ชิ้นส่วนนภศูลสัมฤทธิ์
ชิ้นส่วนนภศูลสัมฤทธิ์
ศิลปะลพบุรี (ศิลปะเขมรในประเทศไทย สมัยบายน) พุทธศตวรรษที่ ๑๘ (ประมาณ ๘๐๐ ปีมาแล้ว)
สถานที่จัดแสดง : ห้องวัฒนธรรมลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
สถานที่พบ : โบราณสถานกู่โพนระฆัง บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
นภศูล ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ ห้องวัฒนธรรมลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด พบจากการขุดแต่งเพื่อการออกแบบบูรณะโบราณสถานกู่โพนระฆัง บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด
เมื่อปีงบประมาณ ๒๕๔๕ ลักษณะเป็นฝักแบนคล้ายใบดาบทำจากโลหะสัมฤทธิ์ ตัวฝักหยักโค้งเป็นคลื่น
มีแฉกแตกเป็นตุ่มเล็กที่สันฝัก บริเวณโคนฝักมีเดือยสำหรับสวมหรือเสียบกับส่วนเสาตั้งแกนกลาง ปลายเรียวยอดแหลม
นภศูล (นบ-พะ-สูน) เป็นคำเรียกชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่อยู่ส่วนยอดสุดของปราสาทและปรางค์ มาจากคำว่า “นภ” แปลว่า ท้องฟ้า และคำว่า “ศูล” แปลว่า เหล็กแหลม ซึ่งมาจากลักษณะที่เป็นยอดแหลมชี้ขึ้นฟ้า นอกจากนี้ คำนี้ยังเรียกอีกอย่างว่า นพศูล มาจากคำว่า “นพ” ที่แปลว่า เก้า “นพศูล” จึงหมายความว่าเหล็กแหลมเก้ายอด อย่างไรก็ตาม รูปแบบของนภศูลที่พบบนยอดเจดีย์ทรงปรางค์ซึ่งมีพัฒนาการมาจากปราสาทเขมรนั้น มีลักษณะเป็นกิ่ง ๔ กิ่ง หันไปตามทิศทั้ง ๔ และมีทั้งหมด ๓ ชั้น รวมทั้งหมด ๑๒ กิ่ง ทั้งหมดมีเดือยยึดกับยอดตรงกลาง ดังนั้น “นพศูล” จึงไม่ใช่เหล็กแหลมที่มีเก้ายอด แต่ควรเรียกว่า “นภศูล” ซึ่งหมายถึงเครื่องประดับยอดปรางค์ ที่พุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า
หน้าที่การใช้งานของนภศูล ใช้เป็นส่วนประกอบสถาปัตยกรรมเพื่อประดับยอดปราสาท ทั้งนี้การประดับนภศูลซึ่งทำจากโลหะไว้บนยอดปราสาทที่มีความสูงซึ่งมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า หน้าที่การใช้งานอีกประการหนึ่งของนภศูล จึงอาจใช้เป็นสายล่อฟ้า เพื่อป้องกันฟ้าผ่ายอดปราสาทโดยตรงอันก่อให้เกิดความเสียหายได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นที่ทราบกันดีว่านภศูลเป็นส่วนประดับส่วนยอดปราสาทในศิลปะเขมร แต่ไม่เคยมีหลักฐานการพบชิ้นส่วนนภศูลที่ปราสาทหลังใดทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชามาก่อน พบเพียงภาพสลักประดับสถาปัตยกรรมและแม่พิมพ์พระที่มีรูปปราสาทประดับนภศูลบนส่วนยอดเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หน้าบันด้านทิศตะวันตกของปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ภาพสลักนูนต่ำที่ระเบียงคดของปราสาทบายน ประเทศกัมพูชา และแม่พิมพ์พระรัตนตรัยมหายาน ซึ่งจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
การพบชิ้นส่วนนภศูลจากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่กู่โพนระฆัง แสดงให้เห็นว่านภศูลนี้เคยประดับอยู่บนยอดปราสาทประธานกู่โพนระฆัง และเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าปราสาทในศิลปะเขมรทั้งที่พบในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา มีนภศูลประดับอยู่ที่ส่วนยอดจริง ทั้งนี้รูปแบบนภศูลยังส่งอิทธิพลให้กับเจดีย์ทรงปรางค์ในศิลปะไทยในเวลาต่อมา และมีชื่อเรียกหลากหลายมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ช่อฝักเพกา แง่งขิง ลำภุขัน สลัดได โดยทั้งหมดหมายถึง “เครื่องประดับยอดปรางค์” ที่ทำเป็นรูปใบหอกมีกิ่งรูปใบดาบแตกสาขาออกไป ๔ ทิศ
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. (๒๕๖๓). กู่โพนระฆัง จังหวัดร้อยเอ็ด. เข้าถึงเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เข้าถึงจาก https://finearts.go.th/main/view/20846
กรมศิลปากร. รายงานเบื้องต้นการขุดแต่งเพื่อการออกแบบบูรณะโบราณสถานกู่โพนระฆัง บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ปีงบประมาณ ๒๕๔๕. (เอกสารอัดสำเนา).
กรมศิลปากร. (๒๕๕๐). ศัพทานุกรมโบราณคดี. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด.
รศ. สมใจ นิ่มเล็ก. (๒๕๖๐). นภศูล หรือ นพศูล กับความกังขา เข้าถึงเมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เข้าถึงจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_5359
สามารถ ทรัพย์เย็น. (๒๕๕๔). “นภศูลยอดกู่โพนระฆัง.” ศิลปากร ๕๔, ๑ (มกราคม-กุมภาพันธ์): ๑๖-๒๗.
เรื่อง : นายประกฤษฎิ์ เครือจันต๊ะ นักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยบูรพา
กราฟิก : นางสาวเจนจิรา วิริยะ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
(จำนวนผู้เข้าชม 8 ครั้ง)