พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร)
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร)
ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย
พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย
รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒.
วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.
(จำนวนผู้เข้าชม 8 ครั้ง)