วัดศรีสุพรรณ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๔๓ ในรัชสมัยพญาแก้วภูตาธิปติราช หรือพญาแก้ว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๑ ในราชวงศ์มังราย แห่งอาณาจักรล้านนา และพระนางสิริยศวดีเทวี พระราชมารดามหาเทวีเจ้า ที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา โปรดเกล้าให้มหาอำมาตย์ เจ้าหมื่นหลวงจ่าคำรังการ สร้างวัดศรีสุพรรณอาราม พร้อมนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานยังวัดแห่งนี้
ในปัจจุบันวัดแห่งนี้เรียกชื่อว่า “วัดศรีสุพรรณ” โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จากพญาแก้วภูตาธิปติราช และอาราธนาพระสงฆ์ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาอุโบสถเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๒ ซึ่งพญาแก้วภูตาธิปติราชถือว่าเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรมในการสนับสนุน และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน
จากจารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ (๙๕-๙๙) กล่าวถึงหลักฐานจากศิลาจารึก ชม. ๒๕ จารึกวัดศรีสุพรรณ (พ.ศ. ๒๐๕๒) จารึกเป็นตัวอักษรฝักขามบนหินทรายแดง จากข้อความในจารึกด้านที่ ๑ มี ๒๙ บรรทัด ระบุว่าถึงพญาแก้วภูตาธิปติราชและพระราชมารดามหาเทวีเจ้า ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารให้ชื่อว่า ศรีสุพรรณอาราม ตรงกับวันพุธ วันรวงไค้ เดือน ๓ ขึ้น ๑ ค่ำ ภาคกลาง จ.ศ. ๘๖๒ ตรงกับวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๐๔๓ เพื่อเป็นการถวายพระกุศลแด่เจ้าแผ่นดินสองพระองค์ และได้นิมนต์มหาเถรญาณรัตน จากวัดหมื่นล้าน เมื่อวันพฤหัสบดี วันกาเม็ด เดือน ๘ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๔๕ โดยให้มาอยู่เป็นอาทิสังฆนายก เพื่อมาเป็นพระภิกษุผู้ประธานที่ได้รับนิมนต์มาปกครองดูแลวัดในช่วงสร้างวัดศรีสุพรรณอาราม เมื่อวันพฤหัสบดี วันกดซง้า เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๐๔๕ และวันก่อมหาเจดีย์ ตรงกับวันพุธ วันรวงไส้ เดือน ๕ ขึ้น ๒ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๐๔๘
ส่วนจารึกด้านที่ ๒ มี ๒๒ บรรทัด ระบุถึงการสร้างพระอุโบสถและประดิษฐานพระธาตุในมหาเจดีย์ เมื่อวันพุธ เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ภาคกลาง ตรงกับวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๐๕๒ เป็นวันรวงเม็ด ก่อนวันเต่าสันหนึ่งวัน หลังจากนั้นนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ มาเป็นประธานผูกอุโบสถสีมา นำพระสาริกธาตุมาประดิษฐานในมหาเจดีย์ พร้อมกัลปนาหรืออุทิศถวายที่ดิน สิ่งของให้เป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนา
พระวิหารวัดศรีสุพรรณ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๖ แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร พร้อมเจ้าแม่อุษาชายา เมื่อจุลศักราช ๑๒๒๒ หรือปี พ.ศ. ๒๔๐๓ เป็นพระวิหารทรงล้านนา มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ เป็นพระประธาน
นอกจากนี้พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทุธสีโล) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมคณะกรรมการได้ทำการปฏิสังขรณ์วิหารโบราณหลังนี้ โดยจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านของหัตถกรรมโลหะเงินดุนลาย ทำเป็นภาพเกี่ยวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก (พระเจ้าสิบชาติ) ได้อย่างสวยงาม ทั้งนี้เพื่อถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา โดยผสมผสานศิลปะร่วมสมัย แต่ยังคงรักษางานพุทธศิลป์ดั้งเดิม และยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของทางล้านนาไว้
พระบรมธาตุวัดศรีสุพรรณ เป็นองค์เจดีย์ทรงระฆังทรงกลมแบบล้านนา ตั้งบนฐานเขียงรองรับฐานบัวย่อมุมไม้สามสิบหก ส่วนกลางเป็นชุดดอกบัวคว่ำบัวหงายในผังแปดชั้นแปดเหลี่ยม รองรับองค์ระฆังกลมขนาดเล็ก ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ ปล้องไฉน และปลียอดตามลำดับ โดยองค์เจดีย์ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาหลายยุคหลายสมัย และสันนิษฐานว่ามีการก่อเจดีย์องค์ใหม่ครอบทับเจดีย์รุ่นแรก เนื่องจากมีรูปแบบที่แตกต่างจากเจดีย์ในรัชสมัยพญาแก้ว
เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๔๗ คณะกรรมการวัดศรีสุพรรณภายใต้การนำพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทุธสีโล) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถครั้งใหญ่ แทนจากฐานและเขตพัทธสีมาของพระอุโบสถหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม มีขนาดความกว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๗.๕๐ เมตร และสูง ๑๘ เมตร หลังคามีการชั้นซ้อน ๓ ชั้น ๒ ตับ โดยนำความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนวัวลายที่ทำหัตถกรรมเครื่องเงิน และนำเอาอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาของชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ถวายเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับแผ่นดินในล้านนา รวมถึงเป็นการเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ โดยทำการออกแบบทุกส่วนของพระอุโบสถทั้งภายในและภายนอกตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมเครื่องเงินเป็นรูปทรงสถาปัตยกรรมทางล้านนา หรือประดับตกแต่งลวดลายภาพสามมิติแบบนูนสูง-นูนต่ำ ด้วยโลหะเงินและดีบุกอย่างประณีต ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับปริศนาธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ของวัด พระบรมราโชวาทรัชกาลที่ ๙ หรือตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด เป็นต้น ทั้งได้รับการสนับสนุนจากคณะศรัทธาและสาธุชนทุกหมู่เหล่าอย่างต่อเนื่อง
พระเจ้าเจ็ดตื้อ หรือพระพุทธปาฏิหาริย์มิ่งขวัญพระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนผสมสุโขทัย กว้าง ๓ ศอก สูง ๔ ศอก ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถเงิน ทำจากเนื้อทองสัมฤทธิ์ โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า องค์พระเจ้าเจ็ดตื้อได้เคยแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการลงสรงน้ำในสระข้างโบสถ์ และได้ประทานพรแก่ผู้มาอธิษฐานจิตให้ประสบความสำเร็จสมปรารถนา โดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้พระเจ้าเจ็ดตื้อมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “พระพุทธปาฏิหาริย์มิ่งขวัญ พระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่” ชาวล้านนาถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเชียงใหม่ที่มีพุทธศาสนิกชนมาเคารพบูชาเป็นจำนวนมาก
พระอุโบสถเงินแห่งวัดศรีสุพรรณหลังแรกของโลก ได้สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่นำเอาหัตถกรรมเครื่องเงินของชุมชนวัวลาย รวมถึงการนำเอาอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาของชุมชนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำคุณสมบัติของเครื่องเงิน และแนวคิดร่วมสมัยมาประยุกต์ทำการประดับตกแต่งเป็นพระอุโบสถเงิน เพื่อถวายเป็นงานพุทธศิลป์ให้กับแผ่นดินในล้านนา รวมถึงเป็นการเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ นอกจากนี้ยังเป็นการสืบสานเครื่องเงินของชุมชน ซึ่งในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยี่ยมชมศิลปกรรมความงดงามของวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
กรมศิลปากร. จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน “เปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ
พ่อครูดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) พุทธศักราช ๒๕๖๕”.
[ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก: https://culturalfund.org/news/news-175/
วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน เชียงใหม่ Silver Temple Thailand. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙,
จาก: https://www.facebook.com/photo/?fbid=212864304424104&set=pcb.212864397757428
วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน เชียงใหม่ Silver Temple Thailand. ประวัติวัดศรีสุพรรณเชียงใหม่. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙,
จาก: https://www.facebook.com/thailandsilvertemple/posts/ประวัติวัศรีสุพรรณเชียงใหม่วัดศรีสุพรรณ-
ในสมัยต่างๆ1-วัดศรีสุพรรณสมัยราชวงศ์มังร/1925709517667675/
(จำนวนผู้เข้าชม 6 ครั้ง)