็จพระจุุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่่ ๕) ทรงสืบต่อพระบรมราโชบายการดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์จากพระราชบิดา พัฒนาพิพิธภัณฑ์ ให้เป็นสถาบันเผยแพร่อารยธรรมของชาติ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง พิพิธภัณฑ์สำหรับประชาชน เฉกเช่นพิพิธภัณฑ์ในทวีปยุุโรป ณ หอคองคอเดีย หรือ ศาลาสหทัยสมาคมในปัจจุุบัน จัดแสดงวัตถุุสะสมซึ่งย้ายมาจากพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ เครื่องราชูปโภคของหลวง ของแปลก ของมีค่า และสิ่งของจากห้างร้านของ ชาวยุุโรป โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๗ วันนี้จึงถือเป็นวันกำเนิด พิพิธภัณฑ์สำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทย และเมื่อวันที่๑๖ พฤษภาคม .ศ. ๒๕๓๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ ๑๙ กันยายน ของทุกปีเป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” สืบต่อมา
        กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานของรัฐบาลที่่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติิ จึงได้จัดกิิจกรรมเฉลิมฉลองวันสำคัญของพิพิธภัณฑ์ไทย เพื่อเผยแผ่่กิจการพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย สื่อสารให้สังคมตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ในฐานะแหล่งเรียนรู้ของชาติ สืบเนื่องมาตั้งแต่่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ถึงปัจจุุบัน โดยในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ กรมศิลปากรเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาของประชาชน
        ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ และชมความก้าวหน้าของพิพิธภัณฑ์ไทย ในฐานะแหล่งศึกษาและเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ














พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ รวม ๔๒ แห่ง
๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
๒. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
๓. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก
๔. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี
๕. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
๖. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
๗. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
๘. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
๙. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี
๑๐. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย
๑๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า
๑๒. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
๑๓. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
๑๔. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม
๑๕. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี
๑๖. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก บรมชนกชลพัฒน์
๑๗. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์
๑๘. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี
๑๙. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
๒๐. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี
๒๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
๒๒. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก
๒๓. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
๒๔. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช
๒๕. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
๒๖. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน
๒๗. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย
๒๘. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
๒๙. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น
๓๐. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
๓๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
๓๒. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
๓๓. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
๓๔. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์
๓๕. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์
๓๖. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
๓๗. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล
๓๘. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มัชฌิมาวาส
๓๙. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช
๔๐. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร
๔๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา
๔๒. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
 

(จำนวนผู้เข้าชม 126 ครั้ง)

black ribbon.